ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 86 (เล่ม 72)

คันธปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๔๖๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยของหอม
[๕๐] เมื่อมหาชนกำลังช่วยกันทำจิต-
กาธารอยู่ และเมื่อของหอมนานาชนิดถูกนำเอามา
เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้เอาของหอมกำมือ
หนึ่งบูชา
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้บูชาจิต-
กาธารใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาจิตกาธาร
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระคันธปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล .
จบคันธปูชกเถราปทาน
อรรถกถาชคติวรรคที่ ๔๖
๔๕๑. อรรถกถาชคติทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๔๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ชคตึ การยึ อหํ ความว่า เราได้ทำระเบียงไว้รอบต้นโพธิ์-
พฤกษ์อันอุดม อปทานทั้งหมดมีอปทานที่ ๒ เป็นต้นไปที่เหลือ มีเนื้อความ
ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาชคติทายกเถราปทาน
จบอรรถกถาชคติวรรคที่ ๔๖

86
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 87 (เล่ม 72)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ชคติทายกเถราปทาน ๒. โมรหัตถิยเถราปทาน ๓. สีหาสน-
พีชิยเถราปทาน ๔. ติณุกกธาริยเถราปทาน ๘. อักกมนทายกเถราปทาน
๖. วนโกรัณฑิยเถราปทาน ๗. เอกฉัตติเถราปทาน ๘. ชาติปุปผิยเถรา-
ปทาน 6. สัตติปัณณิยเถราปทาน ๑๐. คันธปูชกเถราปทาน.
บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๖๗ คาถา.
จบชคติทายกวรรคที่ ๔๖

87
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 88 (เล่ม 72)

สาลปุปผิวรรคที่ ๔๗
สาลกุสุมิยเถราปทานที่ ๑ (๔๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกสาละ
[๕๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนาม
ว่าปทุมุตตระปรินิพพานแล้ว เมื่อมหาชนช่วยกัน
ยกพระพุทธสรีระขึ้นบนจิตกาธาร เราได้เอาดอก
สาละบูชา
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้เอาดอกไม้
ใดบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาจิตกาธาร
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสาลกุสุมิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสาลกุสุมิยเถราปทาน
จิตกปูชกเถราปทานที่ ๒
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาจิตกาธาร
[๕๒] เมื่อเทวดาและมนุษย์พากันถวาย
พระเพลิงพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี ผู้เป็น
เผ่าพันธุ์ของโลก เราได้เอาดอกจำปา ดอกบูชา
จิตกาธาร

88
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 89 (เล่ม 72)

ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้เอาดอกไม้
ใดบูชา ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบจิตกปูชกเถราปทาน
จิตกนิพพาปกเถราปทานที่ ๓ (๔๖๓)
ว่าด้วยผลแห่งการดับจิตกาธาร
[๕๓] เมื่อเทวดาและมนุษย์พากันถวาย
พระเพลิงพระสรีระของผู้แสวงหาคุณใหญ่ พระ
นามว่าเวสสภู เราเอาน้ำหอมดับจิตกาธาร
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราเอาน้ำหอมดับ
จิตกาธารใด ด้วยกรรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลของน้ำหอม
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกนิพพาปกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบจิตกนิพพาปกเถราปทาน

89
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 90 (เล่ม 72)

เสตุทายกเถราปทานที่ ๔ (๔๖๔)
ว่าด้วยผลแห่งการสร้างสะพาน
[๕๔] เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส
ได้ใช้คนสร้างสะพานในที่เฉพาะพระพักตร์ของ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เสด็จจง-
กรมอยู่
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ให้สร้าง
สะพานใดไว้ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเสตุทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเสตุทายกเถราปทาน
สุมนตาลวัณฏิยเถราปทานที่ ๕ (๔๖๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพัดใบตาล
[๕๕] เราได้ถวายพัดใบตาลอันคลุมด้วย
ดอกมะลิ แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
สิทธัตถะ เราจึงได้ทรงยศใหญ่
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายพัด
ใบตาลใด ด้วยการถวายพัดใบตาลนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพัดใบตาล

90
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 91 (เล่ม 72)

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุมนตาลวัณฏิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสุมนตาลวัณฏิยเถราปทาน
อวฏผลิยเถราปทานที่ ๖ (๔๖๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้
[๕๖] พระผู้มีพระภาคผู้สยัมภูพระนาม
ว่าสตรังสี ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไร ๆ ทรงใคร่ต่อ
ความวิเวก ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเสด็จออกบิณฑ-
บาต เราถือผลไม้อยู่ได้เห็นเข้า จึงได้เข้าไปเฝ้า
พระนราสภ เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้
ถวายผลไม้
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัป เราได้ถวายผลไม้
ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอวฏผลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบอวฏผลิยเถราปทาน

91
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 92 (เล่ม 72)

