พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 672 (เล่ม 71)

อุททาลทายกเถราปทานที่ ๑๐ (๒๕๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคูน
[๒๕๒] พระสยัมภูผู้ไม่ทรงแพ้อะไร ๆ มีพระนามชื่อว่า กุกกุธะ
เสด็จออกจากป่าชัฏ เสด็จถึงแม่น้ำใหญ่.
ในกาลนั้นเรามีใจเลื่อมใส ได้ถือเอาดอกคูนมาถวาย
แด่พระสยัมภู ผู้สำรวมอินทรีย์เป็นอันดี ผู้ซื่อตรง.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาด้วยดอกไม้ใด ด้วยการ
บูชานั้นเราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุททาลทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุททาลทายกเถราปทาน
๒๕๐. อรรถกถาอุททาลทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อุทฺทาลกํ คเหตฺวาน ความว่า เราได้เก็บเอาดอกคูนที่
เกิดใกล้ชาตสระ มาบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กกุสันธะ.๑ คำที่
เหลือมีเนื้อความพอจะรู้ได้ง่ายทีเดียวแล.
จบอรรถกถาอุททาลทายกเถราปทาน
จบอรรถกถาตุวรทายิวรรคที่ ๒๕
๑. บาลี กุกกุธะ.

672
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 673 (เล่ม 71)

รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ตุวรัฏฐิทายกเถราปทาน ๒. นาคเกสริยเถราปทาน ๓.นฬิน-
เกสริยเถราปทาน ๔. วิรวิปุปผิยเถราปทาน ๕. กุฏิธูปกเถราปทาน
๖. ปัตตทายกเถราปทาน ๗. ธาตุปูชกเถราปทาน ๘. สัตตสัตตลิปุปผปูชก-
เถราปทาน ๙. พิมพิชาลปุปผิยเถราปทาน ๑๐. อุททาลทายกเถราปทาน.
บัณฑิตทั้งหลายนับคาถาได้ ๓๗ คาถาฉะนี้แล.
จบตุวรทายิวรรคที่ ๒๕

673
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 674 (เล่ม 71)

โถมกวรรคที่ ๒๖
โถมกเถราปทานที่ ๑ (๒๕๑)
ว่าด้วยผลแห่งการสรรเสริญ
[๒๕๓] เราอยู่ในเทวโลก ได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าพระนาม
ว่าวิปัสสี ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวงแล้วเบิกบานใจ ได้กล่าว
คำนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ข้าพระองค์ขอ
นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษสูงสุด พระ-
องค์ทรงแสดงอมฤตบท ทรงยังชนเป็นมากให้ข้ามได้.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้กล่าวาจาใดในกาลนั้น ด้วย
การกล่าววาจานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
สรรเสริญ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระโถมกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบโถมกเถราปทาน
อรรถกถาโถมกวรรคที่ ๒๖
อปทานที่ ๑ ในวรรคที่ ๒๖ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.

674
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 675 (เล่ม 71)

เอกาสนทายกเถราปทานที่ ๒ (๒๕๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายบิณฑบาต
[๒๕๔] เรากับภริยา ต้องการจะก่อสร้างกุศลสมภาร ในศาสนา
ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด จึงละเพศเทวดามาในมนุษย-
โลกนี้.
เรามีใจผ่องใสได้ถวายภิกษาแก่พระเถระ ผู้เป็นสาวก
ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ มีนามชื่อว่า เทวละ.
ในกัปที่หนึ่งแสนแต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย
บิณฑบาต.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกาสนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบเอกาสนทายกเถราปทาน

675
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 676 (เล่ม 71)

๒๕๒. อรรถกถาเอกาสนทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า วิชหิตฺวา นาม สมฺพุทฺโธ ความว่า ละทิ้งร่างเทวดา
แปลงเพศเป็นมนุษย์. บทว่า อธิการํ กตฺตุกาโม ความว่า เราเป็น
เทวราชา นามว่า เทวระ พร้อมด้วยภริยา มีความประสงค์จะทำบุญ
สมภารให้ยิ่งขึ้นไป เพราะมีความเอื้อเฟื้อในพระศาสนาของพระพุทธเจ้า
ผู้ประเสริฐ จึงได้พากันมาในมนุษยโลกนี้. บทว่า ตสฺส ภิกฺขา มยา
ทินฺนา ความว่า เรามีใจเลื่อมใสได้ถวายภิกษาคือบิณฑบาตแด่สาวกของ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ซึ่งท่านมีชื่อว่า เทวละ.
จบอรรถกถาเอกาสนทายกเถระ

