พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 612 (เล่ม 71)

ทราบว่า ท่านพระกิสลยปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบกิสลยเถราปทาน
๑๙๖. อรรถกถากิสลยปูชกเถราปทาน
บทว่า ฉฏฺเฐ นคเร ทฺวารวติยา ความว่า ทวารวดีนคร เพราะ
เป็นพระนครที่สมบูรณ์ด้วยประตูใหญ่ บานหน้าต่าง และแผ่นกระดานมาก
มาย และสมบูรณ์ด้วยรั้ว กำแพง หอคอย ซุ้มประตู และคูน้ำที่มีโคลน
เลน, ที่ท่านเรียกว่า นคเร ทฺวารวติยา เพราะประชาชนทั้งหลายย่อม
เรียกกันว่า นครทวารวดี เพราะกำหนดประตูและรั้วของพระนครขึ้น
เป็นประธาน, อธิบายว่า สวนดอกไม้ได้มีแก่เราแล้ว. บทว่า เต กิสลยา
ได้แก่ ใบอ่อนของต้นอโศกเหล่านั้น.
จบอรรถกถากิสลยปูชกเถราปทาน

612
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 613 (เล่ม 71)

ตินทุกทายกเถราปทานที่ ๗ (๑๙๗)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายผลมะพลับ
[๑๙๙] เราเป็นลิงมีกำลังแข็งแรง เที่ยวไปตามซอกห้วยและ
ธารแห่งภูเขา ได้เห็นต้นมะพลับอันมีผล จึงระลึกถึงพระพุทธ-
เจ้าผู้ประเสริฐสุด.
เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ออกค้นหาพระพุทธเจ้า
พระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เป็นนายกของโลกถึงที่สุดภพสาม
สิ้น ๒-๓ วัน.
พระศาสดาผู้ยอดเยี่ยมในโลก ทรงทราบความดำริของเรา
จึงเสด็จมาในสำนักของเรา พร้อมด้วยพระขีณาสพหลายพัน.
เราเกิดความปราโมทย์แล้ว ถือผลมะพลับเข้าไปเฝ้าถวาย
พระผู้มีพระภาคสัพพัญญูเจ้า ผู้ประเสริฐกว่าบรรดาเจ้าลัทธิ
พระองค์ทรงรับแล้ว
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น
ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการ
ถวายผลไม้.
ในกัปที่ ๕๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่าอุปนันทะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

613
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 614 (เล่ม 71)

ทราบว่า ท่านพระตินทุกทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบตินทุกทายกเถราปทาน
คิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทานที่ ๘ (๑๙๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้
[๒๐๐] พระผู้มีพระภาคชินเจ้าพระนามว่าสุเมธะ เชษฐบุรุษของ
โลก ประเสริฐกว่านระ ทรงตั้งความเพียรเพื่อทรงอนุเคราะห์
หมู่ชนผู้เกิดภายหลัง.
เราบูชาดอกไม้หลายกำแด่พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็น
จอมสัตว์ ผู้คงที่ ไม่มีโทษดังภูเขา กำลังจงกรมอยู่.
เรามีจิตเลื่อมใส อันกุศลมูลตักเตือนแล้วไม่ได้เข้าถึง
ทุคติเลยตลอด ๓ หมื่นกัป.
ในกัปที่ ๒,๓๐๐ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
องค์หนึ่ง พระนามว่าสุเนละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

614
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 615 (เล่ม 71)

ทราบว่า ท่านพระคิริเนลมุฏฐิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบคิริเนลมุฏฐิปูชกเถราปทาน
ติกัณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๙ (๑๙๙)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคล้า
[๒๐๑] พระสยัมภูชินเจ้าผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไร ๆ มีพระนามว่า
สุมังคละ เสด็จออกจากป่าใหญ่ เข้าสู่พระนคร.
พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นมุนีพระองค์นั้น เสด็จเที่ยวบิณฑ-
บาตแล้วเสด็จออกจากนคร ทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว ประทับ
อยู่ในระหว่างป่า.
เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ถือดอกคล้า ๓ ดอกไปบูชา
แด่พระสยัมภูพุทธเจ้า ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่หลวง.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๘๖ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ (พระ-
องค์หนึ่ง) ทรงพระนามว่าอปเสละ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประ-
การ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

615
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 616 (เล่ม 71)

ทราบว่า ท่านพระติกัณฑิปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้.
จบติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน
ยูถิกปุปผิยเถราปทานที่ ๑๐ (๒๐๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคัดเค้า
[๒๐๒] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้สมควรรับเครื่อง
บูชา มีพระจักษุ ทรงออกจากป่าใหญ่ เสด็จดำเนินไปสู่
พระวิหาร.
เราเอามือทั้งสองประคองดอกคัดเค้า (เข็ม) อันสวยงาม
ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้มีพระหฤทัยเมตตา ผู้คงที่.
ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราเสวยสมบัติแล้ว ไม่ได้เข้าถึง
ทุคติเลยตลอดแสนกัป.
ในกัปที่ ๕๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง เป็นจอมแห่งชน พระนามว่าสมิตนันทนะ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระยุถิกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบยูถิกปุปผิยเถราปทาน

616
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 617 (เล่ม 71)

อรรถกถาตินทุกทายกเถราปทาน
อปทานของท่านพระเถระ ๗, ๘, ๙ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
แม้ในอปทานเรื่องที่ ๑๐ เรื่องสุดท้ายไม่มีความยากแล.
จบอรรถกถาตมาลปุปผิยวรรคที่ ๒๐
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. ตมาลปุปผิยเถราปทาน ๒. ติณสันถารทายกเถราปทาน
๓. ขัณฑผุลลิยเถราปทาน ๔. อโสกปูชกเถราปทาน ๕. อังโกลกเถราปทาน
๖. กิสลยปูชกเถราปทาน ๗. ตินทุกทายกเถราปทาน ๘. คิริเนลมุฏฐิ-
ปูชกเถราปทาน ๙. ติกัณฑิปุปผิยเถราปทาน ๑๐. ยูถิกปุปผิยเถราปทาน
และมีคาถา ๕๘ คาถา.
จบตมาลปุปผิยวรรคที่ ๒๐
และรวมวรรคมี ๑๐ วรรค คือ
๑. ภิกขทายิวรรค ๒. มหาปริวารวรรค ๓. เสเรยยวรรค
๔. โสภิตวรรค ๕. ฉัตตวรรค ๖. พันธุชีวกวรรค ๗. สุปาริจริยวรรค
๘. กุมุทวรรค ๙. กุฏชปุปผิยวรรค ๑๐. ตมาลปุปผิยวรรค
ท่านทำไว้ใน ๑๐ วรรคนี้มีคาถา ๖๖๖ คาถา.
จบหมวด ๑๐ แห่งภิกขวรรค เป็นหมวด ๑๐๐ ที่ ๒

617
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 618 (เล่ม 71)

กณิการปุปผิยวรรคที่ ๒๑
กณิการปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๒๐๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกกรรณิการ์
[๒๐๓] ในกาลนั้น เราเห็นต้นกรรณิการ์มีดอกบาน จึงเก็บมา
บูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่า ติสสะ ผู้ข้ามโอฆะ
แล้ว ผู้คงที่.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอก
ไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๓๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ปรากฏ
พระนามว่า อรุณปาละ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกณิการปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกณิกการปุปผิยเถราปทาน

618
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 619 (เล่ม 71)

มิเนลปุปผิยเถราปทานที่ ๒ (๒๐๒)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกเทียนขาว
[๒๐๔] พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิขี มีพระฉวีวรรณดัง
ทอง มีพระรัศมีอันประเสริฐดังพระอาทิตย์ มีพระหฤทัย
เมตตา มีพระสติ เสด็จขึ้นจงกรม.
เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ชมเชยพระญาณอันอุดมแล้ว
ถือดอกเทียนขาวไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอก-
ไม้ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๒๙ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนาม
ว่า สุเมฆฆนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมิเนลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบมิเนลปุปผิยเถราปทาน

619
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 620 (เล่ม 71)

กิงกณิกปุปผิยเถราปทานที่ ๓ (๒๐๓)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกหงอนไก่
[๒๐๕] พระสัพพัญญูเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก ผู้รุ่งเรืองเช่นกับ
ทองคำมีค่า พระองค์ผู้นำของโลกร้อนพระกาย จึงเสด็จลง
น้ำสรงสนานอยู่.
เรามีจิตเบิกบานมีใจโสมนัส ได้ถือเอาดอกหงอนไก่ไป
บูชาแด่พระสัพพัญญูพระนามว่าวิปัสสี ผู้จอมสัตว์ ผู้คงที่.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๒๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่า
ภิมรถะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกิงกณิกปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกิงกณิกปุปผิยเถราปทาน

620
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 621 (เล่ม 71)

ตรณิยเถราปทานที่ ๔ (๒๐๔)
ว่าด้วยผลแห่งการข้ามส่งพระพุทธเจ้า
[๒๐๖] ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี ผู้จอมสัตว์
ประเสริฐกว่านระ แวดล้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย เสด็จไป
สู่ฝั่งแม่น้ำคงคา.
แม่น้ำคงคาเต็มเปี่ยมเสมอขอบฝั่ง กาวักน้ำดื่มได้ ข้าม
ได้ยาก เราข้ามส่งพระพุทธเจ้าผู้สั่งสุดกว่าสัตว์และภิกษุ
สงฆ์.
ในกัปที่ ๑,๘๐๐ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใด ในกาลนั้น
ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการข้ามส่ง
พระพุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๑,๓๐๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ ครั้ง
ทรงพระนามว่า สัพโพภวะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตรณิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบตรณิยเถราปทาน

621