ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 732 (เล่ม 71)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุพพังคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปุพพังคมนิยเถราปทาน
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ปัณณทายกเถราปทาน ๒. ผลทายกเถราปทาน ๓. ปัจจุคคม-
นิยเถราปทาน ๔. เอกปุผิยเถราปทาน ๕. มฆวปุปผิยเถราปทาน
๖. อุปัฏฐายิกเถราปทาน ๗. อปทานิยเถราปทาน ๘. สัตตาหปัพพ-
ชิตเถราปทาน ๙. พุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน ๑๐. ปุพพังคมนิยเถราปทาน
และท่านได้กล่าวคาถาไว้ ๓๘ คาถา.
จบปัณณทายกวรรคที่ ๒๙

732
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 733 (เล่ม 71)

จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐
จิตกปูชกเถราปทานที่ ๑ (๒๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่าง ๆ
[๒๙๓] ในกาลนั้น เราเป็นพราหมณ์ มีนามชื่อว่า อชิตะ
เราประสงค์จะทำการบูชา จึงรวบรวมดอกไม้ต่าง ๆ ไว้.
เราได้เห็นจิตกาธารของพระพุทธเจ้า พระนามว่า สิขี ผู้
เป็นเผ่าพันธุ์ของโลกอันรุ่งเรืองอยู่ จึงนำเอาดอกไม้นั้นมา
บูชาที่จิตกาธาร.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชา.
ในกัปที่ ๒๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมมนุษย์
๗ ครั้ง ทรงพระนามว่า สุปัชชลิตะ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบจิตกปูชกเถราปทาน

733
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 734 (เล่ม 71)

จิตกปูชกวรรคที่ ๓๐
๒๙๑. อรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๓๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อาหุตึ ยิฏฺฐกาโมหํ ความว่า เรามีความประสงค์จะทำ
การบูชาสักการะ. บทว่า นานาปปฺผํ สมานยึ ความว่า เราได้นำเอาดอกไม้
เช่นดอกจำปาและดอกช้างน้าวเป็นต้นต่าง ๆ หลายชนิดมารวมไว้เป็นอย่าง
ดี คือทำเป็นกอง.
บทว่า สิขิโน โลกพนฺธุโน ความว่า เราได้เห็นจิตกาธารอันมี
กองฟืนรุ่งเรืองลุกโพลง ของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า สิขี ผู้เป็น
เผ่าพันธุ์ คือเป็นญาติของชาวโลกทั้ง ๓ ทั้งหมดแล้วจึงได้นำเอาดอกไม้
นั้นมาทำการบูชาที่จิตกาธารแล.
จบอรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน

734
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 735 (เล่ม 71)

ปุปผธารกเถราปทานที่ ๒ (๒๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการยกดอกไม้ขึ้นบูชา
[๒๙๔] เราเป็นผู้นุ่งเปลือกไม้กรอง ห่มหนังสัตว์เฉวียงบ่า
ข้างซ้าย ยังอภิญญา ๕ ให้บังเกิดแล้ว เป็นผู้ลูบคลำพระจันทร์
ได้.
เราได้เห็นพระศาสดา พระนามว่า วิปัสสี ผู้ส่องโลก
ให้สว่างไสว ซึ่งเสด็จมาถึงสำนักเรา เราจึงยกดอกแคฝอย
ขึ้นบูชาแด่พระองค์.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ยกดอกไม้ใดขึ้นบูชา ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการยกดอกไม้
ขึ้นบูชา.
ในกัปที่ ๘๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า สมันตธรณะ มีพละ
มาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปุปผธารกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบปุปผธารกเถราปทาน

735
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 736 (เล่ม 71)

๒๙๒. อรรถกถาปุปผธารกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อชินุตฺตรวาสโน ความว่า นุ่งห่มหนังเสือเหลืองและหนัง
มิคะเฉวียงบ่าข้างซ้าย. บทว่า อภิญฺญา ปญฺจ นิพฺพตฺตา ความว่า
ทำอภิญญา ๕ คือ ญาณ ๕ มีอิทธิวิธญาณเป็นต้น ให้บังเกิดขึ้น คือให้สำเร็จ
ขึ้นแล้ว. บทว่า จนฺทสฺส ปริมชฺชโก ความว่า เราได้เป็นผู้ลูบคลำ
ถูกต้องมณฑลพระจันทร์ได้โดยรอบ. บทว่า วิปสฺสี โลกปชฺโชตํ ความว่า
เราได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า วิปัสฺสี ผู้เช่นกับประทีปส่อง
สว่างไสวไปในโลกทั้ง ๓ จนทั่วถึง ได้เสด็จมาใกล้เรา คือได้เสด็จมาถึง
เป็นพิเศษ. บทว่า ปาริจฺฉตฺตกปุปฺผานิ ความว่า เราได้นำเอาดอก
ปาริฉัตตกะมาจากเทวโลกแล้วยกขึ้นบูชาโดยอาการดุจฉัตร เบื้องบนของ
พระศาสดา พระนามว่า วิปัสสี.
จบปุปผธารกเถราปทาน

736
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 737 (เล่ม 71)

ฉัตตทายกเถราปทานที่ ๓ (๒๙๓)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายฉัตร
[๒๙๕] ในกาลนั้น บุตรของเราบวชแล้ว นุ่งห่มผ้ากาสายะ
แล้ว ท่านนั้นบรรลุถึงความเป็นพระพุทธะ อันโลกบูชา
นิพพานแล้ว.
เราค้นหาบุตรของตน ไปตามเบื้องหลังอาราม ได้ไปถึง
จิตกาธารแห่งนครของเราผู้ดับแล้ว เป็นผู้มีคุณใหญ่ เรา
ประนมกรอัญชลี ไหว้จิตกาธารที่ป่าช้านั้น และยกฉัตร
ขาวขึ้นตั้งประดิษฐานไว้ (บูชา) ในกาลนั้น.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ยกฉัตรขึ้น (บูชา) ใด ด้วย
การบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายฉัตร.
ในกัปที่ ๒๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ครั้ง
เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่า มหารหะ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระฉัตตทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบฉัตตทายกเถราปทาน

737
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 738 (เล่ม 71)

๒๙๓. อรรถกถาฉัตตทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ปุตฺโต มม ปพฺพชิโต ความว่า บุตรของเราบวชแล้ว
ด้วยความศรัทธา. บทว่า กาสายวสโน ตทา ความว่า ในเวลาที่ได้
บวชแล้วนั้น ก็นุ่งห่มด้วยผ้ากาสายะ, คือมิได้บวชเป็นบรรพชิตนอก
ศาสนา. บทว่า โส จ พุทฺธตฺตํ สมฺปตฺโต ความว่า บุตรของเรานั้น
ได้บรรลุความเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ในพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์
ด้วยดี คือบรรลุพระอรหัต. บทว่า นิพฺพุโต โลกปูชิโต ความว่า
ปรินิพพานแล้วด้วยขันธปรินิพพาน มีสักการะอันชาวโลกทั้งหมดกระทำ
การบูชาแล้ว. บทว่า วิจินนฺโต สกํ ปุตฺตํ ความว่า เราได้ถามถึงที่
บุตรนั้นไปแล้ว จึงได้ค้นหาบุตรของตน ติดตามไปข้างหลัง คือเป็นผู้
ติดตามไป. บทว่า นิพฺพุตสฺส มหนฺตสฺส ความว่า เราได้ไปถึงที่
จิตกาธาร ในที่ประชุมเพลิงแห่งบุตรของเรานั้นผู้เป็นพระอรหันต์ยิ่งใหญ่
เพราะประกอบด้วยคุณมีสีลขันธ์เป็นต้นอันยิ่งใหญ่. บทว่า ปคฺคยฺห อญฺชลึ
ตฺตถ ความว่า เราได้ประคองอัญชลี คือประชุมนิ้วมือทั้ง ๑๐ ไว้เหนือ
ศีรษะ ตรงที่จิตกาธารนั้นแล้วไหว้นอบน้อมกองไฟแล้ว. บทว่า เสตจฺ-
ฉตฺตญฺจ ปคฺคยฺห ความว่า มิใช่แต่เราจะได้ไหว้อย่างเดียวเท่านั้น ยัง
ได้ประคองฉัตรอันสะอาดยกขึ้นตั้งประดิษฐานไว้อีกด้วย.
จบอรรถกถาฉัตตทายกเถราปทาน

