ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 772 (เล่ม 71)

สัททสัญญกเถราปทานที่ ๗ (๓๑๗)
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า
[๓๑๙] พระมหาวีรเจ้าผู้มีพระรูปพระโฉมสวยงามน่าดู ทรง
แสดงอมตบทอยู่ พระองค์แวดล้อมด้วยหมู่พระสาวก ประทับ
อยู่ ณ วิหารอันอุดม.
ทรงสงเคราะห์มหาชนด้วยพระวาจาอันไพเราะ ได้มีเสียง
กึกก้องแผ่ไปกว้างขวาง แผ่ไปในเทวดาและมนุษย์ เราได้
ฟังเสียงนฤโฆษแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในพระสุรเสียงของ
พระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ได้
ถวายบังคมพระองค์ ผู้เป็นนายกของโลก.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วย
สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระ-
พุทธเจ้า.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสัททสัญญกเถราปทาน

772
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 773 (เล่ม 71)

๓๑๗. อรรถกถาสัททสัญญกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สุทสฺสโน มหาวีโร เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่า สิทธัตถะ ทรงมีพระรูปโฉมน่าดูสวยงาม คือน่าดูอย่างจับใจ
เพราะทรงมีพระสรีระเพียบพร้อมด้วยพระมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ
ทรงมีพระวิริยภาพมากมาย. บทว่า วสติ ฆรมุตฺตเม ความว่า ประทับ
อยู่ ณ พระวิหารอันอุดมสูงสุด.
จบอรรถกถาสัททสัญญกเถราปทาน

773
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 774 (เล่ม 71)

ติรังสิยเถราปทานที่ ๘ (๓๑๘)
ว่าด้วยผลแห่งความสรรเสริญ
[๓๒๐] ปีติเกิดขึ้นแก่เรา เพราะได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า
สิทธัตถะ ผู้องอาจดังพญาราชสีห์ ประทับนั่งอยู่ ณ ระหว่าง
ภูเขา ยังทิศให้สว่างไสว ดังกองไฟที่ภูเขา และเพราะได้
เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์ แสงสว่างของพระจันทร์ และ
แสงสว่างของพระพุทธเจ้า.
ครั้นเราได้เห็นแสงสว่าง ๓ ประการ และเห็นพระสาวก
อันอุดมแล้ว จึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง แล้วสรรเสริญ
พระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลกว่า พระจันทร์ พระอาทิตย์
และพระพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ๓ อย่างนี้แล.
ส่องแสงสว่างในโลก เป็นผู้บรรเทาความมืดของโลก
เรายกข้ออุปมาขึ้นสรรเสริญพระมหามุนี ครั้นเราสรรเสริญ
พระคุณของพระพุทธเจ้าแล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้สรรเสริญพระพุทธเจ้าใด
ด้วยการสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
สรรเสริญ.
ในกัปที่ ๖๑ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่าญาณวระ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗
ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ

774
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 775 (เล่ม 71)

อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติรังสิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
นาติรังสิยเถราปทาน
นาลิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๓๑๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกบัว ๙ ดอก
[๓๒๑] ในกาลนั้น เราเป็นชาวนาอยู่ ณ ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำสินธุ
ประกอบในแหล่งการงานของผู้อื่น อาศัยอาหารของผู้อื่น เรา
เที่ยวไปตามแม่น้ำสินธุ ได้เห็นพระชินเจ้าพระนามว่าสิท-
ธัตถะ กำลังประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ ดังดอกบัวบานฉะนั้น.
ในกาลนั้น เราจึงเด็ดดอกบัว ๗ ดอกที่ขั้วโปรยบูชาที่
พระเศียรของพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์.
เราเข้าเฝ้าองค์พระสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
มีพระหฤทัยมั่นคงในการอนุกูล ยากที่จะเข้าใกล้ได้ ดังช้าง
มาตังคะตกมัน ๓ ครั้ง มีพระปัญญา ทรงอบรมอินทรีย์แล้ว
ได้ประนมกรอัญชลีถวายบังคมแด่พระศาสดา.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธ-
บูชา.

775
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 776 (เล่ม 71)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระนาลิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบนาลิปุปผิยเถราปทาน
กุมุทมาลิยเถราปทานที่ ๑๐ (๓๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยพวงโกมุท
[๓๒๒] เราได้เห็นพระมหาวีรเจ้า พระนามว่าวิปัสสี ผู้ประ-
เสริฐแกล้วกล้า ทรงชนะวิเศษ แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง
องอาจดังพญาราชสีห์ ผู้ควรรับเครื่องบูชา เสด็จดำเนินอยู่ใน
ถนน เราจึงถือเอาพวงโกมุท ไปบูชาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ
สุด.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

776
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 777 (เล่ม 71)

