แต่นั้น เมื่อจะแสดงมนุษย์สมบัติ จึงกล่าวคำว่า สฏฺฐิกปฺป-
สหสฺสมฺหิ ดังนี้เป็นต้น. ในคำนั้น เชื่อมความว่า ในที่สุดหกหมื่นกัป
ภายหลังกัปนี้ไป เราเป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า อุพพิทธะ มีมหาสมุทร ๔
เป็นขอบเขต คือมีมหาทวีป เป็นที่สุด เป็นผู้ชนะ คือชนะข้าศึกทั้งปวง
ครอบครองแผ่นดิน คือครองราชสมบัติ.
บทว่า ตเถว ภทฺทเก กปฺเป คือในกัปชื่อว่า ภัททกะ เพราะเป็น
กัปที่ประดับด้วยพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์. เชื่อมความในตอนนี้ว่า เราได้
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิผู้เป็นใหญ่ เป็นประธานในทวีปทั้งสี่ ๓๐ ครั้ง คือ
๓๐ ชาติ สมบูรณ์ คือพรั่งพร้อมด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีจักรรัตนะ
เป็นต้น ยินดีในกรรมของตน คือยินดี ได้แก่ ยึดแน่นอยู่ในกรรมของ
ตน ได้แก่ ทศพิธราชธรรม.
เมื่อจะแสดงสมบัติที่เสวยในคราวที่ตนเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จึง
กล่าวคำว่า ตตฺถาปิ ภวนํ มยฺหํ ดังนี้เป็นต้น. ในคำนั้น เชื่อมความว่า
ในความเป็นพระเจ้าจักรพรรดินั้น ภพของเรา คือปราสาทของเรา สูง
ขึ้นเหมือนสายรุ้งกินน้ำ คือสูงขึ้นไปโดยชนิดเป็นชั้น ๗ ชั้นเป็นต้น
เหมือนสายฟ้า ตั้งสว่างจ้าอยู่ในอากาศ ว่าโดยส่วนยาว และส่วนสูง
๒๔ โยชน์ ว่าโดยส่วนกว้าง ๑๒ โยชน์.
อธิบายว่า ได้มีนครชื่อว่ารัมมณะ เพราะเป็นที่ติดใจของชน
ทั้งปวง. ท่านแสดงว่า นครที่สมบูรณ์ด้วยกำแพงและเสาระเนียดมั่นคง
สูงประมาณ ๑๒ หรือ ๓๐ ศอก.
ตทฑฺฒกํ ตัดบทเป็น ตโต อฑฺฒกํ อธิบายว่า ประมาณ ๒๕๐