พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 582 (เล่ม 71)

มณิปูชกเถราปทานที่ ๘ (๑๗๘)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
[๑๘๐] แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านไปภายในภูเขาหิมวันต์ ในกาล
นั้น พระสยัมภูพุทธเจ้าประทับอยู่ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น.
เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้เอาบัลลังก์แก้วอันวิจิตร
ด้วยดี เป็นที่รื่นรมย์ใจ ไปบูชาแด่พระพุทธเจ้า.
ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เราบูชาบัลลังก์แก้วใด ด้วยการ
บูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
และในกัปที่ ๑๒ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ครั้ง
ทรงพระนามเหมือนกันว่าสตรังสี มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมณิปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบมณิปูชกเถราปทาน

582
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 583 (เล่ม 71)

๑๗๘. อรรถกถามณิปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระมณิปูชกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺ-
ตสฺส ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์
ก่อน ๆ ทุก ๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็น
ประจำเสมอ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ
ท่านได้เกิดในตระกูลแห่งหนึ่ง ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส เห็นโทษในเพศ
ฆราวาสนั้น จึงละเพศฆราวาสออกบวชเป็นดาบส สร้างบรรณศาลาอยู่
ใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง ในส่วนภายใต้ภูเขาหิมวันต์ ได้พบพระผู้มีพระภาค-
เจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ซึ่งเสด็จเข้าไปในที่นั้น เพราะทรงมีพระประสงค์
จะสงบสงัด และเพราะเพื่อจะทรงอนุเคราะห์แก่เขา มีใจเลื่อมใส ได้
เอาบัลลังก์แก้วมณีบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ
นั่งบนบัลลังก์นั้น เพื่อจะทรงเจริญความเลื่อมใสแก่เขา เขามีความ
เลื่อมใสโดยประมาณยิ่ง ได้กระทำความปรารถนาเพื่อบรรลุพระนิพพาน
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอนุโมทนาแล้วก็เสด็จหลีกไป. ด้วยบุญกรรมนั้น
เขาจึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้รับแต่การบูชาในที่
ทั้งปวง ได้เสวยความสุขแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในตระกูล
ที่สมบูรณ์ด้วยสมบัติในกรุงสาวัตถี ดำรงอยู่ในเพศฆราวาส วันหนึ่ง ได้
ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธาบวชแล้ว ไม่นาน
นักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
วันหนึ่ง ท่านได้ระลึกถึงกุศลกรรมที่ตนกระทำไว้ได้ เกิดความ
โสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาล

583
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 584 (เล่ม 71)

ก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า โอเรน หิมวนฺตสฺส ดังนี้. บรรดาบทเหล่า-
นั้น บทว่า โอเรน ความว่า ภายใต้ส่วนอื่นแห่งภูเขาหิมวันต์, คำนั้น
เป็นตติยาวิภัตติลงในอรรถแห่งสัตตมีวิภัตติ ได้แก่ ในทิสาภาคภายใต้.
บทว่า นทิกา สมฺปวตฺตถ ความว่า แม่น้ำสายหนึ่งซึ่งไม่ปรากฏชื่อ
ไหลเป็นไป คือได้หลั่งไหลไปเป็นสายด้วยดี. บทว่า ตสฺสา จานุปเขตฺ-
ตมฺหิ ความว่า ในเขตใกล้แม่น้ำนั้น คือ ใกล้ฝั่ง. บทว่า สยมฺภู วสเต
ตทา ความว่า ในคราวใดเราเอาบัลลังก์แก้วมณีบูชา ในคราวนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้มีอาจารย์ ทรงเป็นพระพุทธเจ้าด้วยพระองค์เอง
ทีเดียวประทับอยู่. บทว่า มณี ในบทว่า มณึ ปคฺคยฺห ปลฺลงิกํ นี้ มี
วิเคราะห์ว่า ชื่อว่า มณี เพราะทำให้เกิดความดีใจ คือทำความโสมนัสใจให้,
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า มณี เพราะนับประมาณค่า ทำให้เป็นเครื่องอาภรณ์
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า มณี เพราะอิสรชนมีพระราชาและพระยุพราชเป็นต้น
ถึงแม้จะตายก็ไม่ยอมสละแก้วมณีนั้น คือย่อมทำสงครามกันเพื่อต้องการ
แก้วมณีอันนั้น. อธิบายว่า เราได้ประคองบัลลังก์ที่ทำด้วยแก้วมณี อัน
น่ารื่นรมย์ใจวิจิตรงดงามอย่างดีนั้น ยกขึ้นบูชาแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐ.
คำที่เหลือทั้งหมดนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถามณิปูชกเถราปทาน

