ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 402 (เล่ม 71)

มัคคสัญญกเถราปทานที่ ๘ (๑๑๘)
ว่าด้วยผลแห่งการบอกทางให้แก่พระสาวก
[๑๒๐] พระสาวกทั้งหลายของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
เที่ยวไปในป่า เป็นผู้หลงทางเหมือนคนตาบอดเที่ยวอยู่ในป่า
ใหญ่.
บุตรของพระมุนีเหล่านั้นผู้หลงทางอยู่ในป่าใหญ่ ระลึกถึง
พระสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้เป็นนายกของโลก.
ข้าพระองค์ (เป็นเทพบุตร) ลงจากภพมาในสำนักของ
พระภิกษุ บอกทางให้แก่พระสาวกเหล่านี้ และได้ถวาย
โภชนาหาร.
ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐ
กว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ได้บรรลุพระอรหัตแต่อายุ
๗ ปีโดยกำเนิด.
ในกัปที่ ๕๐๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๒ ครั้ง
มีพระนามชื่อว่าสจักขุ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระมัคคสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบมัคคสัญญกเถราปทาน

402
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 403 (เล่ม 71)

๑๑๘. อรรถกถามัคคสัญญกเถราปทาน
อปทานของท่านพระมัคคสัญญกเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺ-
ตรพุทฺธสฺส ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระ-
องค์ก่อน ๆ ทุก ๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระ-
นิพพานเป็นประจำเสมอ. ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า
ปทุมุตตระ ท่านเกิดเป็นเทพบุตรประจำอยู่หิมวันตประเทศ ไปป่าชี้ทางแก่
พวกพระสาวกผู้หลงทางกำลังค้นหาทางออก และให้พระสาวกทั้งหลาย
บริโภค แล้วบอกทางให้. ด้วยบุญอันนั้น เทพบุตรนั้นจึงได้เสวยสวรรค์-
สมบัติ และมนุษย์สมบัติ ทุก ๆ ภพที่เกิดแล้วทั้งหมด ไม่เคยหลง
มีสัญญาแม่นยำ. ต่อมาในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้บังเกิดในเรือนอันมีสกุล
พอบรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่ติดใจในฆราวาส จึงบวช ไม่นานก็ได้เป็น
พระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านได้ระลึกถึงบุพกรรมของตน แล้วเกิดความ
โสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน
จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า ปทุมุตฺตรพุทฺธสฺส ดังนี้. บทว่า สาวกา วนจาริโน
เชื่อมความว่า ชื่อว่า สาวก เพราะตั้งใจฟังคำสั่งสอนที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสแสดงโดยชอบคือโดยความเอื้อเฟื้อ หรืออีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สาวก
เพราะตั้งใจฟังพระสัทธรรม โดยส่งญาณไปตามแนวพระธรรมเทศนาของ

403
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 404 (เล่ม 71)

พระผู้มีพระภาคเจ้า โดยความว่า พระสาวกทั้งหลายผู้เที่ยวจาริกไปในป่า
หลงทางคล้ายกับคนตาบอดปราศจากดวงตา ฉะนั้น จึงได้แต่เที่ยวหา
ช่องทาง. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถามัคคสัญญกเถราปทาน

404
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 405 (เล่ม 71)

ปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทานที่ ๙ (๑๑๙)
ว่าด้วยผลแห่งการทำ กรรมที่ได้โดยยาก
[๑๒๑] ในลำดับกาล เมื่อพระสุคตเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี
เสด็จนิพพาน ในกาลนั้น ข้าพระองค์เข้าถึงกำเนิดยักษ์และ
บรรลุถึงยศ.
ข้าพระองค์คิดว่า ความได้ด้วยยาก แสงสว่างได้ด้วยยาก
การตั้งขึ้นยาก ได้มีแก่เราแล้วหนอ เมื่อโภคสมบัติของเรา
มีอยู่ พระสุคตเจ้าผู้มีพระจักษุปรินิพพานเสียแล้ว ดังนี้.
พระสาวกนามว่าสาคระ รู้ความดำริของข้าพระองค์ ท่าน
ต้องการจะสอนข้าพระองค์ จึงมาในสำนักของข้าพระองค์
กล่าวว่า
จะโศกเศร้าทำไมหนอ อย่ากลัวเลย จงประพฤติธรรม
เถิดท่านผู้มีเมธาดี พระพุทธเจ้าทรงส่งเสริมวิทยาสมบัติของ
ชนทั้งปวงว่า
ผู้ใดพึงบูชาพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก ยังดำรง
พระชนม์อยู่ก็ดี พึงบูชาพระธาตุแม้ประมาณเท่าเมล็ดผักกาด
ของพระพุทธเจ้า แม้นิพพานแล้วก็ดี.
เมื่อจิตอันเลื่อมใสของผู้นั้นเสมอกัน บุญก็มีผลมาก
เสมอกัน เพราะฉะนั้น ท่านจงทำสถูปบูชาพระธาตุของพระ-
ชินเจ้าเถิด.
ข้าพระองค์ได้ฟังวาจาของท่านสาคระแล้ว ได้ทำพุทธ-
สถูป ข้าพระองค์บำรุงพระสถูปอันอุดมของพระมุนีอยู่ ๕ ปี.

