พระภาคเจ้าทรงพระนามว่า สุเมธะนั้น. บทว่า เย จ ขีณาสวา ตตฺถ
ความว่า ก็พระขีณาสพ คือผู้ละกิเลสได้แล้ว ผู้ชื่อว่าฉฬภิญญา คือผู้
ประกอบด้วยอภิญญา ๖ ชื่อว่า มหิทฺธิกา คือ ผู้ประกอบด้วยฤทธิ์มาก.
อธิบายว่า เรานิมนต์พระขีณาสพทั้งหมดนั้น ให้มาประชุมกันในที่นั้น
นำมาด้วยความเอื้อเฟื้อ ได้กระทำสังฆภัตที่จะพึงถวายแก่สงฆ์ทั้งสิ้น
อธิบายว่า ให้พระขีณาสพนั้นฉัน. บทว่า อุปฏฺฐาโก ตทา อหุ ความว่า
ในกาลเป็นที่ให้สังฆภัตแก่เราในครั้งนั้น ท่านได้เป็นอุปัฏฐากสาวก
ชื่อว่า สุเมธะ ตามพระนามของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า
สุเมธะ. อธิบายว่า สาวกนั้นได้อนุโมทนาชื่นชมยินดีบูชาสักการะแก่เรา
แล้วได้แสดงอานิสงส์.
บทว่า เตน จิตฺตปฺปสาเทน เราได้เข้าถึงวิมานในเทวโลก
ด้วยความเลื่อมใสแห่งจิตอันเกิดขึ้นด้วยอำนาจการกระทำการบูชาพระสถูป
นั้น, อธิบายว่า เราบังเกิดในทิพยวิมานนั้น. บทว่า ฉฬาสีติสหสฺสานิ
ความว่า นางเทพอัปสรหมื่นหกพันนาง ได้ชื่นชมยินดี ยังจิตของเรา
ให้ยินดีในวิมานนั้น.
บทว่า มเมว อนุวตฺตนฺติ ความว่า เทพอัปสรเหล่านั้น อุปัฏฐาก
ด้วยกามทั้งปวงคือด้วยวัตถุกามมีรูปเป็นต้นอันเป็นทิพย์ อนุวัตรตามเรา
เท่านั้น คือกระทำตามคำของเรา ในกาลนั้น ตลอดกาลเป็นนิตย์. คำที่
เหลือรู้ได้ง่ายทั้งนั้นแล.
จบอรรถกถาปิลินทวัจฉเถราปทาน