738
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 739 (เล่ม 71)

สัททสัญญกเถราปทานที่ ๔ (๒๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการได้สัททสัญญา
[๒๙๖] เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ความเลื่อมใสของเรามีอย่าง
ไพบูลย์ ความปรากฏแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้แสวง
หาคุณใหญ่ ได้มีในโลก.
เราได้ฟังเสียงในความปรากฏนั้น แต่ไม่ได้เห็นพระ-
ชินเจ้า เมื่อเราจะทำกาลกิริยา ได้ระลึกถึงความจำหมายใน
พระพุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้สัญญาใด ในกาลนั้น ด้วย
สัญญานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัททสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสัททสัญญกเถราปทาน

739
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 740 (เล่ม 71)

๒๙๔. อรรถกถาสัททสัญญกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อนุคฺคตมฺหิ อาทิจฺเจ ความว่า เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น
คือเมื่อกาลปัจจุสมัยยังไม่ปรากฏ. บทว่า ปสาโท วิปุโล อหุ ความว่า
ความเลื่อมใสแห่งใจของเราผู้ถูกโรคภัยเบียดเบียน ได้มีอย่างไพบูลย์มาก
มายด้วยการระลึกถึงแต่พระพุทธเจ้า. เชื่อมความว่า ความปรากฏแห่ง
พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ผู้แสวงหาคุณใหญ่ ได้มีแล้วในโลก.
บทว่า โฆสมสฺโสสหํ ตตฺถ ความว่า เมื่อความปรากฏนั้นกำลังเป็น
ไปอยู่ เราได้ยินเสียงกึกก้องว่า เราเป็นไข้. พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้น
แล้ว. บทว่า น จ ปสฺสามิ ตํ ชินํ ความว่า เราไม่ได้เห็นพระ-
สัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงชนะมารทั้ง ๕ พระองค์นั้น คือเพราะเราเป็น
ไข้หนัก จึงไม่สามารถจะไปเห็นได้. บทว่า มรณญฺจ อนุปฺปตฺโต ความว่า
ถึงเวลาใกล้จะตาย คือเป็นผู้จวนจะตาย. บทว่า พุทฺธสญฺญมนุสฺสรี
ความว่า เราได้ระลึกถึงพระนามว่า พระพุทธเจ้า คือได้ตั้งใจระลึกถึง
พระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์.
จบอรรถกถาสัททสัญญกเถราปทาน

740
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 741 (เล่ม 71)

โคสีสนิกเขปกเถราปทานที่ ๕ (๒๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว
[๒๙๗] เราออกจากประตูพระอารามแล้ว ได้ลาด (ทอด) ไม้
จันทน์ขาวไว้ (เพื่อให้สงฆ์เดิน) เราได้เสวยกรรมของตน
นี้เป็นผลแห่งบุรพกรรม.
ม้าสินธพอาชาไนย มีกำลังวิ่งเร็วดังลม เป็นพาหนะเร็ว
เราได้เสวยผลนั้นทั้งหมด นี้เป็นผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว
โอ กุศลสมภารน้อย (กลับ) ให้ผลมากมาย เราทำดีในเขตดี
ผลอื่นไม่ได้เสี้ยวแห่งกุศลสมภารที่เราทำในสงฆ์.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ลาดไม้จันทน์ขาว ด้วยกรรม
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการลาดไม้จันทน์ขาว.
ในกัปที่ ๗๕ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์
หนึ่ง มีพระนามว่า สุปติฏฐิตะ มีเดชมาก มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโคสีสนิกเขปกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบโคสีสนิกเขปกเถราปทาน

741