584
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 585 (เล่ม 71)

ติกิจฉกเถราปทานที่ ๙ (๑๗๙)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายยา
[๑๘๑] เราเป็นหมอผู้ศึกษาดี อยู่ในนครพันธุมดี เป็นผู้นำสุขมา
ให้แก่มหาชนผู้ได้รับความทุกข์เดือดร้อน (กระสับกระส่าย)
ในกาลนั้น เราเห็นพระสมณะผู้มีศีล ผู้รุ่งเรืองใหญ่
ป่วยไข้ มีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้ถวายยาบำบัดไข้
พระสมณะผู้สำรวมอินทรีย์.
อุปัฏฐากของพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า มีนามชื่อว่า
พระอโศก หายจากโรคด้วยยานั้นแล.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ถวายยาใด ด้วยการถวายยา
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายยา.
และในกัปที่ ๘ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
ถึงพร้อมด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพละมาก พระนามว่าสัพโพสถ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระติกิจฉกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบติกิจฉกเถราปทาน

585
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 586 (เล่ม 71)

๑๗๙. อรรถกถาติกิจฉกเถราปทาน
อปทานของท่านพระติกิจฉกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา
ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระชินวรพุทธเจ้า
พระองค์ก่อน ๆ ทุก ๆ ภพนั้นจะสั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระ-
นิพพานเป็นประจำเสมอ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า
วิปัสสี ท่านได้เกิดในตระกูลหมอ ในพระนครพันธุมดี เป็นพหูสูต
ศึกษาเล่าเรียนมาเป็นอย่างดี ฉลาดในเวชกรรม เยียวยารักษาโรคได้
หลายชนิด ได้รักษาให้แก่พระเถระชื่อว่า อโสก ผู้เป็นอุปัฏฐากของ
พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า วิปัสสี. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาจึงได้เสวย
แต่ความสุข ไป ๆ มา ๆ ในเทวโลกและมนุษยโลก ทุก ๆ ภพที่เขา
ได้เกิดแล้ว ได้เป็นผู้ไม่มีโรค มีอายุยืน มีสรีระร่างกายสวยงามดังทองคำ.
ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลคหบดี ในกรุงสาวัตถี
เจริญวัยแล้ว สำเร็จการศึกษาในทางศิลปศาสตร์ทุกแขนง ไม่มีโรคภัย
มีแต่ความสุข เพียบพร้อมด้วยสมบัติมากมาย เลื่อมใสในพระรัตนตรัย
ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว ได้มีศรัทธา ละเพศฆราวาส
บวชแล้ว ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์ ระลึกถึงบุพกรรมของตนได้
เกิดความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมา
แล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า นคเร พนฺธุมติยา ดังนี้. คำที่
เหลือทั้งหมดนั้น มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะได้กล่าวเนื้อความไว้แล้ว
ในหนหลังแล.
จบอรรถกถาติกิจฉกเถราปทาน

586
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 587 (เล่ม 71)

สังฆุปัฏฐากเถราปทานที่ ๑๐ (๑๘๐)
ว่าด้วยผลแห่งการอุปัฏฐาก
[๑๘๒] เราเป็นคนรักษาอาราม ในพระผู้มีพระภาคเจ้า พระ-
นามว่าเวสสภู เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ได้อุปัฏฐาก
พระสงฆ์ผู้อุดม.
ในกัปที่ ๓๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการอุปัฏฐาก.
ในกัปที่ ๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ครั้ง
พระนามว่า สโมตถกะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระสังฆุปัฏฐากเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบสังฆุปัฏฐากเถราปทาน

587
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 588 (เล่ม 71)