676
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 677 (เล่ม 71)

จิตกปูชกเถราปทานที่ ๓ (๒๕๓)
ว่าด้วยผลแห่งการทำพุทธบูชา
[๒๕๕] พระสยัมภูสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่แพ้อะไร ๆ พระนามว่า
อานันทะ เสด็จปรินิพพานแล้วในป่าชัฏ อันปราศจากมนุษย์.
ในกาลนั้นเราจากเทวโลกมาในมนุษย์โลกนี้ ได้ทำจิตกา-
ธารแล้วถวายพระเพลิงพระสรีระ ณ ที่นั้น และได้ทำสักการะ.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจิตกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบจิตกปูชกเถราปทาน
๒๕๓. อรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อานนฺโท นาม สมฺพุทฺโธ ความว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า
พระนามว่า อานันทะ เพราะยังความเพลิดเพลิน คือความยินดีให้เกิดขึ้น
(แก่มหาชน). บทว่า อมนุสฺสมฺหิ กานเน ความว่า เสด็จปรินิพพาน

677
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 678 (เล่ม 71)

แล้วในป่าชัฏ คือป่าใหญ่ มีพวกอมนุษย์ยึดครอง คืออันตรธานไปแล้ว
ด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุ ได้แก่ ถึงการมองไม่เห็น. บทว่า สรีรํ
ตตฺถ ฌาเปสึ ความว่า เราจากเทวโลกมาในมนุษยโลกนี้แล้ว ได้ทำจิต-
กาธารแล้ว ถวายพระเพลิงพระสรีระของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ในป่านั้นแล.
จบอรรถกถาจิตกปูชกเถราปทาน

678
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 679 (เล่ม 71)

จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๒๕๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกจำปา
[๒๕๖] มีภูเขาชื่อว่าวิกนะ อยู่ในที่ไม่ไกลแต่เขาหิมวันต์ พระ-
สมณเจ้า ผู้มีอินทรีย์อันอบรมแล้ว ประทับอยู่ ณ ท่ามกลาง
ภูเขานั้น เราได้เห็นพระองค์ท่านสงบระงับ มีใจผ่องใส
ได้ถือเอาดอกจำปา ๓ ดอกโปรยลงบูชา.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบจัมปกปุปผิยเถราปทาน
สัตตปาฏลิยเถราปทานที่ ๕ (๒๕๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกแคฝอย
[๒๕๗] เราได้เห็นพระพุทธเจ้า ผู้รุ่งเรืองโชติช่วง ดังดอก
กรรณิการ์ ประทับนั่งอยู่ที่ระหว่างภูเขา จึงได้เก็บดอกแคฝอย
มาบูชาแด่พระพุทธเจ้า.

679
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 680 (เล่ม 71)

ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสัตปาฏลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสัตตปาฏลิยเถราปทาน
อรรถกถาอปทานที่ ๔ และที่ ๕
อปทานที่ ๔ และที่ ๕ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.

680
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 681 (เล่ม 71)

อุปาหนทายกเถราปทานที่ ๖ (๒๕๖)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายรองเท้า
[๒๕๘] ในกาลนั้นเราชื่อว่า จันทนะ เป็นบุตรของพระปัจเจก-
พุทธเจ้า เราได้ถวายรองเท้าคู่หนึ่ง (ด้วยความปรารถนาว่า)
ท่านจงยังความตรัสรู้ให้สำเร็จแก่เรา.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายรองเท้าใด ในกาลนั้น
ด้วยการถวายรองเท้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การถวายรองเท้า.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอุปาหนทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอุปาหนทายกเถราปทาน
๒๕๖. อรรถกถาอปาหนทายกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๖ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อโหสึ จนฺทโน นาม ได้แก่ชื่อว่า จันทนะ ก็ด้วย
อำนาจนามบัญญัติ. บทว่า สมฺพุทฺธสฺสตฺรโช ความว่า ในกาลก่อน
เราเป็นบุตรของพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า เกิดแต่อกของท่าน. บทว่า เอโก-
ปาหโน มยา ทินฺโน ความว่า เราได้ถวายรองเท้าคู่หนึ่ง. บทว่า
โพธึ สมฺปชฺช เม ตุวํ ความว่า ด้วยการที่เราได้ถวายรองเท้าคู่หนึ่ง
นั้น ขอท่านจงให้เราได้บรรลุสำเร็จพระสาวกโพธิญาณเถิด.
จบอรรถกถาอุปาหนทายกเถราปทาน

681