ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 722 (เล่ม 71)

ผลทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๘๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลไม้
[๒๘๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ทรงสันโดษ
เสมอด้วยเขาสิเนรุ ทรงไว้เช่นกับธรณี เสด็จออกจากสมาธิ
แล้ว เข้ามาหาเราเพื่อภิกษา.
เรามีใจผ่องใส ได้ถวายผลสมอ มะขามป้อม มะม่วง
ชมพู่ สมอพิเภก กระเบา กระบาก มะตูม และผลมะปราง
ทั้งหมดนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้
แสวงคุณอันใหญ่หลวง ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งปวง.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย
ผลไม้.
ในกัปที่ ๕๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอมกษัตริย์
พระนามว่า เอกัชฌะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบผลทายกเถราปทาน

722
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 723 (เล่ม 71)

๒๘๒. อรรถกถาผลทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
เชื่อมความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ทรงสันโดษ
เสมอด้วยภูเขาสิเนรุ ทรงมั่นคงเช่นกับธรณี. บทว่า วุฏฺฐหิตฺวา สมาธิมฺหา
ความว่า เสด็จออกจากนิโรธสมาบัติแล้ว คือเสด็จอยู่เป็นแผนกหนึ่ง.
บทว่า ภิกฺขาย มมุปฏฺฐิโต ความว่า ใกล้เวลาภิกขาจารทรงพระดำริว่า
วันนี้ใครคนใดคนหนึ่ง ได้ถวายทานเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่เรา ผลเป็นอันมาก
จะพึงมีแก่เขาผู้นั้น ดังนี้แล้ว จึงเสด็จเข้ามาหาเราผู้นั่งอยู่ คือเข้ามาใกล้
เรา. บทว่า หรีตกํ ฯ เป ฯ ผารุสกผลานิ จ ความว่า เรามีใจ
เลื่อมใส ได้ถวายผลไม้นั้นทั้งหมด แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
สิทธัตถะ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ผู้ทรงอนุเคราะห์ชาวโลกทั้งปวง
พระองค์นั้น ด้วยประการฉะนี้แล.
จบอรรถกถาผลทายกเถราปทาน

723
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 724 (เล่ม 71)

ปัจจุคคมนิยเถราปทานที่ ๓ (๒๘๓)
ว่าด้วยผลแห่งการต้อนรับ
[๒๘๕] เรามีใจผ่องใส ได้ทำการต้อนรับพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐกว่านระ ส่องโลกให้สว่างไสว
ทรงเยียวยาสัตว์โลกทั้งปวง เสด็จเที่ยวอยู่ในป่าดังราชสีห์
องอาจดังม้าอาชาไนย สวยงามดังต้นรกฟ้า ซึ่งกำลังเสด็จมา.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ต้อนรับพระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้ประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น
ผลแห่งการต้อนรับ.
ในกัปที่ ๒๗ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระ-
องค์หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน มีนามว่า ปริวาระ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปัจจุคคมนิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปัจจุคคมนิยเถราปทาน

724
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 725 (เล่ม 71)

๒๘๓. อรรถกถาปัจจุคคมนิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สีหํ ยถา วนจรํ เชื่อมความว่า ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่า สิทธัตถะ ผู้เสด็จเที่ยวไปอยู่ ดุจราชสีห์เที่ยวไปในป่า
ฉะนั้น. บทว่า นิสภาชานิยํ ยถา ความว่า โคที่ประเสริฐที่สุดมี ๔
คือ วสภะ นิสภะ วิสภะ อาสภะ บรรดาโคที่ประเสริฐที่สุดทั้ง ๔ เหล่า
นั้น ที่ชื่อว่า วสภะ คือ ประเสริฐที่สุดของโคร้อยตัว. ที่ชื่อว่า นิสภะ
คือ ประเสริฐที่สุดของโคพันตัว ที่ชื่อว่า วิสภะ คือ ประเสริฐที่สุด
ของโคแสนตัว. ที่ชื่อว่า อาสภะ คือ ประเสริฐที่สุดของโคแสนโกฏิตัว.
อธิบายว่า แต่ในที่นี้ อาสภะ ท่านเรียกว่า นิสภะ ได้แก่ม้าอาชาไนย
ซึ่งคล้ายกับโคอุสภราชที่ไม่กลัว ไม่หวั่นไหวฉะนั้น. บทว่า กกุธํ
วิลสนฺตํ ว ความว่า เรามีใจเลื่อมใสเพราะสัมปยุตด้วยศรัทธา พอได้
พบเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้องอาจผู้สูงสุดกว่า
นรชนทั้งหลาย งดงามปานประหนึ่งต้นรกฟ้า ที่สมบูรณ์ด้วยดอกและ
ใบอ่อนฉะนั้น กำลังเสด็จมาจึงได้กระทำการต้อนรับ.
จบอรรถกถาปัจจุคคมนิยเถราปทาน

725
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 726 (เล่ม 71)

เอกปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๒๘๔)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกไม้
[๒๘๖] ในกาลนั้น เราเป็นปิศาจอยู่ที่ประตูเมืองด้านทิศทักษิณ
เราได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้ปราศจากธุลี มีรัศมีสุกใสดังพระ-
จันทร์.
เราได้ถวายดอกไม้ดอกหนึ่ง แด่พระพุทธเจ้าพระนามว่า
วิปัสสี ผู้เลิศกว่านระ ทรงแสวงหาประโยชน์ให้แก่โลกทั้งปวง
เป็นจอมสัตว์ ผู้คงที่.
ในกัปที่ ๑๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายดอกไม้ใด ในกาลนั้น
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเอกปุปผิยเถราปทาน
๒๘๔. อรรถกถาเอกปุปผิยเถราปทาน
ตั้งแต่อปทานที่ ๔ เป็นต้นไป จนถึงอปทานที่ ๑๐ เป็นสุดท้าย
มีเนื้อความง่ายพอจะรู้ได้ทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปัณณทายกวรรคที่ ๒๙

