พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 602 (เล่ม 71)

ตมาลปุปผิยวรรคที่ ๒๐
ตมาลปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๑๙๑)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกคูณ
[๑๙๓] วิมานของเราที่บุญกรรมนิรมิตให้ เปรียบด้วยหน่อไม้
ทิพย์ มีเสาทอง ๘๔,๐๐๐ เสา.
เรามีจิตผ่องใส ถือเอาดอกคูนไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า
พระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๒๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่าจันทติตตะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระตมาลปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบตมาลปุปผิยเถราปทาน

602
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 603 (เล่ม 71)

อรรถกถาตมาลปุปผิยวรรคที่ ๒๐
๑๙๑. อรรถกถาตมาลปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๑ ในวรรคที่ ๒๐ นี้ มีเนื้อความ
ง่ายทั้งหมด.

603
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 604 (เล่ม 71)

ติณสันถารทายกเถราปทานที่ ๒ (๑๙๒)
ว่าด้วยผลแห่งการทำหลังคา
[๑๙๔] ในกาลเมื่อเราบวชเป็นฤๅษีอยู่ในป่า ได้เกี่ยวหญ้าถวาย
แด่พระศาสดา หญ้าทั้งหมดนั้นเวียนไปทางเบื้องขวาแล้ว
ตกลงที่แผ่นดิน.
เราถือเอาหญ้านั้นมาลาดลงที่แผ่นดินดอน ๆ และนำเอา
ใบตาล ๓ ใบมาทำเป็นหลังคา ถวายแด่พระศาสดาพระนามว่า
สิทธัตถะ เทวดาและมนุษย์ ณ ที่นั้นทรง (บูชา) พระศาสดา
ตลอด ๗ วัน.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้ถวายหญ้าใดในกาลนั้น ด้วย
การถวายหญ้านั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวาย
หญ้า.
ในกัปที่ ๖๕ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระจักรพรรดิ ๔ ครั้ง ทรง
พระนามว่ามหัทธนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละ
มาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติณสันถารทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบติณสันถารทายกเถราปทาน

604
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 605 (เล่ม 71)

๑๙๒. อรรถกถาติณสันถารทายกเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ยํ ทายวาสิโก๑ อิสิ ความว่า พระเถระที่ถึงการนับว่า
ทายวาสิโก อิสิ เพราะท่านได้บวชเป็นฤาษีในป่า ได้เกี่ยวได้ตัดหญ้าเพื่อ
มุงมณฑปที่ประทับของพระศาสดาพระนามว่า สิทธัตถะ ผู้เสด็จไปเข้าจำ
พรรษายังป่านั้น เพื่ออนุเคราะห์ตน อธิบายว่า เราได้กระทำทัพพสัมภาระ
เครื่องมุง และได้ทำมณฑปด้วยท่อนไม้เล็ก ๆ แล้ว เอาหญ้ามุงมณฑป
นั้นแล้ว ได้ถวายบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิทธัตถะ. บทว่า
สตฺตาหํ ธารยุํ ตตฺถ ความว่า พวกเทวดาและมนุษย์ที่สถิตอยู่ ณ มณฑป
นั้น ต่างพากันบูชาพระศาสดาผู้ประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติตลอด ๗ วัน.
คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาติณสันถารทายกเถราปทาน
๑. บาลีว่า วนวาสิโก.

605
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 606 (เล่ม 71)

ขัณฑผุลลิยเถราปทานที่ ๓ (๑๙๓)
ว่าด้วยผลแห่งการทำที่ขรุขระให้เรียบ
[๑๙๕] พระสถูปของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าผุสสะ มีอยู่
ที่ป่ามหาวัน ในกาลนั้น ต้นไม้งอกขึ้น ณ ที่นั้น ฝูงช้างพากัน
มาหักกิน.
เราได้ทำที่ขรุขระให้ราบเรียบ แล้วได้ใส่ก้อนปูนขาว
เรายินดีด้วยคุณของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นที่
เคารพของโลกทั้ง ๓.
ในกัปที่ ๙๒ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการใส่ก้อน
ปูนขาว.
ในกัปที่ ๗๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ครั้ง
ทรงพระนามว่าชิตเสนะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละ
มาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระขัณฑผุลลิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบขัณฑผุลลิยเถราปทาน

606
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 607 (เล่ม 71)

