ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 66 (เล่ม 72)

วิเภทกิวรรคที่ ๔๕
วิเภทกพีชิยเถราปทานที่ ๑ (๔๔๑)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายเมล็ดพืชสมอพิเภก
[๓๑] พระพุทธเจ้าผู้มีความเพียรใหญ่
ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง พระนามว่ากกุสันธะ พระ
องค์เสด็จหลีกออกจากหมู่ไปสู่ภายในป่า
เราถือเมล็ดพืชเครือเถาเที่ยวมา สมัยนั้น
พระผู้มีพระภาคทรงเข้าฌานอยู่ ณ ระหว่างเขา
เราเห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเทพของ
ทวยเทพแล้ว มีใจเลื่อมใสได้ถวายเมล็ดพืชแด่
พระพุทธเจ้า ผู้เป็นทักขิไณยบุคคล เป็นนัก
ปราชญ์
ในกัปนี้เอง เราได้ถวายพืชใดในกาลนั้น
ด้วยการถวายพืชนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งเมล็ดพืช
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระวิเภทกพีชิยเถระได้ภาษิจคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบวิเภทกพีชิยเถราปทาน

66
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 67 (เล่ม 72)

อรรถกถาวิเภทิกวรรคที่ ๔๕๑
๔๔๑. อรรถกถาวิเภทิกมิญชิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๔๕ ดังต่อไป
อปทานของท่านพระวิเภทิกมิญชิยเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า กกฺสนฺโธ
มหาวีโร ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทล่า พีชมิญฺชมทาสหํ ความว่าเราได้ผ่าผลสมอ
พิเภกแล้ว ถือเอาเมล็ดในพืชปรุงกับน้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด ถวายแด่พระผู้มี
พระภาคเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ แล.
จบอรรถกถาวิเภทิกมิญชิยเถราปทาน
โกลทายกเถราปทานที่ ๒ (๔๔๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายพุทรา
[๓๒] ครั้งนั้น เรานุ่งหนังเสือ ห่มผ้า
คากรอง บำเพ็ญวัตรจริยาอย่างหนัก ใกล้อาศรม
ของเรามีต้นพุทรา
ในกาลนั้น พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี
เป็นเอก ไม่มีผู้เสมอสอง ทรงทำให้โชติช่วง
อยู่ตลอดกาลทั้งปวง เสด็จเข้ามายังอาศรมของเรา
เรายังจิตของตนให้เลื่อมใส เราถวาย
บังคมพระพุทธเจ้าผู้มีวัตรอันงามแล้ว ได้เอามือ
ทั้งสองกอบพุทราถวายแด่พระพุทธเจ้า
๑. บาลีว่า วิเภทกพีชิยเถราปทาน

67
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 68 (เล่ม 72)

ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายพุทรา
ใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายพุทรา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนพิภพขึ้นได้
ทั้งหมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือก
แล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่
การที่เราได้มายังสำนักของพระพุทธเจ้า
ของเรานี้ เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราได้
บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา เราได้ทำให้แจ้งชัด
แล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว
ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโกลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบโกลทายกเถราปทาน
เวลุวผลิยเถราปทานที่ ๓ (๔๔๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะตูม
[๓๓] เราสร้างอาศรมไว้อย่างสวยงาม
ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา อาศรมนั้นเกลื่อนกล่น
ไปด้วยต้นมะตูม เป็นที่รวมหมู่ไม้นานาชนิด

68
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 69 (เล่ม 72)

เราเห็นผลมะตูมมีกลิ่นหอมแล้ว ระลึก
ถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราทั้งยินดีทั้งสลด
ใจ เอาผลมะตูมใส่หาบจนเต็ม
ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่า
กกุสันธะ แล้วถวายผลมะตูมสุกแด่พระองค์ผู้เป็น
เนื้อนาบุญ เป็นนักปราชญ์ ด้วยใจอันผ่องใส
ในกัปนี้เอง เราได้ถวายผลมะตูมกดใดใน
กาลนั้น ด้วยการถวายผลมะตูมนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายมะตูม
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเวลุวผลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเวลุวผลิยเถราปทาน
ภัลลาตกทายกเถราปทานที่ ๔ (๔๔๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลรกฟ้า
[๓๔] เราตกแต่งเครื่องลาดที่ทำด้วยหญ้า
แล้ว ได้ทูลอาราธนาพระสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวี
วรรณเหมือนทองคำ มีพระลักษณะอันประเสริฐ
๓๒ ประการ ผู้ประหนึ่งว่าพระยารังที่กำลังมีดอก

69
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 70 (เล่ม 72)

บาน เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด กำลังเสด็จ
ไปทางท้ายป่าใหญ่ว่า ขอพระพุทธเจ้าทรงโปรด
อนุเคราะห์ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์ปรารถนา
จะถวายภิกษา
พระพุทธเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้อนุ-
เคราะห์ ประกอบด้วยพระกรุณา มีพระยศใหญ่
ได้ทรงทราบความดำริของเรา จงเสด็จแวะที่
อาศรมของเรา
ครั้นแล้ว พระองค์ได้ประทับบนเครื่อง
ลาดที่ทำด้วยหญ้า เราได้หยิบเอาผลรกฟ้ามาถวาย
แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
เมื่อเรามองดูอยู่ พระพิชิตมารจึงเสวย
ในเวลานั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในทานนั้นแล้ว
ได้ถวายบังคมพระพิชิตมารในกาลนั้น
ในกัปที่ ๑๘๐๐ เราได้ถวายผลไม้ใดใน
กาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระภัลลาตกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบภัลลาตกทายกเถราปทาน

