ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 46 (เล่ม 72)

เพราะกรรมที่เราได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และ
เพราะความตั้งเจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว
จึงไปยังดาวดึงสพิภพ วิมานทองงามผุดผ่องสูง
๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ บุญกรรมได้สร้างไว้
อย่างงามแล้วเพื่อเรา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น
จบภาณวารที่ ๑๙
ภพของเรา เกลื่อนกล่นระคนไปด้วย
เทพนารี เรากิน ดื่มในภพนั้น อยู่ในสวรรค์ชั้น
ไตรทศ
เราได้เสวยราชสมบัติในเทวโลก ๓,๐๐๐
ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติในเทวโลกอีก ๕๐๐
ครั้ง
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง และ
ได้เป็นพระเจ้าประเทศราช โดยคณนานับมิได้
เราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ ได้ทรัพย์
นับไม่ได้ เราไม่มีความบกพร่องในโภคสมบัติเลย
นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่
ยานช้าง ยานม้า วอ และคานหาม เรา
ได้ทุกสิ่ง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่
ผ้าใหม่ ผลไม้ใหม่ โภชนะมีรสอัน
เลิศใหม่ เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่

46
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 47 (เล่ม 72)

ผ้าใหม่ ผ้ากัมพล ผ้าเปลือกไม้ ผ้าฝ้าย
เราได้ทุกอย่าง นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่
หมู่ทาสี หมู่ทาส และนารี ที่ประดับ
ประดาอย่างสวยงาม เราได้ทุกจำพวก นี้เป็นผล
แห่งข้าวใหม่
หนาวหรือร้อนไม่เบียดเบียนเรา เราไม่มี
ความเร่าร้อน อนึ่ง ทุกข์ทางใจ ไม่มีในหทัย
ของเรา
เชิญเคี้ยวสิ่งนี้ เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญ
นอนบนที่นอนนี้ คำเช่นนี้ เราได้ทุกประการ
นี้เป็นผลแห่งข้าวใหม่
บัดนี้ ชาตินี้เป็นชาติหลังสุดภพสุดท้าย
กำลังเป็นไป ถึงทุกวันนี้ ไทยธรรมของเรา ก็ทำ
เราให้ยินดีอยู่ทุกเมื่อ
เราได้ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้ประ-
เสริฐสุด ย่อมเสวยอานิสงส์ ๘ ประการ อัน
สมควรแก่กรรนของเรา
คือ เราเป็นผู้มีผิวพรรณผิวผ่อง ๑ มียศ ๑
มีโภคทรัพย์มากมาย ใคร ๆ ลักไม่ได้ ๑ มีภักษา
มากทุกเมื่อ มีบริษัทไม่ร้าวรานกันทุกเมื่อ
สัตว์ที่อาศัยแผ่นดินล้วนยำเกรงเรา ๑
เราได้ไทยธรรมก่อน จะในท่ามกลางสงฆ์ หรือ
เฉพาะพระพักตร์ พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด

47
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 48 (เล่ม 72)

ก็ตาม พวกทายกเลยองค์อื่น ๆ เสียหมด ถวายแก่
เราเท่านั้น ๑
เราได้เสวยอานิสงส์เหล่านี้ เพราะได้
ถวายข้าวใหม่ในหมู่สงฆ์ผู้อุดมก่อน นี้เป็นผล
แห่งข้าวใหม่
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
ข้าวใหม่
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสุจินติตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสุจินติตเถราปทาน
โสณณกิงกณยเถราปทานที่ ๙ ( ๔๒๙ )
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกกะดึงทอง
[๑๙ ] เราได้ออกบวชเป็นบรรพชิตด้วย
ศรัทธา เรานุ่งห่มผ้าเปลือกไม้กรอง เห็นกรรม
คือการบำเพ็ญตบะ
สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เชษฐ-
บุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ พระนามว่าอัตถ-
ทัสสี เสด็จอุบัติขึ้นช่วยมหาชนให้ข้าม

48
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 49 (เล่ม 72)