๑๘๐. อรรถกถาสังฆุปัฏฐากเถราปทาน
อปทานของท่านพระสังฆุปัฏฐากเถระ มีคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภุมฺหิ
ภควติ ดังนี้.
พระเถระแม้นี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลสมภารมาแล้วในพระพุทธเจ้า
พระองค์ก่อน ๆ ได้สั่งสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้หลาย
ภพเป็นประจำเสมอ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า
เวสสภู เขาได้เกิดเป็นลูกชายของคนรักษาสวน พอได้บรรลุนิติภาวะ
แล้ว มีศรัทธาเลื่อมใส ทำสวนเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจในพระวิหารหลายแห่ง
ได้บำรุงพระสงฆ์ด้วยความเคารพ. ด้วยกุศลกรรมอันนั้นนั่นแหละ เขา
จึงได้ท่องเที่ยวไปในเทวโลกและมนุษยโลก ได้เสวยสมบัติในโลกทั้งสอง
แล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในตระกูลคหบดีในกรุงสาวัตถี
เจริญวัยแล้ว เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยสมบัติ สมบูรณ์ด้วยความสุข มีชื่อ
เสียง ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดาแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา
บวชแล้ว สมบูรณ์ด้วยข้อวัตรปฏิบัติ ทำพระศาสนาให้งดงาม เจริญ
วิปัสสนา ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมทั้งปฏิสัมภิทา ๔ ได้
อภิญญา ๖ ด้วยอำนาจกุศลกรรมที่ท่านได้ทำไว้ในปางก่อน จึงได้ปรากฏ
ชื่อว่า สังฆุปัฏฐากเถระแล.
วันหนึ่ง ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนว่า เราได้ทำกรรมอะไรไว้
ในปางก่อนหนอ จึงได้โลกุตตรสมบัตินี้ ก็ทราบชัดได้โดยประจักษ์ เกิด
ความโสมนัสใจ เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วใน
กาลก่อนให้ปรากฏ จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า เวสฺสภุมฺหิ ภควติ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อโหสารามิโก อหํ ความว่า เราได้เป็นคน

588
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 589 (เล่ม 71)

รักษาอารามในพระศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระนามว่าเวสสภู,
คำที่เหลือพอจะรู้ได้ง่ายทั้งนั้น เพราะมีเนื้อความดังได้กล่าวไว้แล้วในหน
หลัง และเพราะมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาสังฆุปัฏฐากเถราปทาน
จบอรรถกถากุมุทวรรคที่ ๑๘
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน ๒. นิสเสณีทายกเถราปทาน ๓. รัตติย-
ปุปผิยเถราปทาน ๔. อุทปานทายกเถราปทาน ๕. สีหาสนทายกเถราปทาน
๖. มัคคทัตติกเถราปทาน ๗. เอกทีปิยเถราปทาน ๘. มณิปูชกเถรา-
ปทาน ๙. ติกิจฉกเถราปทาน ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน.
มีคาถา ๔๙ คาถา ฉะนี้แล.
จบกุมุทวรรคที่ ๑๘

589
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 590 (เล่ม 71)

กุฏชปุปผิยวรรคที่ ๑๙
กุฏชปุปผิยเถราปทานที่ ๑ (๑๘๑)
ว่าด้วยผลแห่งพุทธบูชา
[๑๘๓] เราเห็นพระผุสสสัมพุทธเจ้าผู้มีรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำ
สว่างไสวไปทั่วทิศดังพระอาทิตย์อุทัย๑ เสด็จไปในอากาศ.
จึงเลือกเก็บดอกโมกหลวงที่บาน ทั้งดอกใหญ่และเล็กจาก
ต้น มาบูชาแด่พระองค์.
เพราะเราเอาดอกไม้บูชา ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทรกัปนี้ เรา
จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๑๗ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ครั้ง
พระนามว่าปุปผิตะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มี
พละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระกุฏชปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบกุฏชปุปผิยเถราปทา
๑. ยุ. อุคฺคตํ.

590
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ - หน้าที่ 591 (เล่ม 71)

พันธุชีวกเถราปทานที่ ๒ (๑๘๒)
ว่าด้วยผลแห่งการถวายดอกชบา
[๑๘๔] พระสยัมภูสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ ผู้อันสัตบุรุษ
สรรเสริญ พระองค์ประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ ณ ระหว่างภูเขา.
เราแสวงหาดอกบัวอย่างดีอยู่ในสระ ได้เห็นดอกชบา
อยู่ในที่ใกล้ เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ยกมือทั้งสอง
ประคองเข้าไปเฝ้าพระโสภิตมหามุนี แล้วบูชาแด่พระองค์.
เพราะเราได้เอาดอกไม้บูชา ในกัปที่ ๙๔ แต่กัปนี้ เรา
จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา.
ในกัปที่ ๑๔ แต่กัปนี้ เราได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์
หนึ่ง ผู้เป็นจอมคน มีพละมาก พระนามว่าสมุททกัปปะ.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระพันธุชีวกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านั้น ด้วยประการ
ฉะนี้แล.
จบพันธุชีวกเถราปทาน

591