726
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 727 (เล่ม 71)

มฆวปุปผิยเถราปทานที่ ๕ (๒๘๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกดีหมี
[๒๘๗] พระสยัมภูผู้ไม่แพ้อะไร ๆ ทรงมีอินทรีย์ผ่องใส ไม่ขุ่น
มัว เข้าสมาธิอยู่ในที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำนัมมทานที.
ในกาลนั้น เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ไม่แพ้อะไร ๆ
แล้ว เกิดเลื่อมใสโสมนัส ได้บูชาองค์พระสยัมภูด้วยดอก
ดีหมี.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมฆวปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบมฆวปุปผิยเถราปทาน
อุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๖ (๒๘๖)
ว่าด้วยการบูชาด้วยการถวายคนอุปัฏฐาก
[๒๘๘] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้ควร
รับเครื่องบูชา เป็นจอมสัตว์ เป็นมหานาคเชษฐบุรุษของโลก
ประเสริฐกว่านระ เสด็จดำเนินอยู่ที่ถนน.

727
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 728 (เล่ม 71)

เราได้ถวายคนอุปัฏฐากแก่พระองค์ ผู้ทรงแสวงหาประ-
โยชน์เกื้อกูลแก่โลกทั้งปวง ทรงแสวงหาคุณอันใหญ่หลวง
ซึ่งเราให้คนไปทูลเชิญเสด็จมา.
พระมหามุนีสัมพุทธเจ้าทรงรับแล้วมอบ (คืน) ให้ เสด็จ
ลุกขึ้นจากอาสนะนั้นแล้ว เสด็จกลับมุ่งตรงไปทางทิศประจิม.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายคนอุปัฏฐากในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายคน
อุปัฏฐาก.
ในกัปที่ ๕๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า
พลเสนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้.
จบอุปัฏฐายิกเถราปทาน

728
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 729 (เล่ม 71)

อปทานิยเถราปทานที่ ๗ (๒๘๗)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๘๙] เรามีใจเลื่อมใส ได้สรรเสริญบุพจรรยาของพระสุคต
เจ้าทั้งหลาย ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง และได้ถวายบังคม
พระบาทด้วยเศียรเกล้า และด้วยมือทั้งสองของตน.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้สรรเสริญบุพจรรยาของ
พระสุคต ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
สรรเสริญ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอปทานิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบอปทานิยเถราปทาน
สัตตาหปัพพชิตเถราปทานที่ ๘ (๒๘๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบวช
[๒๙๐] พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
อันมหาชนสักการะนับถือ ในกาลก่อนเราถึงความวิบัติ แตก
จากญาติ ด้วยความใคร่ในสัตถุศาสนา เราจึงเข้าบวชใน
ศาสนาเพื่อระงับความวิบัติ ยินดีอยู่ในการบวช ๗ วัน.

729
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 730 (เล่ม 71)

กัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บวชในกาลนั้น ด้วยการ
บวชนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบวช.
ในกัปที่ ๖๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ครั้ง
ปรากฏพระนามว่า สุเนกขัมมะ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัตตาหปัพพชิตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสัตตาหปัพพชิตเถราปทาน
พุทธุปัฏฐายิกเถราปทานที่ ๙ (๒๘๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบำรุง
[๒๙๑] ในกาลนั้น ชื่อของเราว่า เวธัมภินี (และ) เป็นชื่อบิดา
ของเรา (ด้วย) บิดาจับมือของเราพาไปมอบถวายพระมหามุนี
พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้เป็นอัครนายกของโลกเหล่านี้ ทรง
มุ่งหมายเอาเรา เรามีจิตเลื่อมใส ได้บำรุงพระพุทธเจ้าเหล่า
นั้นโดยเคารพด้วยมือของตน.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บำรุงพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การบำรุง.

730
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 731 (เล่ม 71)

ในกัปที่ ๒๓ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอม
กษัตริย์ ๔ ครั้ง ทรงพระนามว่า สมณุปัฏฐาก มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระพุทธุปัฏฐายิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบพุทธุปัฏฐายิกเถราปทาน
ปุพพังคมนิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๙๐)
ว่าด้วยผลแห่งการสำรวม
[๒๙๒] พวกเรา ๘๔,๐๐๐ คน ไม่มีความกังวลจึงออกบวช เพื่อ
บรรลุประโยชน์อันสูงสุด เราเป็นหัวหน้าของพวกเรานั้น
ศิษย์เหล่านั้นยังมีราคะและโมหะ แต่จิตผ่องใสไม่ขุ่นมัว มี
จิตเลื่อมใสบำรุงเราโดยเคารพด้วยมือทั้งสองของตน ๆ.
พระสยัมภูผู้ขีณาสพทั้งหลายคายโทสะแล้ว ทำกิจที่ควร
ทำเสร็จแล้ว ไม่มีอาสวะ ไม่แพ้อะไร ๆ แผ่เมตตาจิตไป
พวกเราบำรุงพระสัมพุทธเจ้าเหล่านั้น เป็นผู้มีสติทำกาลกิริยา
แล้ว ได้ไปสู่ความเป็นเทวดา.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้รักษาศีลใด ด้วยการรักษาศีล
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสำรวม.

731