ก็เราสิ้นกำลังเพราะพยาธิอย่างหนัก เรา
นึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ก่อพระสถูปอัน
อุดมที่หาดทราย
ครั้นแล้ว เป็นผู้จิตยินดี มีใจโสมนัส
เรี่ยรายดอกกะดึงทองลงโดยพลัน เราบำเรอพระ
สถูปของพระพุทธเจ้า พระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้คงที่ ด้วยใจอันเลื่อมใสนั้น ปานดังบำเรอพระ
พุทธเจ้าเฉพาะพระพักตร์
เราไปสู่เทวโลกแล้ว ได้ความสุขอัน
ไพบูลย์ ในเทวโลกนั้น เรามีผิวพรรณปานทองคำ
นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เทพนารีของเรามีประมาณ ๘๐ โกฏิ
ประดับประดาสวยงาม บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็น
ผลแห่งพุทธบูชา
นักดนตรี ๖ หมื่น กับ กลอง ตะโพน
สังข์ บัณเฑาะว์ มโหระทึก บรรเลงอย่าง
ไพเราะในเทวโลกนั้น
ช้างกุญชรตระกูลมาตังคะแตกมัน ๓ ครั้ง
อายุ ๖๐ ปี ๘๔,๐๐๐ เชือก ประดับสวยงามคลุมด้วย
ตาข่ายทอง ทำการบำรุงเรา ความเป็นผู้บกพร่อง
ในพลกายและที่๑อยู่ ไม่มีแก่เรา
เราเสวยผลของดอกกะดึงทอง ได้เสวย
ราชสมบัติในเทวโลก ๕๘ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า
ม.ยุ. คเช ช้างศึก

49
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 50 (เล่ม 72)

จักรพรรดิ ๗๑ ครั้ง และได้เสวยราชสมบัติ
มหาปฐพี ๑๐๑ ครั้ง
บัดนี้เราได้บรรลุอมตบทอันลึกซึ้ง ยาก
ที่จะเห็นได้ สังโยชน์หมดสิ้นไปแล้ว บัดนี้ ภพ
ใหม่ไม่มี
ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราได้เอา
ดอกไม้บูชา ด้วยการบูชานั้น เราจักไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโสณณกิงกณิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนั้นแล.
จบโสณณกิงกณิยเถราปทาน
โสวัณณโกนตริกเถราปทานที่ ๑๐ (๔๓๐)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกระโหลกน้ำเต้า
[๒๐] เราเห็นพระพุทธเจ้าผู้อบรมใจ ฝึก
พระองค์แล้ว มีพระทัยตั้งมั่นเสด็จดำเนินอยู่ใน
ทางใหญ่
-ทรงข้ามโอฆะได้แล้ว ทรงยินดีในการ
สงบระงับจิต ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง มีปรกติเพ่ง

50
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 51 (เล่ม 72)

พินิจ ยินดีในณาน เป็นมุนี เข้าสมาบัติ สำรวม
อินทรีย์
จึงเอากระโหลกน้ำเต้าตักน้ำเข้าไปเผา
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ล้างพระบาทของ
พระพุทธเจ้าแล้วถวายกระโหลกน้ำเต้า
และพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ได้ทรงบังคับว่า ท่านจงเอากระโหลกน้ำเต้านี้
ตักน้ำมาวางไว้ที่ใกล้ ๆ เท้าของเรา
เรารับสนองพระพุทธดำรัสว่า สาธุ แล้ว
เอากระโหลกน้ำเต้ามาวางไว้ใกล้พระพุทธเจ้า
ผู้ประเสริฐสุด เพราะความเคารพต่อพระศาสดา
พระศาสดาผู้ทรงมีความเพียรใหญ่ เมื่อ
จะทรงยังจิตของเราให้ดับสนิท ได้ทรงอนุโมทนา
ว่าด้วยการถวายน้ำเต้านี้ ขอความดำริของท่าน
จงสำเร็จ
ในกัปที่ ๑๕ แต่กัปนี้ เรารื่นรมย์อยู่ใน
เทวโลก ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๓๓ ครั้ง
จะเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม เมื่อ
เราเดินหรือยืนอยู่ คนทั้งหลายถือถ้วยทองยืนอยู่
ข้างหน้าเรา
เราได้ถ้วยทองเพราะการถวายกระโหลก
น้ำเต้าแด่พระพุทธเจ้า สักการะที่ทำไว้ในท่าน
ผู้คงที่ทั้งหลาย ถึงจะน้อยก็ย่อมเป็นของไพบูลย์

51
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 52 (เล่ม 72)

ในกัปที่แสนแค่กัปนี้ เราได้ถวายน้ำเต้า
ในกาลนั้น ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งน้ำเต้า
เราเผากิเลสทั่งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโสวัณณโกนตริกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบโสวัณณโกนตริกเถราปทาน
อรรถกถาสกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓
อปทานของพระเถระทั้งหมดในวรรคที่ ๔๓ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล
ความต่างกันแห่งชื่อของพระเถระทั้งหลาย และความต่างกันแห่งบุญของพระ
เถระทั้งหลายเท่านั้นเป็นความแปลกกัน.
จบอรรถถาสกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้คือ
๑. สกิงสัมมัชชกเถราปทาน ๒. เอกทุสสทายกเถราปทาน
๓. เอกาสนทายกเถราปทาน ๔. สัตตกทัมพปุปผิยเถราปทาน ๕. โกรัณฑ-
ปุปผิยเถราปทาน ๖. ฆฏมัณฑทายกเถราปทาน ๗. เอกธัมสวนิยเถรา
ปทาน ๘. สุจินติตเถราปทาน ๙. โสณณกิงณยเถราปทาน ๑๐. โสวัณณ-
โกนตริกเถราปทาน และในวรรคนี้ บัณฑิตคำนวนคาถาไว้ ๑๗๑ คาถา.
จบสกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓

