ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 106 (เล่ม 72)

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้พัดไม้โพธิ์
อันอุดม ด้วยการพัดไม้โพธิ์นั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการพัดไม้โพธิ์
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุมนวีชนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสุมนวีชนิยเถราปทาน
กุมมาสทายกเถราปทานที่SUP>๑ ๕ (๔๗๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนมกุมมาส
[๖๕ ] เราเห็นบาตรอันว่างเปล่าของ
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
พระนามว่าวิปัสสี ผู้เสด็จเที่ยวแสวงหาบิณฑบาต
อยู่ จึงใส่ขนมกุมมาสจนเต็มบาตร
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายภิกษา
ใด ด้วยการถวายภิกษานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งขนมกุมมาส
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว...คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
๑.อปทานที่ ๔ และที่ ๕ อรรถกถาว่า มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.

106
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 107 (เล่ม 72)

ทราบว่า ท่านพระกุมมาสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกุมมาสทายกเถราปทาน
กุสัฏฐกทายกเถราปทานที่ ๖ (๔๗๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายสลากภัต
[๖๖ ] เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้
ถวายสลากภัต ๘ ที่ แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่ากัสสปะ ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว มี
พรหมจรรย์อันอยู่จบแล้ว
ในกัปนี้นั้นเอง เราได้ถวายสลากภัต ที่
ด้วยการถวายสลากภัตนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายสลากภัต ๘ ที่
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุสัฏฐกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกุสัฏฐกทายกเถราปทาน

107
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 108 (เล่ม 72)

๔๗๖. อรรถกถากุสัฏฐกทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า กุสฏฺฐกมทาสหํ ความว่า ในบรรดาภัต เช่น ปักขิกภัตร
อุโปสถิกภัต ธุวภัต และสลากภัตเป็นต้น เราได้ถวายสลากภัต ๘ ที่ ที่พึ่ง
ถวายด้วยสามารถแห่งใบสลาก.
จบอรรถกถากุสัฏฐกทายกเถราปทาน
คิริปุนนาคิยเถราปทานที่ ๗
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบุนนาคบูชา
[๖๗] ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระ-
นามว่าโสภิตะ ประทับอยู่ที่ภูเขาจิตตกูฏ เราได้
ถือเอาดอกบุนนาคเข้ามาบูชาพระสยัมภู
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระ-
สัมพุทธเจ้า ด้วยกานบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบุชา . . .
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว...คำสอนของ
พระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระคิริปุนนาคิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบคิริปุนนาคิยเถราปทาน

108
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 109 (เล่ม 72)

๔๗๗. อรรถกถาคิริปุนนาคิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า โสภิโต นาม สมฺพุทฺโธ ความว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มีพระนามว่า โสภิตะ เพราะพระองค์มีพระสรีระงดงามไปด้วยพระมหาปุริส-
ลักษณะ ๓๒ ประการ และพระรัศมีแผ่ออกข้างละวา ทั้งส่วนยาวและส่วน
กว้าง.
จบอรรถกถาคิริปุนนาคิยเถราปทาน
วัลลิการผลทายกเถราปทานที่ ๘ (๔๗๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้
[๖๘] ครั้งนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระ-
นามว่าสุมนะ ประทับอยู่ในพระนครตักกรา
เราได้หยิบเอาผลไม้วิลลิการะถวายแด่พระสยัมภู
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้
ใด ในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอน
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระวัลลิการผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบวัลลิการผลทายกเถราปทาน

109
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 110 (เล่ม 72)

๔๗๘. อรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตกฺกรายํ วสี ตทา ความว่า ราชธานี ชื่อว่า ตักกรา
เพราะเป็นที่อยู่ประจำของประชาชนผู้บำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ ใน
คราวที่ประทับอยู่ในตักกรานครนั้น.
จบอรรถกถาวัลลิการผลทายกเถราปทาน
ปานธิทายกเถราปทานที่ ๙ (๔๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า
[๖๙] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
อโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่า
นรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับสำราญ
กลางวันแล้ว เสด็จขึ้นถนน
เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทาง
ไป ณ ที่นั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้างามน่าดู
น่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เรายังจิต
ของตนให้เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบ
พระบาท แล้วกราบทูลว่า
ข้าแต่พระสุคต ผู้เป็นมหาวีรบุรุษ
เป็นใหญ่เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญสวมรองเท้า

110
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 111 (เล่ม 72)

