ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 414 (เล่ม 70)

ครั้นข้าพระองค์เห็นท่านผู้มีอินทรีย์อันฝึกดีแล้ว มีใจ
บริสุทธิ์ องอาจ ประเสริฐ แกล้วกล้า จึงเกิดความคิดว่า
ท่านผู้นี้จักเป็นพระอรหันต์.
ท่านผู้มีอิริยาบถน่าเลื่อมใส มีรูปงาม สำรวมดี จักเป็น
ผู้ฝึกแล้วในอุบายเครื่องฝึกอันสูงสุด จักเป็นผู้เห็นอมตบท
เราถามแล้ว ท่านจักตอบ เราจักสอบถามท่านอีก.
ข้าพระองค์ได้ตามไปข้างหลังของท่านผู้กำลังเที่ยวบิณฑ-
บาต รอคอยโอกาสอยู่ เพื่อจะสอบถามอมตบท.
ข้าพระองค์เข้าไปหาท่านซึ่งพักอยู่ในระหว่างถนน แล้ว
ได้ถามว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ มีความเพียร ท่านมีโคตร
อย่างไร ท่านเป็นศิษย์ของใคร.
ท่านอันข้าพระองค์ถามแล้วไม่ครั่นคร้าม ดังพญาไกรสร
ได้พยากรณ์ว่า พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติแล้วในโลก อาตมา
เป็นศิษย์ของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น.
ข้าแต่ท่านผู้มีความเพียรใหญ่ ผู้เป้นอนุชาตบุตร มียศมาก
ศาสนธรรมแห่งพระพุทธเจ้าของท่าน เป็นเช่นไร ขอได้
โปรดบอกแก่ข้าพเจ้าเถิด.
ข้าพระองค์ถามแล้ว ท่านกล่าวบทอันลึกซึ้งละเอียดทุก
อย่าง เป็นเครื่องฆ่าลูกศรคือตัณหา เป็นเครื่องบรรเทาความ
ทุกข์ทั้งมวลว่า
ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตตรัสเหตุ

414
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 415 (เล่ม 70)

แห่งธรรมเหล่านั้น และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น พระ
มหาสมณเจ้ามีปกติตรัสอย่างนี้.
เมื่อท่านพระอัสสชิแก้ปัญหาแล้ว ข้าพระองค์นั้นได้บรรลุ
ผลที่หนึ่ง เป็นผู้ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน เพราะได้ฟัง
คำสอนของพระชินเจ้า.
ครั้นข้าพระองค์ได้ฟังคำสอนของพระมุนี ได้เห็นธรรม
อันสงสุด จึงหยั่งลงสู่พระสัทธรรม แล้วได้กล่าวคาถานี้ว่า
ธรรมนี้เท่านั้น ถ้ามีเพียงเท่านั้น พระองค์ทรงทำให้แจ้ง
บทอันไม่เศร้าโศก ที่ข้าพเจ้าไม่ได้พบเห็น ล่วงเวลาไปหลาย
หมื่นกัป.
ข้าพระองค์แสวงหาธรรมอยู่ ได้เที่ยวไปในลัทธิผิด
ประโยชน์นั้นอันข้าพระองค์ได้บรรลุแล้วโดยลำดับ กาลนี้
มิใช่กาลที่เราจะประมาท ข้าพระองค์อันพระอัสสชิให้ยินดี
แล้ว เพราะได้บรรลุบทอันไม่หวั่นไหว.
ข้าพระองค์เมื่อจะแสวงหาสหาย จึงได้ไปยังอาศรม
สหายของข้าพระองค์ สหายเห็นข้าพระองค์จากที่ไกลทีเดียว
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอิริยาบถ ได้กล่าวคำนี้ว่า
ท่านเป็นผู้มีหน้าตาผ่องใส ความเป็นมุนีคงจะปรากฏแน่
ท่านได้บรรลุอมตบทอันดับสนิท ไม่มีการเคลื่อนแลหรือ.
ท่านได้เป็นผู้เหมาะสมแก่ความงามมาแล้ว เหมือนช้างถูก
แทงด้วยหอกซัดไม่หวั่นไหฉะนั้น ดูก่อนพราหมณ์ ท่าน

415
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 416 (เล่ม 70)