ลพุชผลทายกเถราปทานที่ ๗ (๔๖๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายขนุนสำมะลอ
[๕๗] ครั้งนั้น เราเป็นคนเฝ้าสวนอยู่
ในพระนครพันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้ปราศ-
จากกิเลสธุลี เสด็จเหาะไปในอากาศ
เราได้หยิบเอาผลขนุนสำมะลอถวายแด่
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด พระพุทธเจ้าผู้มีพระ
ยศใหญ่ให้เกิดควานปลื้มใจแก่เรา นำความสุขมา
ให้ในปัจจุบัน ประทับอยู่ในอากาศนั้นเอง ได้
ทรงรับประเคน
เราถวายผลไม้แด่พระพุทธเจ้าด้วยใจอัน
เลื่อมใสแล้ว ได้ประสบปีติอันไพบูลย์ เป็นสุข.
ยอดเยี่ยมในครั้งนั้น รัตนะเกิดขึ้นแก่เราผู้เกิด
ในที่นั้น ๆ
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้
ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแต่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระลพุชผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบลพุชผลทายกเถราปทาน

92
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 93 (เล่ม 72)

มิลักขุผลทายกเถราปทานที่ ๘ (๔๖๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม่มิลักขุ
[๕๘] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนาม
ว่าอัตถทัสสี ผู้มีพระยศใหญ่ เป็นผู้มีจิตเลื่อมใส
มีใจโสมนัส ได้ถวายผลไม้มิลักขุ
ในกัปที่ ๑,๘๐๐ เราได้ถวายผลไม้ใดใน
กาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมิลักขุผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบลักขุผลทายกเถราปทาน
สยัมปฏิภาณิยเถราปทานที่ ๙ (๔๖๙)
ว่าด้วยการสดุดีพระพุทธเจ้าด้วยปฏิภาณ
[๕๘] ใครได้เห็นพระนราสภผู้ประเสริฐ
กว่าเทวดา งามเหมือนดอกรกฟ้าขาว กำลังเสด็จ
ดำเนินอยู่ที่ถนนแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า ใครได้ได้เห็น
พระพุทธเจ้าผู้กำจัดความมืดมิดให้พินาศ

93
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 94 (เล่ม 72)

ทรงช่วยเหลือนรชนให้ข้ามพ้นไปได้เป็น
อันมาก ยังโลกให้โชติช่วงด้วยแสงสว่างคือพระ-
ญาณแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
ใครได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของ
โลก กำลังเสด็จออกไปพร้อมกับพระขีณาสพผู้มี
อำนาจตั้งแสน ผู้ทรงรื้อขนสัตว์ไปเสียมากมาย
แล้ว จะไม่เลื่อมใสเล่า
ใครได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ตีกลองคือ
พระธรรมทรงย่ำยีหมู่เดียรถีย์ บันลือสีหนาทแล้ว
จะไม่เลื่อมใสเล่า
ทวยเทพพร้อมด้วยพรหม พากันมาจาก
เทวโลกตราบเท่าพรหมโลก แล้วทูลถามปัญหา
อันลุ่มลึกกะพระพุทธเจ้าพระองค์ใด พระพุทธเจ้า
พระองค์นั้น ใครได้เห็นเข้าแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
มนุษย์พร้อมด้วยเทวดาประนมกรอัญชลี
แด่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด ย่อมได้เสวยบุญด้วย
การประนมกรอัญชลีนั้น พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ใครได้เห็นเข้าแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
ชนทั้งปวงมาประชุมพร้อมห้อมล้อมพระผู้มี
ปัญญาจักษุ พระผู้มีปัญญาจักษุพระองค์ใดได้รับ
อาราธนาแล้วไม่ทรงหวั่นไหว พระผู้มีปัญญาจักษุ
พระองค์นั้น ใครได้เห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า

94
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 95 (เล่ม 72)

เมื่อพระนราสภพระองค์ใดเสด็จเข้าพระ
นคร กลองเป็นอันมากประโคมกึกก้อง คชสาร
ที่ตกมันพากันบันลือ พระนราสภพระองค์นั้น
ใครได้เห็นเข้าแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
เมื่อพระนราสภพระองค์ใดเสด็จดำเนิน
ไปในถนน พระรัศมีย่อมส่องสว่างไสวทุกเมื่อ
ที่ซึ่งลุ่ม ๆ ดอน ๆ ย่อมสม่ำเสมอ พระนราสภ
พระองค์นั้น ใครได้เห็นเข้าแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสอยู่ ประชาสัตว์ใน
จักรวาลได้ยินทั่วกัน พระพุทธเจ้าพระองค์ใดยัง
สัตว์ให้รู้ชัดได้ทั่วกัน พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ใครได้เห็นแล้วจะไม่เลื่อมใสเล่า
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้สดุดีพระ-
พุทธเจ้า ด้วยการสดุดีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการสดุดี
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสยัมปฏิภาณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสยัมปฏิภาณิยเถราปทาน

95