52
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 53 (เล่ม 72)

เอกวิหาริวรรคที่ ๔๔
ว่าด้วยผลแห่งการอยู่ป่าแต่ผู้เดียว
[๒๑] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระ
นามว่ากัสสปะโดยพระโคตรเป็นเผ่าพรหม มีพระ
ยศใหญ่ ประเสริฐ ว่านักปราชญ์ ทั้งหลาย เสด็จ
อุบัติขึ้นแล้ว
พระองค์ไม่มีธรรมเครื่องให้เนิ่นช้า ไม่มี
เครื่องยึดหน่วง มีพระทัยเสมอด้วยอากาศ มาก
ด้วยสุญญตสมาธิ คงที่ ยินดีในอนิมิตตสมาธิ
ประทับอยู่แล้ว
พระองค์ผู้มีพระทัยรังเกียจ ไม่มีตัณหา
เครื่องฉาบทา ไม่เกี่ยวข้องในตระกูล ในคณะ
ประกอบด้วยพระกรุณาใหญ่ เป็นนักปราชญ์ ทรง
ฉลาดในอุบายเรื่องแนะนำ
ทรงขวนขวายในกิจของผู้อื่น ทรงแนะ
นำในหนทางอันยังสัตว์ให้ถึงนิพพาน ซึ่งเป็น
เหตุทำเปือกตมคือคติให้แห้ง ในโลกพร้อมทั้ง
เทวโลก
ประทับนั่งแสดงอมตธรรมอันเป็นความ
แช่มชื่นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นเครื่องห้ามชราและมรณะ
ในท่ามกลางบริษัทใหญ่ ยังสัตว์ให้ข้ามโลก

53
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 54 (เล่ม 72)

พระวาจาไพเราะเหมือนนกการะเวก เป็น
นาถะของโลก มีพระสุรเสียงกังวาลประหนึ่งเสียง
พรหม ผู้เสด็จมาด้วยประการนั้น ถอนพระองค์
ขึ้นมาจากมหันตทุกข์ ในเมื่อโลกปราศจากผู้แนะนำ
ทรงแสดงธรรมที่ปราศจากธุลี นำสัตว์
ออกจากโลก เราได้เห็นแล้ว ได้ฟังธรรมของ
พระองค์ จึงออกบวชเป็นบรรพชิต
ครั้นเราบวชแล้วในกาลนั้น คิดถึงคำ
สอนของพระชินเจ้า ถูกความเกี่ยวข้องบีบคั้น จึง
ได้อยู่เสวยในป่าที่น่ารื่นรมย์แต่ผู้เดียวเท่านั้น
การที่เรามีกายหลีกออกมาได้ เป็นเหตุ
แห่งการหลีกออกแห่งใจของเราผู้เห็นภัยในความ
เกี่ยวข้อง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกวิหาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบเอกวิหาริยเถราปทาน

54
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 55 (เล่ม 72)

เอกสังขิยเถราปทานที่ ๒ (๔๓๓)
ว่าด้วยผลแห่งการเป่าสังข์เป็นพุทธบูชา
[๒๒] ได้มีการสมโภชไม้มหาโพธิ์ของ
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี มหาชนมา
ประชุมกันบูชาไม้มหาโพธิ์อันอุดม
ไม้มหาโพธิ์ที่ควรบูชาเช่นนี้ ของพระ
ศาสดาพระองค์ใด พระศาสดาพระองค์นั้น จัก
เป็นผู้เว้นจากความเศร้าโศกใหญ่ มีปัญญา เป็น
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
ครั้งนั้น เราถือเอาสังข์มาบำรุงโพธิ์พฤกษ์
เราเป่าสังข์ตลอดวันยังค่ำ ไหว้ไม้มหาโพธิ์อัน
อุดมแล้ว
กรรมที่เราได้ทำในเวลาก่อนจะตาย
ส่งให้เราไปเทวโลก ซากศพของเราตกไปแล้ว
เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
นักดนตรีหกหมื่น ยินดี ร่าเริง บันเทิง
บำรุงเราอยู่ทุกเมื่อ นี้เป็นผลของพุทธบูชา
ในกัปที่ ๗๑ เราได้เป็นพระราชาพระ
นามว่าสุทัสสนะ เป็นใหญ่อยู่ในชมพูทวีป มีมหา
สมุทรทั้ง ๔ เป็นขอบเขต
ครั้งนั้น นักดนตรี ๘๐๐ แวดล้อมเรา
ตลอดเวลา เราย่อมเสวยกรรมของตน นี้เป็นผล
ของการบำรุง

55