ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 26 (เล่ม 72)

เมื่อเราท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่
ได้ทรัพย์นับไม่ถ้วน ความบกพร่องในโภคทรัพย์
มิได้มีแก่เราเลยนี้เป็นผลของข้าวสุกแห่งข้าวสาร
แล่งหนึ่ง
โภคสมบัติเปรียบด้วยกระแสน้ำเกิดขึ้น
แก่เรา เราไม่สามารถจะนับได้ นี้ก็เป็นผลของ
ข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง
เพราะมีผู้เชื้อเชิญว่า เชิญเคี้ยวกินสิ่งนี้
เชิญบริโภคสิ่งนี้ เชิญนอนบนที่นอนนี้ ฉะนั้น
เราจึงเป็นคนมีความสุข นี้ก็เป็นผลของข้าวสุก
แห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายทานใด
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี่ก็เป็นผลของ
ข้าวสุกแห่งข้าวสารแล่งหนึ่ง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปัตโถทนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปัตโถทนทายกเถราปทาน

26
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 27 (เล่ม 72)

มัญจทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๔๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการทำเตียงถวาย
[๑๐] เมื่อพระพุทธเจ้าผู้นำโลก พระนาม
ว่าสิทธัตถะ ผู้ประกอบด้วยพระกรุณา ปรินิพพาน
แล้ว เธอปาพจน์มีความแพร่หลาย อันเทวดา
และมนุษย์สักการะแล้ว
ในครั้งนั้น เราเป็นคนจัณฑาล ทำเก้าอี้
และตั่ง เลี้ยงชีพด้วยการงานนั้น เลี้ยงดูเด็ก ๆ
ก็ด้วยการงานนั้น
เราเลื่อมใสแล้ว ทำเก้าอี้ยาวเป็นอย่างดี
ด้วยมือทั้งสองของตน แล้วได้เข้าไปถวายแก่
พระภิกษุสงฆ์ด้วยตนเอง
ด้วยกรรมที่ทำไว้ดีแล้วนั้น และด้วย
ความตั้งเจตนานั้นไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ได้ไป
ยังดาวดึงสพิภพ
เราไปสู่เทวโลก บันเทิงอยู่ในหมู่ไตรทศ
ที่นอนมีราคามาก ย่อมเกิดตามความปรารถนา
เราได้เป็นจอมเทพเสวยรัชสมบัติในเทว-
โลก ๕๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๘๐
ครั้ง และได้เป็นพระเจ้าประเทศราช อันไพบูลย์
โดยคณนานับมิได้ เราเป็นผู้ถึงความสุข มียศ
นี้เป็นผลแห่งการถวายเตียงนอน

27
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 28 (เล่ม 72)

เมื่อเราจุติจากเทวโลกมาสู่ภพมนุษย์
ที่นอนสวย ๆ ควรแก่ค่ามาก ย่อมเกิดแก่เราเอง
นี้เป็นการเกิดครั้งหลังของเรา ภพสุดท้ายกำลัง
เป็นไป แม้ทุกวันนี้ ที่นอนก็ปรากฏในเวลาที่จะ
นอน
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้เราได้ถวายทานใด
ด้วยทานนั้น เราไม่รู่จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การถวายเตียง
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้
ทราบว่า ท่านพระมัญจทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบมัญจทายกเถราปทาน
อรรถกถาภัททาลิวรรคที่ ๔๒
แม้อปทานที่ ๕ ของพระนาคปัลลวกเถระ แม้อปทานที่ ๖ ของพระ
เอกทีปิยเถระ แม้อปทานที่ ๗ ของพระอุจฉังคปุปผิยเถระ แม้อปทานที่๘
ของพระยาคุทายกเถระ แม้อปทานที่ ๙ ของพระปัตโถทนทายกเถระ แม้
อปทานที่ ๑๐ ของพระมัญจทายกเถระ ทุกๆ อปทานทั้งหมด มีเนื้อความพอ
ที่นักศึกษาจะรู้ได้โดยง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถาภัตทาลิวรรคที่ ๔๒

28
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 29 (เล่ม 72)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ภัททาลิเถราปทาน ๒. เอกฉัตติยเถราปทาน ๓. ติณสูลฉาท-
นิยเถราปทาน ๔. มธุมังสทายเถราปทาน ๕. นาคปัลลวกเถราปทาน
๖. เอกทีปิยเถราปทาน ๗. อุจฉังคปุปผิยเถราปทาน ๘. ยาคุทายกเถรา
ปทาน ๙. ปัตโถทนายกเถราปทาน ๑๐. มัญจทายกเถราปทาน
บัณฑิตคำนวณคาถาแผนกหนึ่งได้ ๒๐๐ คาถา.
จบภัททาลิวรรคที่ ๔๒

