ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 56 (เล่ม 72)

เราเข้าถึงกำเนิดใด คือ เทวดาหรือมนุษย์
แม้เรายังอยู่ในครรภ์ของมารดา กลองก็ประคม
อยู่ตลอดเวลา
เพราะอุปัฏฐากพระสัมพุทธเจ้า เราได้
เสวยสมบัติแล้ว เป็นผู้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว
เป็นบทอันเกษมไม่มีมลทิน ไม่ตาย
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด
ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกสังขิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเอกสังขิยเถราปทาน
ปาฏิหิรสัญญกเถราปทานที่ ๓ (๔๓๓)
ว่าด้วยผลแห่งความเลื่อมใสในปาฏิหาริย์
[๒๓] ครั้งนั้น พระพิชิตมารผู้สมควร
รับเครื่องบูชาพระนามว่าปทุมุตตระ ได้เสด็จเข้า
ไปยังพระนคร พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์ผู้มีอินทรีย์อัน
สำรวมแล้ว แสนรูป ขณะนั้นได้มีเสียงสนั่นก้อง

56
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 57 (เล่ม 72)

ไพเราะรับเสด็จพระพุทธเจ้าผู้สงบระงับ คงที่ ซึ่ง
กำลังเสด็จเข้าพระนครโดยทางรถ
ด้วยพุทธานุภาพ พิณที่ไม่ถูกทำเพลง
ไม่ถูกเคาะ ก็บรรเลงขึ้นได้เอง ในเมื่อพระพุทธ-
เจ้าเสด็จเข้าบุรี
เรานมัสการพระพุทธเจ้าผุ้ประเสริฐสุด
พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นพระมหามุนี และเห็น
ปาฏิหาริย์แล้ว ได้ยังจิตให้เลื่อมใสในปาฏิหาริย์นั้น
โอ พระพุทธเจ้า โอ พระธรรม โอ
สมบัติแห่งพระศาสดาของเรา ดนตรีถึงไม่มี
เจตนาถึงยังบรรเลงได้เองเทียว
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้สัญญาใด
ในกาลนั้น ด้วยการได้สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
เลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระพุทะเจ้า
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปาฏิหิรสัญญกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล .
จบปาฏิหิรสัญญกเถราปทาน

57
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 58 (เล่ม 72)

ญาณัตถวิกเถราปทานที่ ๔ (๔๓๔)
ว่าด้วยผลแห่งการสดุดีพระพุทธเจ้า
[๒๕] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุด
กว่าสัตว์ ผู้รุ่งเรืองเหมือนต้นกรณิการ์ โชติช่วง
ดังดวงประทีป ไพโรจน์ดุจทองคำ
เราวางคนโทน้ำ ผ้าเปลือกไม้กรอง
ธมกรก ทำหนังเสือเฉวียงบ่า แล้วกล่าวสดุดีพระ-
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดว่า
ข้าแต่พระมุนี พระองค์ทรงขจัดความ
มืดมิด ซึ่งอากูลไปด้วยข่ายคือโมหะ ทรงแสดง
แสงสว่าง คือ พระญาณแล้วเสด็จข้ามไป
พระองค์ได้ยกโลกนี้ขึ้นแล้ว สิ่งที่ยอด
เยี่ยมซึ่งมีอยู่ทั้งหมด จะเปรียบปานกับพระญาณ
เป็นประมาณเครื่องไปจากโลกของพระองค์ไม่มี
ด้วยพระญาณนั้น โลกจึงขนานนาม
พระองค์ว่าสัพพัญญู สัพพัญญู ข้าพระองค์ขอ
ถวายบังคมพระองค์ผู้มีความเพียรใหญ่ ทรงทราบ
ธรรมทั้งปวง ไม่มีอาสวะ
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้สดุดีพระ
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยการสดุดีนั้น เราไม่
รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสดุดีพระญาณ

58
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 59 (เล่ม 72)

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระญาณัตถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบญาณัตถวิกเถราปทาน
อุจฉขัณฑิกเถราปทานที่ ๕ (๔๓๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายท่อนอ้อย
[๒๕] เราเป็นคนเฝ้าประตูอยู่ในพระ-
นครพันธุมดี ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี
ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง
เรามิจิตเลื่อมใสโสมนัส ไดถือเอาท่อน
อ้อยมาถวาย แด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดพระ
นามว่าวิปัสสี ผู้แสวงทาคุณอันยิ่งใหญ่
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้เราได้ถวายอ้อยใด
ในกาลนั้น ด้วยการถวายอ้อยนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายท่อนอ้อย
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุจฉุขัณฑิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุจฉุขัณฑิกเถราปทาน

59
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 60 (เล่ม 72)

กลัมพทายกเถราปทานที่ ๖ (๔๓๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมันอ้อน
[๒๖] พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโรมสะ
ประทับอยู่ที่ซอกเขา เราเลื่อมใสได้ถวายมันอ้อน
แด่พระองค์ด้วยมือทั้งสองของตน
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายมันอ้อน
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกลัมพทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกลัมพทายกเถราปทาน
อัมพาฏกทายกเถราปทานที่ ๗ (๔๓๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมะกอก
[๒๗] เราได้เห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ไม่
ทรงพ่ายแพ้อะไร ในป่าใหญ่ จึงได้เอาผลมะกอก
มาถวายแด่พระสยัมภู
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้
ใดในกาลนั้น ด้วยการถวายผลไม้นั้นเราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้

60
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 61 (เล่ม 72)

เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพาฏกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอัมพาฏกทายกเถราปทาน
หรีตกิทายกเถราปทานที่ ๘ (๔๓๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลสมอ
[๒๘] เรากำลังนำผลสมอ ผลมะขาม
ป้อม ผลมะม่วง ผลหว้า สมอพิเภก กระเบา
ผลรกฟ้า มะตูม มาด้วยตนเอง
เราได้เห็นพระมหามุนีผู้มีปรกติเพ่งพินิจ
ยินดีในณาน เป็นนักปราชญ์ ถูกอาพาธเบียดเบียน
เสด็จเดินทางไกล ประทับอยู่ที่เงื้อมเขา
จึงได้เอาผลสมอทำเภสัชเสร็จแล้วถวาย
แด่พระสยัมภู พยาธิหายไปในทันใดนั้นเอง
พระพุทธเจ้าผู้มีความกระวนกระวายอันละ
ได้แล้ว ได้ทรงทำอนุโมทนาว่า ก็ด้วยการถวาย
เภสัชอันเป็นเครื่องระงับพยาธินี้ ท่านเกิดเป็น
เทวดา เป็นมนุษย์ หรือจะเกิดในชาติอื่น จงเป็น

61
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 62 (เล่ม 72)

ผู้ถึงความสุขในที่ทุกแห่ง และท่านอยู่ถึงความ
ป่วยไข้
ครั้นพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
อะไร เป็นนักปราชญ์ ตรัสดังนี้แล้วได้เสด็จเหาะ
ขึ้นสู่อากาศ เหมือนพญาหงส์ในอัมพรฉะนั้น
เพราะเราได้ถวายสมอแด่พระสยัมภูพุทธ-
เจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ความป่วยไข้จึงมิได้
เกิดแก่เราเลยจนถึงชาตินี้ นี้เป็นความเกิดครั้ง
หลังของเรา
ภพสุดท้ายกำลังเป็นไป วิชชา ๓ เรา
ได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายเภสัช
ในกาลนั้น ด้วยการถวายเภสัชนั้น เราไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งเภสัชทาน
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระหรีตกิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบหรีตกิทายกเถราปทาน

62
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 63 (เล่ม 72)

อัมพปิณฑิยเถราปทานที่ ๙ (๔๓๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายมะม่วง
[๒๙] ครั้งนั้น เราเป็นพญาช้างมีงางอน
งาม ทรงกำลังกล้าว่องไว เที่ยวอยู่ในป่าใหญ่ได้
เห็นพระผู้นำโลก
เราได้หยิบเอาชิ้นมะม่วงมาถวายแด่พระ
ศาสดา พระมหาวีรเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะผู้นายก
ของโลก ทรงรับประเคน
เมื่อเราเพ่งดู พระพิชิตมารได้เสวยในกาล
นั้น เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระชินเจ้าพระองค์นั้น
จึงเข้าถึงสวรรค์ชั้นดุสิต
เราจุติจากดุสิตนั้นแล้ว ได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิราชเสวยสมบัติโดยอุบายเช่นนั้นแหละ
เรามีตนส่งไปเพื่อความเพียร สงบระงับ
ไม่มีอุปธิกิเลส กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว เป็น
ผู้ไม่มีอาสวะอยู่
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้สำเร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพปิณฑิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอัมพปิณฑิยเถราปทาน

63
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 64 (เล่ม 72)

ชัมพูผลิยเถราปทานที่ ๑๐
ว่าด้วยผลแห่งการถวายลูกหว้า
[๓๐] เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุ-
มุตตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้คงที่ ผู้ทรงยศอัน
สูงสุด กำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาตอยู่
ข้าพระองค์มีใจเลื่อมใส ได้ถือเอาผลหว้า
อย่างดีมาถวายแด่พระศาสดา ผู้เป็นทักขิไณย
บุคคล เป็นนักปราชญ์
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่าสัตว์ เชษฐ-
บุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน เพราะกรรม
นั้น ข้าพระองค์จึงเป็นผู้ละความชนะ และความ
แพ้แล้ว ได้ถึงฐานะที่ไม่หวั่นไหว
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ ข้าพระองค์ได้ถวาย
ทานใดในกาลนั้น ด้วยทานนั้น ข้าพระองค์ไม่รู้จัก
ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้อย่างดีเป็น
ทาน
ข้าพระองค์เผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . .
คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพระองค์ได้ทำเสร็จ
แล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระชัมพูผลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบชัมพูผลิยเถราปทาน

64
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 65 (เล่ม 72)

อรรถกถาเอกวิหาริวรรคที่ ๔๔
แม้ในวรรคที่ ๔๔ อปทานทั้งหมด ก็ปรากฏชัดแล้วเหมือนกัน
ความต่างแห่งบุญ และความต่างแห่งผลอย่างเดียวเท่านั้น เป็นความแปลกกัน
จบอรรถกถาเอกวิหาริวรรคที่ ๔๔
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. เอกวิหาริยเถราปทาน ๒. เอกสังขิยเถราปทาน ๓. ปาฏิหิร-
สัญญกเถราปทาน ๔. พาณัตถวิกเถราปทาน ๘. อุจฉุขัณฑิกเถราปทาน
๖. กลัมพทายกเถราปทาน ๗. อัมพาฏกทายกเถรปทาน ๘. หรีตกิทายก
เถราปทาน ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน ๑๐. ชัมพูผลิยเถราปทาน
บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๘๖ คาถา.
จบเอกวิหาริวรรคที่ ๔๔

65