ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 812 (เล่ม 71)

พระสมณะผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว นั่งบนเรือนของบิดา
แสดงคาถาเปล่งวาจาถึงความไม่เที่ยง.
เราระลึกถึงสัญญานั้นได้ ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่
ยังไม่ได้แทงตลอดซึ่งที่สุด คือนิพพานอันเป็นบทไม่เคลื่อน.
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไป
เป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความที่สังขารเหล่านั้น
สงบระงับเป็นสุข.
เราระลึกถึงบุรพกรรมได้ พร้อมกับได้ฟังคาถา เรานั่งอยู่
บนอาสนะเดียวนั่นเอง ได้บรรลุพระอรหัต.
เรามีอายุ ๗ ปีแต่กำเนิด ได้บรรลุพระอรหัต พระพุทธเจ้า
ผู้มีพระจักษุทรงรู้คุณแล้ว ให้เราอุปสมบท.
กิจอะไรที่เราพึงทำในวันนี้ ในศาสนาของพระศากยบุตร
เรายังเป็นเด็กอยู่เทียว ได้ทำกิจที่พึงทำนั้นสำเร็จแล้ว.
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะการฟังธรรม.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธัมมสวนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบธัมมสวนิยเถราปทาน

812
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 813 (เล่ม 71)

อุกขิตตปทุมิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๔๐)
ว่าด้วยผลแห่งดอกปทุมดอกเดียว
[๓๔๒] ในกาลนั้น เราเป็นช่างดอกไม้อยู่ในพระนครหังสวดี
เราลงสู่สระปทุมเลือกเก็บดอกบัวอยู่.
พระชินเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง
เป็นอุดมบุรุษ ทรงแสวงหาความเจริญแก่เรา จึงเสด็จมา
พร้อมด้วยพระขีณาสพตั้งแสน ผู้มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่
บริสุทธิ์ ได้อภิญญา ๖ เพ่งฌาน.
เราได้เห็นพระสยัมภู ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา เป็นนายก
ของโลก จึงเก็บดอกบัวที่ก้านแล้วโยนขึ้นไป [ บูชา ] ใน
อากาศ.
ในขณะนั้น [ด้วยเปล่งวาจาว่า] ข้าแต่พระธีรเจ้า ถ้าพระ-
องค์เป็นพระพุทธเจ้าเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระไซร้
ขอดอกบัวจงไปตั้งอยู่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้าเองเถิด.
พระมหาวีรเจ้า เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐกว่านระ
ทรงอธิษฐานแล้ว ดอกบัวเหล่านั้นได้ตั้งอยู่เหนือพระเศียรด้วย
พระพุทธานุภาพ.
ด้วยกุศลกรรมที่เราทำมาแล้วนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น
เราละกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ชั้นดาวดึงส์.
ในชั้นดาวดึงส์นั้น วิมานของเราบุญกรรมสร้างให้อย่าง
สวยงาม เรียกชื่อว่า สัตตปัตตะ สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง
๓๐ โยชน์.

813
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 814 (เล่ม 71)

เราได้เป็นจอมเทวดา เสวยรัชสมบัติ ในเทวโลกพันครั้ง
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ครั้ง.
และเป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับ
มิได้ เราเสวยกรรมของตนที่ทำไว้ดีแล้วในปางก่อน.
ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนั้นแล เราได้เสวยสมบดีแล้ว ได้
กระทำธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า โคดม ให้
แจ้งชัดแล้ว.
เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพขึ้นได้หมดแล้ว เรา
ตัดกิเลสเครื่องผูกขาดเหมือนช้างตัดเชือกได้แล้ว ไม่มีอาสวะ
อยู่.
ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้า ด้วยดอก
ไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
ดอกปทุมดอกเดียว.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุกขิตตปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุกขิตตปทุมิยเถราปทาน

814
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 815 (เล่ม 71)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คันธธูปิยเถราปทาน ๒. อุทกปูชกเถราปทาน ๓. ปุนนาค-
ปุปผิยเถราปทาน ๔. เอกทุสสทายกเถราปทาน ๕. ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน
๖. ปภังกรเถราปทาน ๗. ติณกุฎิทายกเถราปทาน ๘. อุตตเรยยทายก-
เถราปทาน ๙. ธัมมสวนิยเถราปทาน ๑๐. อุกชิตตปทุมิยเถราปทาน
ท่านรวบรวมคาถาทั้งหมดได้ ๑๔๘ คาถา.
จบคันโธทกวรรคที่ ๓๔

815
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 816 (เล่ม 71)

เอกปทุมวรรคที่ ๓๕
เอกปทุมิยเถราปทานที่ ๑ (๓๔๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกบัว
[๓๔๓] พระชินเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้จบธรรม
ทั้งปวง ทรงทำให้แจ้งซึ่งภพน้อยภพใหญ่ ทรงยังประชุมชน
เป็นอันมากให้ข้าม [ทุกข์] ได้.
ในกาลนั้นเราเป็นพญาหงส์ ผู้ประเสริฐกว่านกทั้งหลาย
เราโผลงยังสระน้ำแล้ว เล่นน้ำอยู่อย่างสำราญใจ.
ในขณะนั้น พระชินเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้ง
โลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จ [เหาะ] มาเหนือสระน้ำ.
เราได้เห็นพระสยัมภู ผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้เป็นนายก
ของโลก จึงหักดอกบัวหลวงอันเป็นที่รื่นรมย์ใจที่ก้านแล้ว.
เอาจะงอยปากคาบ โยนขึ้นไปในอากาศ ได้บูชาพระ-
พุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ด้วยใจอันเลื่อมใสยิ่งนัก.
พระศาสดาพระนามว่า ปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก ผู้
สมควรรับเครื่องบูชา ประทับอยู่ในอากาศ ได้ทรงทำ
อนุโมทนาว่า
ด้วยดอกปทุมดอกเดียวนี้ และด้วยการตั้งจิตมั่น ท่านจะ
ไม่ต้องไปสู่วินิบาตตลอดแสนกัป.
พระสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้อุดม ครั้น
ตรัสอย่างนี้ ทรงสรรเสริญกรรมของเราแล้ว ได้เสด็จไปตาม
พระประสงค์.

