พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 682 (เล่ม 71)

มัญชริปูชกเถราปทานที่ ๗ (๒๕๗)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้ต่าง ๆ
[๒๕๙] เราทำพุ่มดอกไม้แล้ว เดินไปในถนน ได้เห็น
พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสมณะทั้งหลาย แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์
เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส และมีปีติอย่างยิ่ง จึง
ประคองดอกไม้ด้วยมือทั้งสอง บูชาแด่พระพุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
บูชาด้วยดอกไม้.
ในกัปที่ ๗๓ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์
หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีพระนามว่า โชติยา มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมัญชริปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบมัญชริปูชกเถราปทาน

682
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 683 (เล่ม 71)

๒๕๗. อรรถกถามัญชริปูชกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า มญฺชริกํ กริตฺวาน ความว่า เราถือพุ่มดอกไม้คือผอบ
ดอกไม้สด เดินไปตามถนนแล้วแล. บทว่า ภิกฺขุ สงฺฆปุรกฺขตํ ได้แก่
แวดล้อมด้วยหมู่แห่งภิกษุ. บทว่า สมณานคฺคํ เชื่อมความว่า เราได้
เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เลิศประเสริฐกว่าเหล่าภิกษุสมณะทั้งหลาย.
บทว่า พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ความว่า ก็ครั้นเราได้เห็นแล้ว ได้เอามือ
ทั้งสองประคองยกดอกไม้นั้นขึ้นบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า
ผุสสะ.
จบอรรถกถามัญชริปูชกเถราปทาน

683
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 684 (เล่ม 71)

ปัณณทายกเถราปทานที่ ๘ (๒๕๘)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายใบไม้
[๒๖๐] เราเป็นผู้ทรง(นุ่งห่ม) ผ้าเปลือกไม้กรองอยู่ที่ภูเขาหิม-
วันต์ เป็นผู้มีของไม่เค็มและใบไม้เป็นอาหาร และสำรวม
ในศีลทั้งหลาย.
เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ
เสด็จมาหาเรา เราเลื่อมใส ได้ถวายอาหารนั้นแด่พระ-
พุทธเจ้าด้วยมือทั้งสองของตน.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายใบไม้ใดในกาลนั้น
ด้วยทานนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายใบไม้.
ในกัปที่ ๒๗ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช
พระนามว่า ยทัตถิยะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละ
มาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปัณณทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้.
จบปัณณทายกเถราปทาน

684
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 685 (เล่ม 71)

๒๕๘. อรรถกถาปัณณทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๘ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อโลณปณฺณภกฺโขมฺหิ ความว่า เรานำเอาน้ำมันและใบไม้
เป็นต้นมาเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงชีพ ต้มใบไม้ที่ปราศจากรสเค็มกินเป็น
อาหาร. อธิบายว่า เรามีใบไม้รสไม่เค็มเป็นอาหารเลี้ยงชีพ. บทว่า
นิยเมสุ จ สํวุโต ความว่า สำรวมในศีล ๕ มีปาณาติปาตา เวรมณี
เป็นต้นเป็นนิตย์ ที่ชาวโลกกำหนดนิยมสำรวมกันแล้ว. บทว่า ปาตราเส
อนุปฺปตฺเต คือ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารตอนเช้า. บทว่า สิทฺธตฺโถ
อุปคจฺฉิ ม ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ เสด็จ
มาหาใกล้เราแล้ว. บทว่า ตาหํ พุทฺธสฺส ปาทาสึ ความว่า เราได้
ถวายใบไม้ที่ไม่เค็มนั้นแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นแล.
จบอรรถกถาปัณณทายกเถราปทาน

685
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 686 (เล่ม 71)

กุฏิทายกเถราปทานที่ ๙ (๒๕๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายกุฏี
[๒๖๑] ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าเสด็จเที่ยวไปสู่ป่า ประทับ
อยู่ที่โคนไม้ เราได้สร้างบรรณศาลาถวายแด่พระองค์ผู้ไม่
ทรงแพ้อะไร.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายกุฎีใบไม้ใด ด้วยการ
ถวายกุฎีนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายกุฎี.
ในกัปที่ ๓๘ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิราช ๑๖ ครั้ง
มหาชนขนานพระนามว่า สัพพัตถอภิวัสสี.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุฏิทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้.
จบกุฏิทายกเถราปทาน
๒๕๙. อรรถกถากกุฏิทายกเถราปทาน
อปทานที่ ๙ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถากุฏิทายกเถราปทาน

686
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 687 (เล่ม 71)

อัคคปุปผิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๖๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคันทรง
[๒๖๒] เราได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่า สิขี มีพระฉวีวรรณ
ดังทองคำ ประทับนั่งอยู่ในระหว่างภูเขา รุ่งเรืองด้วยพระ-
รัศมีดังกองเพลิง เราถือเอาดอกคันทรง เข้าไปเฝ้าพระองค์
ผู้อุดมกว่านระ มีจิตเลื่อมใสมีใจโสมนัส บูชาแด่พระ-
พุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๒๕ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ พระ-
นามว่า มิตตฆาตกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอัคคปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอัคคปุปผิยเถราปทาน

687
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 688 (เล่ม 71)

๒๖๐. อรรถกถาอัคคปุปผิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า สิขินํ สิขินํ ยถา ความว่า เราได้พบเห็นพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าพระนามว่า สิขี ผู้มีผิวพรรณดุจทองคำ รุ่งโรจน์สว่างไสวด้วย
พระฉัพพรรณรังสีที่แผ่ซ่านออกจากพระสรีระ คล้ายกับกองไฟที่ลุกโพลง
ฉะนั้น. บทว่า อคฺคชํ ปุปฺผมาทาย ความว่า เราได้ถือเอาดอกคันทรง
ยกขึ้นบูชาแด่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าพระนามว่า สิขี แล.
อรรถกถาอัคคปุปผิยเถราปทาน
จบอรรถกถาโถมกวรรคที่ ๒๖
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. โถมกเถราปทาน ๒. เอกาสนทายกเถราปทาน ๓. จิตกปูชก-
เถราปทาน ๔. จัมปกปุปผิยเถราปทาน ๕. สัตตปาฏลิยเถราปทาน
๖. อุปาหนทายกเถราปทาน ๗. มัญชริปูชกเถราปทาน ๘. ปัณณทายก-
เถราปทาน ๙. กุฏิทายกเถราปทาน ๑๐. อัคคปุปผิยเถราปทาน.
และในวรรคนี้ นับคาถาได้ ๔๑ คาถาเท่านั้น.
จบโถมวรรคที่ ๑๖

688
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 689 (เล่ม 71)

ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗
อากาสุกขิปิยเถราปทานที่ ๑ (๒๖๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกบัว
[๒๖๓] เราได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ มีพระ-
ฉวีวรรณดังทองคำ เสด็จดำเนินอยู่ในระหว่างตลาด จึงถือ
เอาดอกบัวงาม ๒ ดอกเข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ประเสริฐกว่านระ
เราวางดอกบัวดอกหนึ่งไว้แทบพระบาทของพระพุทธเจ้าผู้ประ-
เสริฐสุด อีกดอกหนึ่ง เราหยิบโยนขึ้นไปในอากาศ.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
ถวายดอกไม้.
ในกัปที่ ๓๒ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์
หนึ่ง เป็นใหญ่ในแผ่นดิน พระนามว่า อันตลิกขกร มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอากาสุกขิปิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอรรถกถาอากาสุกขิปิยเถราปทาน

689
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 690 (เล่ม 71)

ปทุมุกเขปวรรคที่ ๒๗
๒๖๑. อรรถกถาอากาสุขิปิยเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑ วรรคที่ ๒๗ ดังต่อไปนี้
บทว่า ชลชคฺเค ทุเว คยฺห ความว่า ข้าพเจ้าได้ถือเอาดอกบัว
เป็นต้น ๒ ดอก ซึ่งเกิดในน้ำแล้ว ไปใกล้พระพุทธเจ้า วางบูชาที่แทบ
พระบาท ๑ ดอก, อธิบายว่า อีกดอกหนึ่งก็โยนขึ้นไปในอากาศ.
จบอรรถกถาอากาสุกขิปิยเถราปทาน

690
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 691 (เล่ม 71)

เตลมักขยิเถราปทานที่ ๒ (๒๖๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยการทาน้ำมัน
[๒๖๔] เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้ประเสริฐ
กว่านระนิพพานแล้ว ในกาลนั้น เราเอาน้ำมันทาที่ไพรทีแห่ง
โพธิพฤกษ์.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ทาน้ำมันใดในกาลนั้น ด้วย
การทาน้ำมันนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการทา
น้ำมัน.
ในกัปที่ ๒๔ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิจอม-
กษัตริย์พระนามว่า สุฉวี ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเตลมักขิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบเตลมักขิยเถราปทาน
๒๖๒. อรรถกถาเตลมักขิยเถราปทาน
อปทานที่ ๒ มีเนื้อความปรากฏชัดแล้วทั้งหมดแล.
จบอรรถกถาเตลมักขิยเถราปทาน

691