ทราบว่า ท่านพระกุมุทมาลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกุมุทมาลิยเถราปทาน
๓๒๐. อรรถกถากุมุทมาลิยเถราปทาน
อปทานที่ ๘, ๙, ๑๐ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอารักขทายกวรรคที่ ๓๒
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. อารักขทายกเถราปทาน ๒. โภชนทายกเถราปทาน ๓. คต-
สัญญกเถราปทาน ๔. สัตตปทุมิยเถราปทาน ๕. ปุปผาสนทายกเถรา-
ปทาน ๖. อาสนถวิกเถราปทาน ๗. สัททสัญญกเถราปทาน ๘. ติรัง-
สิยเถราปทาน ๙. นาลิปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุทมาลิยเถราปทาน.
มีคาถา ๕๗ คาถา.
จบอารักขทายกวรรคที่ ๓๒

777
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 778 (เล่ม 71)

อุมมาปุปผิยวรรคที่ ๓๓
อุมมาปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๓๒๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกผักตบ
[๓๒๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ไม่แพ้
อะไร ๆ สูงสุดกว่านระ มีพระหทัยมั่น ไม่หวั่นไหว กำลัง
เข้าสมาธิ เราจึงได้ถือเอาดอกผักตบไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า
ดอกผักตบทั้งหมดมียอดรวมกัน มีขั้วข้างบน มีหน้าข้างล่าง
เป็นเหมือนมีจิตดี เป็นเครื่องลาดดอกไม้ ประดิษฐานอยู่ใน
อากาศ ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๕๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ทรงพระนามว่า สมันตฉทนะ มี
พละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุมมาปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุมมาปุปผิยเถราปทาน

778
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 779 (เล่ม 71)

ปุฬินปูชกเถราปทานที่ ๒ (๓๒๒)
ว่าด้วยผลแห่งการโปรยทราย
[๓๒๔] เราได้เห็นพระศาสดาผู้ประเสริฐกว่านระ สวยงามดัง
ดอกรกฟ้า องอาจเหมือนโคนิสภะและม้าอาชาไนย รุ่งเรือง
สว่างไสวดังดาวประกายพฤกษ์.
เราจึงได้ประนมกรอัญชลี ถวายบังคมแด่พระศาสดา เรา
สรรเสริญพระศาสดา ยินดีอยู่ด้วยกรรมของตน.
เรามีใจผ่องใส เอาทรายขาวบริสุทธิ์กำมือหนึ่ง ห่อพก
มาโปรยลง ที่ทางเสด็จดำเนิน ของพระศาสดา พระนามว่า
วิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ แต่นั้น เราเอาทรายครึ่งหนึ่ง
โปรยลงในที่พักกลางวันของพระองค์ ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้โปรยทรายใด ด้วยกรรมนั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการโปรยทราย.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุฬินปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบปุฬินปูชกเถราปทาน

779
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 780 (เล่ม 71)

หาสชนกเถราปทานที่ ๓ (๓๒๓)
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า
[๓๒๕] เราได้เห็นผ้าบังสุกุลของพระศาสดาห้อยอยู่ที่ยอดไม้
จึงประนมกรอัญชลี แล้วเปล่งวาจาดัง ๆ ความยินดีเกิดขึ้นแก่
เราเพราะได้เห็นแต่ไกล เราประนมกรอัญชลีแล้ว ยังจิตให้
เลื่อมใสโดยยิ่ง.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้สัญญาใดในกาลนั้น ด้วย
สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญาในพระ-
พุทธเจ้า.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระหาสชนกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบหาสชนกเถราปทาน
ยัญญสามิกเถราปทานที่ ๔ (๓๒๔)
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัญญาในพระพุทธเจ้า
[๓๒๖] เรามีอายุได้ ๗ ปีแต่กำเนิด เป็นผู้รู้จบมนต์ ได้ดำรง
วงศ์สกุล เราตระเตรียมพิธีบูชายัญในกาลนั้น เราจะฆ่าสัตว์

780
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 781 (เล่ม 71)

เลี้ยง ๘๔,๐๐๐ ตัว และให้ผูกเข้าไว้ที่หลักไม้แก่น ตระเตรียม
เพื่อประโยชน์แก่ยัญ.
พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ มีพระประสงค์
สำเร็จทุกอย่าง ทรงมีประโยชน์ใหญ่หลวงแก่โลก ๓ ร่าเริง
ดังปากเบ้า มีพระรัศมีสุกสกาวเช่นกับถ่านเพลิงไม้ตะเคียน
ดังพระอาทิตย์อุทัย เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ.
เสด็จเข้ามาหา (เรา) แล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า ดูก่อน
กุมาร ความไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง การงดเว้นจากความ
เป็นขโมย การประพฤตินอกใจและการดื่มน้ำเมา
ความยินดีในการประพฤติสม่ำเสมอ พาหุสัจจะ และ
ความเป็นผู้กตัญญู เราชอบใจธรรมเหล่านี้ บัณฑิตพึงสรร-
เสริญทั้งในปัจจุบันและอนาคต.
ท่านเจริญธรรมเหล่านี้ ยินดีในความเกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวง
ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้วจงเจริญมรรคอันสูงสุด.
พระสัพพัญญูเชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ตรัส
ดังนี้ ครั้นทรงพร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่เวหาส
ไป.
เราชำระจิตให้บริสุทธิ์ก่อนแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในภาย
หลัง ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เรายังจิตให้เลื่อมใสในกาลใด
ด้วยกรรมในกาลนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งสัญญา
ในพระพุทธเจ้า.

781