29
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 30 (เล่ม 72)

สกิงสัมมัชชกวรรคที่ ๔๓
สกิมมัชชกเถราปทานที่ ๑ [๔๒๑]
ว่าด้วยผลแห่งการกวาดลานพระศรีมหาโพธิ
[๑๑] เราได้เห็นแคฝอย ซึ่งเป็นไม้โพธิ
อันอุดมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนานว่าวิปัสสนา
แล้วยังใจให้เลื่อมใสในไม้โพธินั้น
เราหยิบเอาไม้กวาดมากวาด (ลานโพธิ-
พฤกษ์ ) อันเป็นที่ตั้งแห่งไม้โพธิในกาลนั้น ครั้น
แล้วได้ไหว้ไม้แคฝอยซึ่งเป็นไม้โพธินั้น
เรายังจิตให้เลื่อมใสในไม้โพธินั้น ประ-
นมกรอัญชลีเหนือเศียรเกล้า นมัสการไม้โพธินั้น
แล้ว กลับไปยังกระท่อม
เราเดินนึกถึงไม้โพธิอันอุดมไปตามหน
ทางสัญจร งูเหลือมซึ่งมีรูปร่างน่ากลัว มีกำลัง
มาก รัดเรา
กรรมที่เราทำในเวลาใกล้จะตาย ได้ทำ
ให้เรายินดีด้วยผล งูเหลือมกลืนกินร่างของเรา
เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก
จิตของเราไม่ขุ่นมัว บริสุทธิ์ขาวสะอาด
ในกาลทุกเมื่อ ลูกศรคือความโศก ที่เป็นเหตุทำ
จิตของเราให้เร่าร้อน เราไม่รู้จักมัน เลย

30
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 31 (เล่ม 72)

เราไม่มีโรคเรื้อน ฝี โรคกลาก ลมบ้าหมู
คุดทะราด หิดเปื่อย และหิดด้าน นี้ก็เป็นผล
แห่งการกวาด
ความโศก ความเร่าร้อน ไม่มีในหทัยของ
เรา จิตของเราตรง ไม่วอกแวก นี้เป็นผลแห่ง
การกวาด
เราถึงสมาธิอีก ใจของเราเป็นธรรมชาติ
บริสุทธิ์ สมาธิที่เราปรารถนาย่อมสำเร็จแก่เรา
เราไม่กำหนัดในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง
ความกำหนัด ไม่ขัดเคืองในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง
ความขัดเคือง และไม่หลงในอารมณ์ เป็นที่ตั้ง
แห่งความหลง นี้เป็นผลแห่งการกวาด
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้เราได้ทำกรรนใดใน
กาลนั้น ด้วยกรรมนั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งการกวาค
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . คำสอน
ของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสกิงสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสกิงสัมมัชชกเถราปทาน

31
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 32 (เล่ม 72)

เอกทุสสทายกเถราปทานที่ ๒ (๔๒๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผ้าเป็นพุทธบูชา
[๑๒] เราเป็นคนเกี่ยวหญ้าขายอยู่ใน
พระนครหังสวดี เลี้ยงชีพด้วยการเกี่ยวหญ้า
เลี้ยงดูเด็ก ๆ ด้วยการเกี่ยวหญ้านั้น
พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระผู้รู้จบ
ธรรมทั้งปวง เป็นนายของ เสด็จอุบัติขึ้น
กำจัดความมืดมนให้พินาศ
ครั้งนั้น เรานั่งอยู่ในเรือนของตน คิด
อย่างนี้ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นแล้วในโลก
ไทยธรรมของเราไม่มี เรามีแต่ผ้าสาฎกผืนเดียวนี้
ไม่มีใครจะให้เรา การถูกต้องนรกนำความทุกข์
มาให้ เราจะปลูกฝังทักษิณา
ครั้นคิดได้เช่นนี้แล้ว เราจึงได้ยังจิตของ
เราให้เลื่อมใส ได้ถือผ้าผืนหนึ่งไปถวายแด่พระ-
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
ครั้นถวายผ้าแล้วประกาศเสียงก้องว่า
ข้าแต่พระมหามุนีวีระเจ้า ถ้าพระองค์เป็น
พระพุทธเจ้า ก็ขอทรงโปรดช่วยข้าพระองค์ให้
ข้ามด้วยเถิด
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรง
รู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เมื่อจะทรง

32
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 33 (เล่ม 72)