๑๙๓. อรรถกถาขัณฑผุลลิยเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ขณฺฑํ ในบทว่า ขณฺฑผุลฺลิยตฺเถโร นี้ หมายถึงสถานที่
ที่ขรุขระผุพังเพราะไม้ทั้งหลายเก่าชำรุด. บทว่า ผุลฺลํ หมายถึงที่ตรงที่
แตกออก เช่นตามมุมที่ประดับประดาพื้นที่และฉัตรเป็นต้น ในที่ที่ไม้
ทั้งหลายผุพังไป. ขณฺฑ และ ผุลฺล รวมกันเป็น ขณฺฑผุลฺลานิ การ
ซ่อมแซมไม้ที่ชำรุดผุพัง คือย้ำทำให้มั่นคงแข็งแรง รวมเรียกว่าปฏิสังขรณ์
สิ่งที่ชำรุดผุพัง. ก็ในเวลาที่พระเถระรูปนี้บำเพ็ญบุญสมภาร ทำการฉาบทา
ปูนขาวตรงที่ชำรุดผุพัง ที่พระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
ผุสสะ ให้มั่นคงแข็งแรง ชื่อว่าปฏิสังขรณ์สิ่งชำรุดผุพัง. เพราะฉะนั้น
พระเถระรูปนั้นจึงได้ปรากฏชื่อว่าขัณฑผุลลิยเถระ.
จบอรรถกถาขัณฑผุลลิยเถราปทาน

607
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 608 (เล่ม 71)

อโสกปูชกเถราปทาหที่ ๔ (๑๙๔)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกอโศก
[๑๙๖] ในกาลนั้น มีพระราชอุทยานอยู่ในพระนครติปุระอัน
น่ารื่นรมย์ เราเป็นคนรักษาพระราชอุทยานอยู่ในนครนั้น เป็น
คนรับใช้ของพระราชา.
พระสมัยภูมีพระนามว่าปทุม ผู้ทรงมีพระปัญญาฉลาด
หลักแหลม พระฉายไม่ละพระองค์ผู้เป็นมุนี ซึ่งประทับนั่ง
บนดอกบัวขาว.
เราเห็นอโศกมีดอกบานเป็นกลุ่มๆ (พวงช่อ) น่าดูนัก จึง
(หัก) บูชาแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมผู้อุดม.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้
ใด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
พุทธบูชา.
ในกัปที่ ๗๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ครั้ง
พระนามว่าอรณัญชหะสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอโสกปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบอโสกปูชกเถราปทาน

608
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 609 (เล่ม 71)

๑๙๔. อรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน
พึงทราบอปทานของท่านพระเถระรูปที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า รญฺโญ ปฏฺฐจโร อหํ ความว่า เราได้เป็นคนรับใช้
คือเป็นคนทำงานของพระราชา (ข้าราชการ). บทว่า ชลชุตฺตมนามิโน
ความว่า ดอกไม้ที่เกิดในชลธารคือในน้ำ ชื่อว่า ชลชะ, ดอกไม้
ชนิดนั้นทำไมถึงชื่อว่าดอกปทุม เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนาม
ว่า ปทุมุตตระ มีพระนามเสมอด้วยดอกปทุม. อีกอย่างหนึ่ง มี
อธิบายว่า เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระนามว่า ปทุมะ ซึ่งเป็น
ดอกไม้สูงสุด.
จบอรรถกถาอโสกปูชกเถราปทาน

609
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 610 (เล่ม 71)

อังโกลกเถราปทานที่ ๕ (๑๙๕)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกปรู
[๑๙๗] เราเห็นต้นปรูมีดอกบาน ดอกสวยงามเป็นพวง ๆ จึง
ได้เก็บดอกไม้นั้นไปในสำนักพระพุทธเจ้า.
สมัยนั้น พระมหามุนีพระนามว่าสิทธัตถะทรงหลีกเร้นอยู่
ในที่ลับ เราจึงบูชาด้วยเครื่องบูชาแล้ว โปรยดอกไม้ลงในถ้ำ.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราบูชาพระพุทธเจ้าด้วยดอกไม้ใด
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๓๖ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่าเทวคัชชิตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗
ประการ มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระอังโกลกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบอังโกลกเถราปทาน
๑๙๕. อรรถกถาอังโกลกเถราปทาน
เรื่องที่ ๕ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาอังโกลกเถราปทาน

610
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 611 (เล่ม 71)

กิสลยปูชกเถราปทานที่ ๖ (๑๙๖)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกย่างทราย
[๑๙๘] สวนดอกไม้ของเรามีอยู่ในนครทวารวดี ในสวนดอกไม้
นั้นมีบ่อน้ำ และเป็นที่งอกงามแห่งต้นไม้ทั้งหลาย.
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้กล้าแข็งด้วย
กำลังของพระองค์ ไม่ทรงพ่ายแพ้อะไร ๆ พระองค์จะทรง
อนุเคราะห์เรา จึงเสด็จไปในอากาศ.
เราไม่เห็นอะไร ๆอื่นอันควรจะบูชาแด่พระองค์ผู้แสวงหา
คุณอันใหญ่หลวง เห็นแต่ใบอ่อนของต้นอโศก จึงเอาโยน
ขึ้นไปในอากาศ.
ก้าน ขั้ว ใบอ่อนเหล่านั้น ตามไปเบื้องพระปฤษฎางค์
ของพระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จไป เราเห็นดังนั้นแล้วเกิดตื่นเต้นว่า
โอ พระพุทธเจ้ามีพระคุณใหญ่หลวง.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้เราได้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยใบไม้อ่อน
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๒๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระองค์
หนึ่ง ทรงพระนามว่าเอกิสสระ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.

611