เถิด ข้าพระองค์จักได้ผลแต่รองเท้าคู่นี้ ขอความ
ต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าอโนมทัสสี
เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ทรง
สวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
ผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่รองเท้าแก่เรา ด้วย
มือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่าน
ทั้งหลายจงฟังเรากล่าว
เทวดาทุก ๆ องค์ได้ทราบพระพุทธเจ้าดำรัส
แล้ว มาประชุมกัน ต่างก็มีจิตปีติ ดีใจเกินความ
โสมนัส ประนมกรอัญชลี
พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า เพราะการ
ถวายรองเท้านี้แล ผู้นี้จักเป็นผู้ถึงความสุข จัก
เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๕๕ ครั้ง
จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑,๐๐๐
ครั้ง และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์
โดยคณนานับมิได้
ในกับซึ่งนับไม่ถ้วย แต่กัปนี้ไป จักทรง
สมภพในสกุลโอกกากะ มีพระนามว่าโคดม จัก
เสด็จอุบัติขึ้นเป็นพระศาสดาของโลก

111
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 112 (เล่ม 72)

ผู้นี้จักเป็นทายาทในธรรมของพระศาสดา
พระองค์นั้น เป็นโอรสอันธรรมเนรมิต จัก
กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะ
ปรินิพพาน
ผู้นี้บังเกิดในเทวโลกหรือในมนุษย์โลก
จักเป็นผู้มีปัญญา จักได้ยานอันเปรียบด้วยยาน
ของเทวดา
ปราสาท วอ ช้าง ที่ประดับประดาแล้ว
และรถที่เทียมแล้วด้วยม้าอาชาไนย ย่อมเกิด
ปรากฏแก่เราทุกเมื่อ
แม้เมื่อเราออกบวช ก็ได้ออกบวชด้วยรถ
ได้บรรลุอรหัตเมื่อกำลังปลงผม
นี้เป็นลาภของเรา เราได้ดีแล้ว คือ
การค้าขายเราได้ประกอบถูกทางแล้ว เราถวาย
รองเท้าคู่หนึ่งจึงได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว
ในกัปอันประมาณมิได้แต่กัปนี้ เราได้
ถวายรองเท้าใด ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายรองเท้า
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

112
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 113 (เล่ม 72)

ทราบว่า ท่านพระปานธิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปานธิทายกเถราปทาน
๔๗๖. อรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๙ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปานธึ สุกตํ คยฺห ความว่า เราสวมคู่แห่งรองเท้าที่ทำเสร็จ
โดยอาการอย่างดีแล้วแล.
จบอรรถกถาปานธิทายกเถราปทาน
ปุฬินจังกมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๔๘๐)
ว่าด้วยการขนทรายใส่ที่จงกรม
[๗๐] เมื่อก่อน เราเป็นพรานเนื้อ เรา
เที่ยวหาเนื้อสมันอยู่ในอรัญราวป่า ได้พบที่จงกรม
เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัสกอบเอาทรายใส่พกมา
โรยลงในที่จงกรมของพระสุคตเจ้าผู้มีสิริ
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้โรยทราย
ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
ทราย
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

113
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 114 (เล่ม 72)

ทราบว่า ท่านพระปุฬินจังมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปุฬินจังกมิยเถราปทาน
๔๘๐. อรรถกถาปุฬินจังกมิยเถราปทาน
อปทานที่ ๑๐ มีเนื้อความที่จะกำหนดได้โดยง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถานฬมาลิวรรคที่ ๔๘
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. นฬมาลิยเถราปทาน ๒. มณิปูชกเถราปทาน
๓. อุกกาสติเถราปทาน ๔. สุมนวีชนิยเถราปทาน
๕. กุมมาสทายกเถราปทาน ๖. กุสัฏฐกทายกเถราปทาน
๗. คิริปุนนาคิยเถราปทาน ๘. วัลลิการผลทายกเถราปทาน
๙. ปานธิทายกเถราปทาน ๑๐. ปุฬินจังกมิยเถราปทาน
บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๙๕ คาถา.
จบนฬมาลิวรรคที่ ๔๘

114
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 115 (เล่ม 72)

ปังสุกูลวรรคที่ ๔๙
ปังสุกูลสัญญกเถราปทานที่ ๑ (๔๘๑)
ว่าด้วยผลแห่งการไหว้ผ้าบังสุกุลจีวร
[๗๑] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้สยัมภู ผู้
นำของโลก พระนามว่าติสสะ ได้เสด็จอุบัติขึ้น
แล้ว พระพิชิตมารทรงวางบังสุกุลจีวรไว้แล้ว
เสด็จเข้าพระวิหาร
เราสะพายธนูที่มีสายและกระบอกน้ำ
ถือดาบเข้าป่าใหญ่
ครั้งนั้น เราได้เห็นบังสุกุลจีวรซึ้งแขวน
อยู่บนยอดไม้ในป่านั้น จึงวางธนูลง ณ ที่นั้นเอง
ประนมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า
เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส และมี
ปีติเป็นอันมาก ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
สุด แล้วได้ไหว้บังสุกุลจีวร
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ไหว้บังสุกุล
จีวรใด ด้วยการไหว้บังสุกุลจีวรนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการไหว้
เราเผากิเลสทั้งหลาย. . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

115