ประกาศทานของเรา ได้ทรงทำอนุโมทนาแก่
เราว่า
ด้วยการถวายผ้าผืนหนึ่งนี้ และด้วยการ
ตั้งเจตนาไว้ บุรุษนี้จะไม่ไปสู่วินิบาศเลยตลอด
แสนกัป
เขาจักได้เป็นจอมเทพเสวยรัชสมบัติใน
เทวโลก ๓๖ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช
๓๓ ครั้ง
และจักได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอัน
ไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ เมื่อเธอท่องเที่ยวอยู่
ในภพ คือ ในเทวโลกหรือมนุษย์โลก
จักเป็นผู้มีรูปสวยงาม สมบูรณ์ด้วยคุณ
มีกายสง่า จักได้ผ้าร้อยล้านแสนโกฏินับไม่ได้
ตามความปรารถนา
ครั้นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้เป็นนักปราชญ์ตรัสดังนี้แล้ว ได้เสด็จเหาะเหิน
สู่อากาศเหมือนพญาหงส์ในอันพรฉะนั้น
เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือ เป็นเทวดาหรือ
มนุษย์ ในกำเนิดนั้น ๆ เราไม่มีความพร่องใน
โภคสมบัติเลย นี้เป็นผลแห่งผ้าผืนหนึ่ง
ผ้าเกิดแก่เราทุก ๆ ย่างก้าว ข้างล่างเรา
ยืนอยู่บนผ้าล่างบนเรานี้ผ้าเป็นเครื่องบัง

33
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 34 (เล่ม 72)

ทุกวันนี้จักรวาลพร้อมทั้งป่า ภูเขา เมื่อ
เราปรารถนาจะถือเอา ก็พึงคลุมได้ด้วยผ้า
เพราะผ้าผืนเดียวนั่นแหละ เมื่อยังท่อง
เที่ยวอยู่ในภพน้อยใหญ่ เราเป็นผู้มีผิวพรรณ
เหมือนทองคำ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่
เราถึงความเป็นภิกษุเพราะวิบากแห่ง
ผ้าผืนเดียว ถึงชาตินี้จะเป็นชาติสุดท้าย แม้ใน
ชาตินี้ ผ้าก็ยังให้ผลแก่เราอยู่
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ถวายผ้าใด
ในกาลนั้น ด้วยการถวายผ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติ
เลย นี้เป็นผลแห่งผ้าผืนเดียว
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว. . .คำสอนของ
พระพุทธเจ้าเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบเอกทุสสทายเถราปทาน
เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๓ (๔๒๓)
ว่าด้วยผ้าแห่งการแต่งอาสนะบูชา
[๑๓] มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อสิกะ อยู่ในที่
ไม่ไกลจากภูเขาหิมวันต์ เราสร้างอาศรมอย่าง
สวยงาม สร้างบรรณศาลาไว้ที่ภูเขานั้น เรามีนาม

34
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๙ ภาค ๑ – หน้าที่ 35 (เล่ม 72)

ชื่อว่านารทะ แต่คนทั้งหลายเรียกว่า กัสสปะ
ในกาลนั้น เราแสวงหาทางบริสุทธิ์อยู่ที่ภูเขากสิกะ
พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงใคร่ต่อวิเวก ได้เสด็จ
มาทางอากาศ
เราเห็นพระรัศมีของพระองค์ผู้แสวงหา-
คุณอันยิ่งใหญ่ กำลังเสด็จมาที่ชายป่า จึงตบแต่ง
เตียงไม้แล้วปูลาดหนังสัตว์
ครั้นตบแต่งอาสนะเสร็จแล้ว จึงประนม
กรอัญชลีขึ้นเหนือเศียรเกล้า ประกาศถึงความ
โสมนัสแล้ว ได้กราบทูลดังนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์เป็นปราชญ์ นำสัตว์ออก
จากโลก ขอพระองค์ผู้เป็นดังแพทย์รักษา
ความเดือดร้อน ได้โปรดประทานการรักษาแก่ข้า
พระองค์ ผู้อันความกำหนัดครอบงำเถิด
ข้าแต่พระมุนีชนเหล่าใดมีความต้องการ
ด้วยบุญ มองดูพระองค์ผู้เป็นพระพุทธเจ้าผู้ประ-
เสริฐสุด ชนเหล่านั้นย่อมถึงความสำเร็จแห่ง
ประโยชน์อันยั่งยืน พึงเป็นผู้ไม่แก่
ข้าพระองค์หามีไทยธรรมเพื่อพระองค์ไม่
เพราะข้าพระองค์บริโภคไม้ที่หล่นเอง ข้าพระ
องค์มีแต่อาสนะนี้ ขอเชิญประทับนั่งบนเตียงไม้
เถิด

35