บทว่า ชลชุตฺตมนายโก ความว่า เป็นโวหารที่สำเร็จแล้ว เป็น
ชื่อของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า เพราะกระทำ ม อักษรให้เป็น ย อักษร.
บทว่า นิพฺพายิ อนุปาทาโน ความว่า ดับแล้วเพราะไม่ยึดถือ
ขันธ์ ๕ อันเป็นอารมณ์ของอุปาทานแล้วคือไม่ปรากฏ. ได้แก่ไปสู่ที่
ไม่เห็น อธิบายว่า ไม่ตั้งอยู่แม้ในที่ไหนๆ เช่นในมนุษยโลกเป็นต้น.
บทว่า ทีโป ว เตลสงฺขฺยา เชื่อมความว่า ดับไปดุจประทีปที่ดับไป
เพราะสิ้นไปคือความไม่มีแห่งไส้และน้ำมัน.
บทว่า สตฺตโยชนิกํ อาสิ ความว่า พระสถูปอันสำเร็จด้วย
รัตนะของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ปรินิพพานแล้วนั้น
ได้สั่งถึง ๗ โยชน์. บทว่า ธชํ ตตฺถ อปูเชสึ ความว่า เราได้บูชาธง
อันเป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ โดยประการทั้งปวงที่พระเจดีย์นั้น.
บทว่า กสฺสปสฺส จ พุทฺธสฺส ความว่า จำเดิมแต่กาลปรินิพพาน
แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่าปทุมุตตระ เชื่อมความว่า
เราท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ โอรสคือบุตรของเรานามว่าติสสะ
ได้เป็นอัครสาวกแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ คือเป็น
ทายาทในศาสนาของพระชินเจ้า
บทว่า ตสฺส หีเนน มนสา เราผู้มีใจ คือมีจิตอันเลวทรามลามก
ได้กล่าวคือแสดงคำว่า อนฺตโก ปจฺฉิโม ดังนี้ อัน เป็นคำไม่เจริญ ไม่ดี
ไม่เหมาะต่อพระอัครสาวก ชื่อว่า ติสสะ ผู้เป็นบุตรของเรานั้น. บทว่า
เตน กมฺมวิปาเกน ความว่า ด้วยวิบากแห่งอกุศลกรรม คือการกล่าวตู่
พระอรหันต์นั้น. บทว่า ปจฺฉิเม อทฺทสํ ชินํ ความว่า เราได้เห็น