816
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 817 (เล่ม 71)

ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกปทุมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบเอกปทุมิยเถราปทาน
ติณุปปลมาลิยเถราปทานที่ ๒ (๓๔๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยดอกอุบล ๓ ดอก
[๓๔๔] ในกาลนั้น เราเป็นวานร อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
เราได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากกิเลสธุลี ประทับนั่งอยู่
ณ ระหว่างภูเขา.
ทรงยังทิศทั้งปวงให้สว่างไสว ดังพญารังมีดอกบาน
ประกอบด้วยพระลักษณะและอนุพยัญชนะ ครั้นได้เห็นแล้ว
มีความปลื้มใจ.
มีจิตเบิกบานโสมนัส มีใจร่าเริงด้วยปีติ ได้โปรยดอก
อุบล ๓ ดอก เหนือพระเศียร.

817
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 818 (เล่ม 71)

ครั้นเราบูชาดอกไม้แด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า วิปัสสี
ผู้แสวงหาคุณใหญ่ เคารพนบนอบแล้ว บ่ายหน้ากลับไปทาง
ทิศอุดร.
เมื่อเรากำลังเดินกลับ ด้วยใจอันผ่องใส ตกลงใน
ระหว่างภูเขาหิน ถึงความสิ้นชีวิต.
ด้วยกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น
เราละกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่ชั้นดาวดึงส์.
เราได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง และได้เป็น
พระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณุปปลมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบตีณุปปลมาลิยเถราปทาน

818
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 819 (เล่ม 71)

ธชทายกเถราปทานที่ ๓ (๓๔๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายธง
[๓๔๕] เราเห็นความสิ้นไปแห่งอุปธิทั้ง ๓ จึงให้ยกธงขึ้นบูชา
พระศาสดาพระนามว่า ติสสะ เชษฐบุรุษของโลก ผู้ประเสริฐ
กว่านระ.
ด้วยกุศลกรรมที่เราทำแล้วนั้น และด้วยการตั้งจิตมั่น
เราละกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์.
ได้เสวยรัชสมบัติในเทวโลก ๓๐๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้า
จักรพรรดิ ๕๐๐ ครั้ง.
และได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์ โดยคณนานับ
มิได้ เราได้เสวยกรรมของตน ที่ตนทำไว้ดีแล้วในกาลก่อน.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายธง.
วันนี้ถ้าเราปรารถนา ก็พึงเอาผ้าโขมะปกปิดแผ่นดินพร้อม
ทั้งป่าและภูเขาได้ นี่เป็นผลแห่งกรรมที่เราทำในกาลนั้น.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระธชทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบธชทายกเถราปทาน

819
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 820 (เล่ม 71)

ตีณิกิงกณิปูชกเถราปทานที่ ๔ (๓๔๔)
ว่าด้วยผงแห่งดอกไม้ ๓ ดอก
[๓๔๖] มีภูเขาชื่อว่าภูตคณะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ ที่
ภูเขานั้น เราได้เห็นผ้าบังสุกุลเเขวนห้อยอยู่บนยอดไม้ ขณะ
นั้นเราได้เลือกเก็บเอาดอกหงอนไก่ ๓ ดอก มาบูชาผ้าบังสุกุล
ด้วยจิตโสมนัสยินดี.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งดอกไม้ ๓ ดอก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตีณิกิงกณิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบตีณิกิงกณิปูชกเถราปทาน
นฬาคาริกเถราปทานที่ ๕ (๓๔๕)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายที่จงกรม
[๓๔๗] มีภูเขาชื่อว่าหาริกะ อยู่ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมวันต์ พระ-
ภิกษุมีนามสยัมภู๑ อยู่ที่โคนไม้ในกาลนั้น.
๑. ม. ยุ. สยัมภู นารทะ.

820
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 821 (เล่ม 71)

เราได้ทำเรือนไม้อ้อ (ไม้รวก) มุงบังด้วยหญ้า แผ้วถาง
ที่จงกรมแล้ว ได้ถวายแด่พระสยัมภู.
ในกัปที่ ๑๔ เรารื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ได้เสวยรัชสมบัติ
ในเทวโลก ๗๔ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๗ ครั้ง และ
ได้เป็นพระเจ้าประเทศราชอันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้.
ภพของเราสูงเยี่ยม เหมือนไม้เท้าพระอินทร์ วิมานของ
เรามีเสาพันต้น ไม่มีวิมานอื่นเปรียบได้ มีสีเลื่อมประภัสสร.
เราเสวยสมบัติทั้งสองแล้ว อันกุศลมูลตักเตือน จึงออก
บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า โคดม.
เราเป็นผู้ทำความเพียร มีตนส่งไปแล้ว สงบระงับ ไม่มี
อุปธิ ตัดกิเลสเครื่องผูกเหมือนช้างตัดเชือกแล้วฉะนั้น ไม่มี
อาสวะอยู่.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนฬาคาริกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบนฆาคาริกเถราปทาน

821