ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 742 (เล่ม 71)

๒๙๕. อรรถกถาโคสีสนิกเขปกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อารามทฺวารา นิก ขมฺม ความว่า ที่หนทางประตูออก
ของพระสงฆ์ จากประตูพระอาราม. บทว่า โคสีสํ สนฺถตํ มยา
ความว่า ที่หนทางประตูออกนั้น เราได้ลาดไม้จันทร์ขาวไว้เพื่อสำหรับ
เหยียบเดิน ด้วยมีเจตนาว่า คู่พระบาทของพระผู้มีพระภาคเจ้า และคู่
เท้าของภิกษุสงฆ์ อย่าได้เหยียบลงไปที่โคลนเลย. บทว่า อนุโภมิ สกํ
กมฺมํ ความว่า ด้วยกำลังแห่งกรรมคือการลาดไม้จันทน์ขาวของตน เรา
จึงได้เสวยผล มีม้าอาชาไนย ที่เร็วไวดุจสายลม มีม้าสินธพซึ่งเป็น
พาหนะที่เร็วพลันเป็นต้น. บทว่า อโห การํ ปรมการํ ความว่า กิจ
แม้เล็กน้อยที่เรากระทำไว้ด้วยดีในพระสงฆ์ซึ่งเป็นเขตที่ดี เพราะทานที่มี
ผลมากมาย จึงให้ผลอันยิ่งคือสูงสุด จัดเป็นความอัศจรรย์จริง. ท่าน
กล่าวคำอธิบายไว้ว่า เราได้กระทำกรรมดคือการลาดไม้จันทน์ขาวไว้ในเขต
แห่งพระสงฆ์ผู้มีกายสมาจารและวจีสมาจารอันบริสุทธิ์ ปราศจากโทษมี
ราคะและโทสะเป็นต้น การกระทำเช่นนี้ ย่อมให้ผลมากมาย เปรียบเหมือน
ดังข้าวสาลีที่บุคคลหว่านลงในนาทั้งหลาย ที่ปราศจากโทษมีหญ้าเป็นต้น
ย่อมให้ผลมากมายฉะนั้นแล. บทว่า น อญฺญํ กลมคฺฆติ เชื่อมความว่า
กรรมอื่นที่ทำในศาสนาอื่นภายนอก มีผลไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ส่วนที่ ๑๖
แห่งการบูชาสักการะที่บุคคลทำแล้วในพระสงฆ์เลย.
จบอรรถกถาโคสีสนิกเขปกเถราปทาน

742
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 743 (เล่ม 71)

ปทปูชกเถราปทานที่ ๖ (๒๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระบาท
[๒๙๘] ในกาลนั้น เราเป็นกินนรอยู่ที่ภูเขาหิมวันต์ เราได้เห็น
พระพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี มีรัศมีผุดผ่องดังพระจันทร์.
เวลานั้น เราได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี ผู้
นำโลก แล้วได้เอา (น้ำ) แก่นจันทน์และกฤษณารดลงที่
พระบาท.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระบาทใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระบาท.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบปทปูชกเถราปทาน

743
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 744 (เล่ม 71)

เทสกิตติกเถราปทานที่ ๗ (๒๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๙๙] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์มีนามว่า อุปสาลหกะ เรา
เข้าไปยังป่าชัฏ ได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้เป็นนาถะของโลก
ประเสริฐกว่านระ ผู้ควรรับเครื่องบูชาของโลก.
แล้วได้ถวายบังคมแทบพระบาท พระพุทธเจ้าทรงทราบ
ว่า เรามีจิตเลื่อมใสแล้ว ทรงหายไป เราออกจากป่าแล้ว
ระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด เราสรรเสริญประเทศนั้น
แล้ว บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้สรรเสริญประเทศใด ด้วย
การสรรเสริญนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
สรรเสริญ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเทสกิตติกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบเทสกิตติกเถราปทาน

744
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 745 (เล่ม 71)

สรณคมนิยเถราปทานที่ ๘ (๒๙๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถึงสรณะ
[๓๐๐] ในกาลนั้น เราเป็นพรานอยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ เราได้
เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า วิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประ-
เสริฐกว่านระ.
ได้เข้าเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าแล้ว ทำหน้าที่ไวยาวัจกร ได้
เข้าถึงพระองค์ผู้เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่ เป็นสรณะ.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถึงสรณะใด ด้วยการถึงสรณะ
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถึงสรณะ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสรณคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสรณคมนิยเถราปทาน
อัมพปิณฑิยเถราปทานที่ ๙ (๒๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะม่วง
[๓๐๑] เมื่อครั้งเราเป็นทานพ (อสูร) มีนามชื่อว่า โรมสะ เรา
ได้ถวายผลมะม่วงแด่พระพุทธเจ้า พระนามว่า วิปัสสี ผู้แสวง
หาคุณใหญ่.