405
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 406 (เล่ม 71)

ข้าแต่พระองค์ผู้จอมสัตว์ เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐ
กว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์เสวยสมบัติแล้วได้บรรลุ
อรหัต.
ในกัปที่ ๗๐๐ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ครั้ง
มีพระนามว่าภูริปัญญา ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีพละมาก.
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระปัจจุปัฏฐานสัญญกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบปัจจุปัฏฐานสัญญกเถรา
๑๑๙. อรรถกถาปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน
อปทานของท่านพระปัจจุปัฏฐานสัญญกเถระ อันมีคำเริ่มต้นว่า
อตฺถทสฺสิมฺหิ สุคเต ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระ-
องค์ก่อน ๆ ทุก ๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระ-
นิพพานเป็นประจำเสมอ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า

406
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 407 (เล่ม 71)

อัตถทัสสี ท่านได้บังเกิดในกำเนิดยักษ์ เพราะความที่ไม่ได้เข้าเฝ้าในขณะ
พระผู้มีพระภาคเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ภายหลังเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า
ปรินิพพานแล้ว เขาจึงได้รับความเศร้าโศกเป็นอย่างมาก. จริงอยู่ ใน
ครั้งนั้น อัครสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น มีนามว่า สาวก
เมื่อจะพร่ำสอนเขาจึงกล่าวว่า การบูชาพระสารีริกธาตุของพระผู้มีพระ-
พระภาคเจ้า ย่อมมีผลมาก คล้ายกับทำการบูชาในขณะพระผู้มีพระภาคเจ้า
ยังทรงพระชนม์อยู่ อำนาจแห่งจิตที่เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อม
มีผลมากมาย จึงชักชวนเขาให้สร้างสถูปด้วยคำว่า ท่านจงสร้างสถูปเถิด.
ครั้นเขาได้บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว จุติจากกำเนิดยักษ์
นั้นแล้ว ได้เสวยสวรรค์สมบัติในเทวโลก และจักรพรรดิสมบัติใน
มนุษยโลกแล้ว ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในเรือนอันมีตระกูลแห่ง
หนึ่งในพระนครสาวัตถี บรรลุนิติภาวะแล้ว เลื่อมใสในพระศาสดา บวช
แล้วไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนเองได้ เกิดความ
โสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน
จึงกล่าวคำเริ่มต้นว่า อตฺถทสฺสิมฺหิ สุคเต ดังนี้. ถ้อยคำนั้นทั้งหมด
ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล. ส่วนในบทว่า ยกฺขโยนึ อุปปชฺชึ
นี้ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า ยักษ์ เพราะเมื่อจะเคี้ยวกินเพื่อนบ้านของตน
หรือสัตว์ทั้งหลายที่มาถึงเข้า ย่อมวิ่งไล่ขับจับ. กำเนิด คือชาติของพวก
ยักษ์ ชื่อว่า กำเนิดยักษ์. อธิบายว่า เกิดในกำเนิดยักษ์.
บทว่า ทุลฺลทฺธํ วต เม อาสิ ความว่า ยศที่เราได้รับแล้ว
นับว่าเป็นยศที่ได้มาโดยยาก. เราได้รับความล้มเหลว เพราะไม่ได้ทำ

407
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 408 (เล่ม 71)

สักการะแด่พระศาสดาผู้เป็นพระพุทธเจ้า. บทว่า ทุปฺปภาตํ ความว่า
ราตรีนั้นรุ่งสว่างได้โดยยาก, คือกระทำราตรีให้สว่างได้ยาก อธิบายว่า
เราทำปัญญาให้สว่างได้ยาก. บทว่า ทุรุฏฺฐิตํ แปลว่า ขึ้นได้ยาก. อธิบายว่า
การขึ้นไปแห่งพระอาทิตย์ยาก หรือการลุกขึ้นทำความเพียร ของเราก็ยาก
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาปัจจุปัฏฐานสัญญกเถราปทาน

408
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 409 (เล่ม 71)