70
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 71 (เล่ม 72)

อุมมาปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๔๔๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกผักตบ
[๓] ครั้น เมื่อต้นไทรอันเป็นไม้โพธิ-
พฤกษ์ งอกงามสีเขียวขจี เราได้เอาดอกผักตบ
มาบูชาไม้โพธิพฤกษ์
ในกัปนี้เอง เราได้บูชาโพธิพฤกษ์ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล
แห่งการบูชาไม้โพธิพฤกษ์
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุมมาปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุมมาปุปผิยเถราปทาน
อัมพาฏกิยเถราปทานที่ ๖ (๔๔๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกมะกอก
[๓๖] พระมุนีพระนามว่าเวสสภูผู้อภิ-
ชาติ เสด็จเข้าไปสู่ป่ารังซึ่งมีดอกบานสะพรั่ง
ประทับอยู่ที่ซอกเขา เหมือนไกรสรสีหราชฉะนั้น
เรามีจิตผ่องใสโสมนัส เลื่อมใสได้เอา
ดอกมะกอกบูชาพระมหาวีรเจ้า ผู้เป็นบุญเขตด้วย
มือทั้งสองของตน

71
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 72 (เล่ม 72)

ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาด้วย
ดอกไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพาฏกิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบอัมพาฏกิยเถราปทาน
สีหาสนิกเถราปทานที่ ๗ (๔๔๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะทอง
[๓๗] เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้
ถวายอาสนะทองแด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่า
ปทุมุตตระ ผู้แสวงหาประโยชน์แด่สรรพสัตว์
เราอยู่ในโลกใดๆ คือ ในเทวโลกหรือ
มนุษยโลก ในโลกนั้น ๆ เราได้วิมาน อันไพบูลย์
นี้เป็นผลของอาสนะทอง
บัลลังก์อันสำเร็จด้วยทองและเงิน สำเร็จ
ด้วยแก้วปทุมราช และสำเร็จด้วยแก้วมณี เกิด
แก่เรามากมาย ในกาลทุกเมื่อ

72
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 73 (เล่ม 72)

เราทำอาสนะไม้โพธิ์ของพระพุทธเจ้าพระ
นามว่าปทุมุตตระแล้ว ได้บังเกิดในสกุลสูง
โอ พระธรรมเป็นธรรมดีแล้ว
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ทำอาสนะ
ทอง ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งอาสนะทอง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสีหาสนิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสีหาสนิกเถราปทาน
ปาทปีฐิยเถราปทานที่ ๘ (๔๔๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายตั่งรองเท้า
[๓๘า พระมหามุนีสัมพุทธเจ้า ผู้ประ-
กอบด้วยพระกรุณา พระนามว่าสุเมธะ ยังสัตว์
ให้ข้ามเป็นอันมากแล้ว พระองค์ผู้ทรงพระยศ
ใหญ่ก็ได้เสด็จนิพพาน
เรามีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส ได้ใช้ให้คน
ทำตั่งสำหรับรองเท้า ไว้ที่ใกล้อาสนะทอง ของ
พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสุเมธะ ผู้แสวงหาคุณ
อันยิ่งใหญ่

73
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 74 (เล่ม 72)

เราทำกุศลกรรมอันมีความสุขเป็นผล มี
ความสุขเป็นกำไรแล้ว เป็นผู้ประกอบด้วยบุญ
กรรม ได้ไปสู่สวรรค์ในชั้นดาวดึงส์
เมื่อเราผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยบุญกรรม
อยู่ในดาวดึงส์นั้น ตั่งทองย่อมเกิดแก่เราผู้ยกเท้า
ก้าวไปอยู่
นรชนเหล่าใดได้เข้าไปฟังใกล้ ๆ ทำ
สักการะในพระพุทธเจ้าผู้เสด็จนิพพานแล้ว ได้
สุขอันไพบูลย์ นรชนเหล่านั้น ได้ลาภดีแล้ว
แม้เราก็ได้สร้างกรรมไว้ดีแล้ว เราทำตั่ง
สำหรับรองเท้าอันประกอบแล้วในการค้าขาย จึง
ได้ตั่งทอง เราเหยียบไปบนตั่งทองในทิศที่ไปด้วย
กิจบางอย่าง นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
ในกัปที่สามหมื่น เราได้ทำกรรมใดใน
กาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งตั่งสำหรับรองเท้า
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
จบปาทปีฐิยกเถราปทาน

74
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 75 (เล่ม 72)

เวทิยการกเถราปทานที่ ๙ (๔๔๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายไพรที
[๓๙] เราได้สร้างไพรทีอย่างสวยงาม
ไว้ที่โพธิพฤกษ์ของพระพุทธเจ้าพระนามว่า
ปทุมุตตระ ซึ่งเป็นไม้สูงสุดกว่าไม้ทั้งหลาย แล้ว
ยังจิตของตนให้เลื่อมใส
เครื่องใช้สอยหลายชนิดเลิศโอฬาร ทั้งที่
ทำเสร็จและยังทำไม่เสร็จ ตกลงมาจากอากาศ
นี้เป็นผลแห่งไพรที
ในสงความที่สองฝ่ายประชิดกัน อันน่า
กลัว เมื่อเราเข้าไป ก็ไม่พบสิ่งที่น่าขลาดกลัว
เลย นี้เป็นผลแห่งไพรที
วิมานอันงดงามและที่นอนอันล้นค่า เกิด
ขึ้นดังจะรู้ความดำริของเรา นี้เป็นผลแห่งไพรที
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ทำไพรทีใด
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
ไพรที
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเวทิยการกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเวทิยการกเถราปทาน

75