745
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 746 (เล่ม 71)

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลมะม่วงใดในกาลนั้น
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผล
มะม่วง.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัมพปิณฑิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอัมพปิณฑิยเถราปทาน
อนุสังสาวกเถราปทานที่ ๑๐ (๓๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการประกาศคุณวิเศษ
[๓๐๒] เราได้เห็นพระชินเจ้า พระนามว่า วิปัสสี กำลังเสด็จ
เที่ยวบิณฑบาต จึงได้ถวายภิกษาทัพพีหนึ่งแก่พระองค์ผู้เป็น
จอมสัตว์ ผู้คงที่.
ในกาลนั้น เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้ถวายบังคม (และ)
ได้ประกาศพระพุทธเจ้าให้มหาชนทราบ เพื่อบรรลุประโยชน์
อันสูงสุด.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ประกาศให้มหาชนทราบ
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการประกาศ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ

746
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 747 (เล่ม 71)

อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอนุสังสาวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอนุสังสาวกเถราปทาน
๓๐๐. อรรถกถาอนุสังสาวกเถราปทาน
อปทานที่ ๖, ๗, ๘, ๙, และ ๑๐ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาจิตกปูชกวรรคที่ ๓๐
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. จิตกปูชกเถราปทาน ๒. ปุปผธารกเถราปทาน ๓. ฉัตตทายก-
เถราปทาน ๔. สัททสัญญกเถราปทาน ๕. โคสีสนิกเขปกเถราปทาน
๖. ปทปูชกเถราปทาน ๗. เทสกิตติกเถราปทาน ๘. สรณคมนิยเถรา-
ปทาน ๙. อัมพปิณฑิยเถราปทาน ๑๐. อนุสังสาวกเถราปทาน.
บัณฑิตคำนวณคาถาได้ ๔๗ คาถา.
จบจิตกปูชกวรรคที่ ๓๐

747
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 748 (เล่ม 71)

อนึ่ง รวมวรรคได้ ๓๐ วรรค คือ
๑. กณิการปุปผิยวรรค ๒. หัตถิวรรค ๓. อาลัมพนทายกวรรค
๔. อุทกาสนทายิวรรค ๕. ตุวรทายิวรรค ๖. โถมกวรรค ๗. ปทุมุก-
เขปวรรค ๘. วัณณพิพโพหนวรรค ๙. ปัณณทายกวรรค ๑๐. จิตก-
ปูชกวรรค.
คาถาทั้งหมดมี ๔๕๑ คาถา บัณฑิตผู้แสดงอรรถ คำนวณบท
ทั้งหมดได้ ๕,๕๗๒ บท.
จบหมวดร้อยที่ ๓

748
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 749 (เล่ม 71)

ปทุมเกสริยวรรคที่ ๓๑
ปทุมเกสริยเถราปทานที่ ๑ (๓๐๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการโปรยเกสรดอกบัว
[๓๐๓] ในกาลก่อน เราเป็นช้างพลายมาตังคะ อยู่ในที่ใกล้
หมู่ฤๅษีปัจเจกพุทธเจ้า เรามีความเลื่อมใส ได้เอาเกสรดอก
บัว โปรยลงบูชาแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณใหญ่.
เรายังจิตให้เลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
กำจัดราคะแล้ว ผู้คงที่เหล่านั้น บันเทิงอยู่ในสวรรค์ตลอดกัป.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้โปรยเกสรดอกบัวบูชา ใน
กาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปทุมเกสริยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปทุมเกสริยเถราปทาน

749
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 750 (เล่ม 71)

ปทุมเกสริยวรรคที่ ๓๑
๓๐๑. อรรถกถาปทุมเกสริยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๓๑ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อิสิส เฆ อหํ ปุพฺเพ เชื่อมความว่า ในกาลก่อน คือใน
เวลาบำเพ็ญโพธิสมภาร เราได้เป็นช้างชนิดดุร้าย ในตระกูลช้างมาตังคะ
อยู่ใกล้ภูเขาหิมวันต์ ใกล้กับหมู่ฤาษีปัจเจกพุทธเจ้า ชื่อว่า วารณะ
เพราะห้ามมนุษย์เป็นต้นได้. อีกความหมายหนึ่ง ชื่อว่า วารณะ เพราะ
ร้อง คือบันลือโกญจนาทออกทางวาจาได้. บทว่า มเหสีนํ ปสาเทน
ได้แก่ ด้วยความเลื่อมใสในพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่.
บทว่า ปจฺเจกชินเสฏฺเฐสุ ธุตราเคสุ ตาทิสุ เชื่อมความว่า เราได้โปรย
เกสรดอกบัว บูชาในพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ไม่หวั่นไหวด้วย
โลกธรรมทั้งหลาย.
จบอรรถกถาปทุมเกสริยเถราปทาน

750
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 751 (เล่ม 71)

สัพพคันธิยเถราปทานที่ ๒ (๓๐๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายของหอมและดอกไม้
[๓๐๔] เราได้ถวายของหอมและดอกไม้แด่พระพุทธเจ้า พระ-
นามว่า วิปัสสี ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ได้ถวายผ้าโกไสยอย่างดี
แก่พระองค์ผู้ซื่อตรง.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายของหอมใด ในกาลนั้น
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายของ
หอม.
ในกัปที่ ๑๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จอม-
กษัตริย์ พระนามว่า สุเวละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประ-
การ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัพพคันธิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบสัพพคันธิยเถราปทาน

751