เสียงดังอันเกิดจากผ้าคากรองของดาบสเหล่านี้ ผู้หลีกไป คือผู้ไปอยู่ใน
อากาศหรือบนบก ย่อมสะพัดไป.
ในบทว่า มุทิตา โหนฺติ เทวตา นี้ เชื่อมความว่า เพราะเสียง
หนังเสือของเหล่าดาบสผู้ทำเสียงดังให้สะพัดไปอยู่อย่างนั้น เทวดาทั้งหลาย
จึงยินดี เกิดความโสมนัสว่า สาธุ สาธุ พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้
ยินดี คือพอใจด้วย.
ในบทว่า ทิโส ทิสํ นี้ เชื่อมความว่า ฤๅษีเหล่านั้นไปในห้อง
กลางหาว คือเที่ยวไปในอากาศเป็นปกติ ย่อมหลีกไป คือไปยังทิศใหญ่
และทิศน้อย.
ในบทว่า สเก พเลนุปตฺตทฺธา นี้ เชื่อมความว่า เป็นผู้ประกอบ
ด้วยกำลังร่างกาย และกำลังฌานของตน ย่อมไปในที่ที่ประสงค์จะไปตาม
ความต้องการ.
เมื่อจะประกาศอานุภาพเฉพาะของดาบสเหล่านั้นอีก จึงกล่าวคำมี
อาทิว่า ปฐวี กมฺปกา เอเต ดังนี้.
ในกาลนั้น ดาบสเหล่านั้น มีความต้องการเที่ยวไปในที่ทุกแห่ง
ทำแผ่นดินให้ไหว คือทำเมทนีให้เคลื่อนไหว มีปกติเที่ยวไปในท้องฟ้า
คือมีปกติเที่ยวไปในอากาศ.
บทว่า อุคฺคเตชา เป็นต้น ความว่า มีเดชพลุ่งขึ้น คือมีเดช
แพร่สะพัดไป ผู้ข่มขี่ได้ยาก คือไม่อาจข่มขี่ คือครอบงำเป็นไป เพราะ-
ฉะนั้น จึงชื่อว่าผู้ข่มได้ยาก.
ในบทว่า สาคโรว อโขภิยา นี้ เชื่อมความว่า เป็นผู้อันคนอื่น