ชาติปูชกเถราปทานที่ ๑๐ (๑๒๐)
ว่าด้วยผลแห่งการบูชาพระชาติ
[๑๒๒] เมื่อพระวิปัสสีโพธิสัตว์ประสูติจากพระครรภ์ แสงสว่าง
ได้มีอย่างไพบูลย์ และพื้นแผ่นดิน พร้อมทั้งสมุทรสาครและ
ภูเขาก็หวั่นไหว.
อนึ่ง พวกหมอดูพยากรณ์ว่า พระพุทธเจ้าจักมีในโลก
เป็นผู้เลิศกว่าสรรพสัตว์ จักรื้อถอนหมู่ชน (จากสังสารทุกข์).
เราได้ฟังคำของพวกหมอดูแล้ว ได้ทำการบูชาพระชาติ
ด้วยความดำริว่า การบูชาพระชาติเช่นนั้นไม่มี (อีก).
เรารวบรวมกุศลแล้ว ได้ยังจิตของตนให้เลื่อมใส ครั้น
เราทำการบูชาพระชาติแล้วพำกาลกิริยา ณ ที่นั้น.
เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือ ความเป็นเทวดาหรือมนุษย์
ในกำเนิดนั้น ๆ เราย่อมล่วงสรรพสัตว์ นี้เป็นผลแห่งการบูชา
พระชาติ.
แม่นมทั้งหลายผู้เป็นไปตามอำนาจจิตของเราย่อมบำรุงเรา
เขาไม่อาจยังเราให้โกรธเคือง นี้เป็นผลการบูชาพระชาติ.
ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ เราได้ทำการบูชาใดในกาลนั้น
ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลการบูชา
พระชาติ.
ในกัปที่ ๓ แต่กัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๔ ครั้ง
เป็นจอมแห่งชน มีพระนามว่าสุปาริจริยะ มีพละมาก.

409
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 410 (เล่ม 71)

คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และ
อภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า
เราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระชาติปูชกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้แล.
จบชาติปูชกเถราปทาน
๑๒๐. อรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน
อปทานของท่านพระชาติปูชกเถระ มีคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส
วิปสฺสิสฺส ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ ก็ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระ-
องค์ก่อน ๆ ทุก ๆ ภพนั้นจะสร้างแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพาน
เป็นประจำเสมอ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า วิปัสสี
ท่านได้เกิดในเรือนที่มีสกุล บรรลุนิติภาวะแล้ว ได้ยินพวกหมอดูทำ นาย
ลักษณะของพระวิปัสสีโพธิสัตว์ว่า ได้ยินว่า กุมารนี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้า
เป็นผู้เลิศประเสริฐกว่าชาวโลกทั้งหมด จักขนสรรพสัตว์ออกจากสงสาร
แน่นอน ครั้นได้ยินแล้ว จึงได้ทำการบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์
นั้น เริ่มแต่ในเวลาที่ยังเป็นเด็ก ๆ คล้ายกับทำการบูชาแด่พระพุทธเจ้า
ฉะนั้น. ภายหลัง ครั้นทำการบูชาอย่างใหญ่ แม้ในพระพุทธเจ้าผู้ประสูติ
แล้ว ตลอดทั้ง ๓ คราว คือคราวเป็นเด็ก คราวเป็นพระราชกุมาร
และคราวที่ได้ครองราชสมบัติตามลำดับ พอจุติจากอัตภาพนั้น ได้บังเกิด

410
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๒ – หน้าที่ 411 (เล่ม 71)

ในสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้น เสวยทิพยสุขแล้ว ภายหลังได้เกิดขึ้นมนุษย์
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเป็นต้น ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้บังเกิดในเรือน
อันมีสกุล ในเวลาที่มีอายุได้ ๘๗ ปีนั่นแล ได้เลื่อมใสในพระผู้มีพระ-
ภาคเจ้า บวชแล้วเจริญวิปัสสนาไม่นานนัก ก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลอื่น ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส
เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติมาแล้วในกาลก่อน จึง
กล่าวคำเริ่มต้นว่า ชายํ ตสฺส วิปสฺสิสฺส ดังนี้. ถ้อยคำนั้นทั้งหมด
ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
ในบทว่า เนมิตฺตานํ สุณิตฺวาน นี้ มีวิเคราะห์ว่า ชื่อว่า เนมิตฺตา
เพราะย่อมรู้นิมิตเหตุการณ์ ได้แก่เหตุที่จะได้รับความสุขและความทุกข์.
อธิบายว่า ได้ยินคำทำนายของพวกหมอดูเหล่านั้นแล้ว. คำที่เหลือในที่
ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น.
จบอรรถกถาชาติปูชกเถราปทาน
จบอรรถกถามหาปริวารวรรคที่ ๑๒
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มหาปริวารเถราปทาน ๒. สุมังคลเถราปทาน ๓. สรณคม-
นิยเถราปทาน ๔. เอกาสนิยเถราปทาน ๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน
๖. จิตกปูชกเถราปทาน ๗. พุทธสัญญกเถราปทาน ๘. มัคคสัญญก-
เถราปทาน ๙. ปัจจุปัฏฐานเถราปทาน ๑๐. ชาติปูชกเถราปทาน.
บัณฑิตทั้งหลายกล่าวรวมคาถาไว้ ๙๐ คาถา ฉะนี้แล.
จบมหาปริวารวรรคที่ ๑๒

411