เป็นเหมืนฝึกตนแล้ว เป็นผู้สงบระงับในธรรมเครื่องฝึกที่ได้
ฝึกมาแล้ว.
เราได้บรรลุอมตบทอันเป็นเครื่องบรรเทาลูกศรคือความโศก
ได้แล้ว แม้ตัวท่านก็จงบรรลุอมตบทนั้น พวกเราจงไปยัง
สำนักของพระพุทธเจ้ากันเถิด.
สหายอันข้าพระองค์ให้ศึกษาดีแล้ว รับคำแล้ว ได้จูงมือ
พากันเข้ามายังสำนักของพระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นศากย-
บุตร ข้าพระองค์ทั้งสองจักบวชในสำนักของพระองค์ จัก
อาศัยคำสอนของพระองค์ แล้วเป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่.
ท่านโกลิตะ เป็นผู้ประเสริฐด้วยฤทธิ์ ข้าพระองค์ถึงที่สุด
แห่งปัญญา ข้าพระองค์ทั้งสองจะร่วมกันทำศาสนาให้งาม
ข้าพระองค์มีความดำริยังไม่ถึงที่สุด จึงเที่ยวไปในลัทธิผิด
เพราะได้อาศัยทัสสนะของพระองค์ ความดำริของข้าพระองค์
จึงเต็ม.
ต้นไม้ตั้งอยู่บนแผ่นดิน มีดอกบานตามฤดูกาล ส่งกลิ่น
หอมตลบ ยังสัตว์ทั้งปวงให้ยินดี ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ-
ศากยบุตร ผู้มียศใหญ่ ข้าพระองค์ ก็ฉันนั้น ดำรงอยู่ใน
ศาสนธรรมของพระองค์แล้ว ย่อมเบ่งบานในสมัย.
ข้าพระองค์แสวงหาดอกไม้คือวิมุตติ เป็นที่พ้นภพสงสาร
ย่อมยังสัตว์ทั้งปวงให้ยินดี ด้วยการได้ดอกไม้ คือวิมุตติ.
ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ เว้นพระมหามุนีเสีย ตลอดพุทธ-

416
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 417 (เล่ม 70)

เขต ไม่มีใครเสมอด้วยปัญญาแห่งข้าพระองค์ผู้เป็นบุตรของ
พระองค์.
ศิษย์และบริษัทของพระองค์ พระองค์ทรงแนะนำดีแล้ว
ให้ศึกษาดีแล้ว ฝึกแล้วในอุบายเครื่องฝึกจิตอันสูงสุด ย่อม
แวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ท่านเหล่านั้นเพ่งฌาน ยินดีในฌาน เป็นนักปราชญ์
มีจิตสงบ ตั้งมั่น เป็นมุนี ถึงพร้อมด้วยความเป็นมุนี ย่อม
แวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ท่านเหล่านั้นมีความปรารถนาน้อย มีปัญญา เป็น
นักปราชญ์ มีอาหารน้อย ไม่โลเล ยินดีทั้งลาภ และความ
เสื่อมลาภ ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ท่านเหล่านั้นถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ยินดีธุดงค์ เพ่งฌาน
มีจีวรเศร้าหมอง ยินดียิ่งในวิเวก เป็นนักปราชญ์ ย่อม
แวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ปฏิบัติมรรค ๔ ตั้งอยู่ในอรหัตผล เป็น
เสขะพรั่งพร้อมด้วยผลเบื้องต่ำ ๓ หวังประโยชน์อันสูงสุด
ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ทั้งท่านผู้เป็นพระโสดาบัน ทั้งท่านที่เป็นพระสกทาคามี
พระอนาคามี และพระอรหันต์ปราศจากมลทิน ย่อมแวดล้อม
พระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
สาวกของพระองค์เป็นอันมาก ฉลาดในสติปัฏฐาน ยินดี
ในโพชฌงคภาวนา ทุกท่านย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.

417
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 418 (เล่ม 70)

ท่านเหล่านั้นเป็นผู้ฉลาดในอิทธิบาท ยินดีในสมาธิภาวนา
หมั่นประกอบในสัมมัปปธาน ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุก
เมื่อ.
ท่านเหล่านั้นมีวิชชา ๓ มีอภิญญา ๖ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์
และปัญญา ย่อมแวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า บรรดาศิษย์ของพระองค์เช่นนี้
แลหนอ ศึกษาดีแล้ว หาผู้เสมอได้ยาก มีเดชรุ่งเรือง
แวดล้อมพระองค์อยู่ทุกเมื่อ.
พระองค์ อันศิษย์เหล่านั้นผู้สำรวมดีแล้ว มีตบะ แวดล้อม
แล้ว ไม่ทรงครั่นคร้าม ดุจพญาราชสีห์ ย่อมงดงามดุจ
พระจันทร์.
ต้นไม้ตั้งอยู่บนแผ่นดินย่อมงาม ถึงความไพบูลย์ และ
ย่อมเผล็ดผล ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร ผู้มีพระยศ
ใหญ่ พระองค์ก็เป็นเช่นกับแผ่นดิน ฉันนั้น ศิษย์ทั้งหลายตั้ง
อยู่ในศาสนาของพระองค์ ย่อมได้อมตผล.
แม่น้ำสินธุ สรัสสดี จันทภาคา คงคา ยมุนา สรภู
และแม่น้ำมหี เมื่อแม่น้ำเหล่านี้ไหลมา สาครย่อมรับไว้หมด
แม่น้ำเหล่านี้ย่อมละชื่อเดิม ย่อมปรากฏว่าเป็นสาครเท่านั้น
ฉันใด วรรณ ๔ เหล่านี้ ก็ฉันนั้น ในสำนักของพระองค์
แล้ว ทั้งหมดย่อมละชื่อเดิม ปรากฏว่าพุทธบุตร.
เปรียบเหมือนดวงจันทร์อันปราศจากมลทิน โคจรอยู่ใน
อากาศ ย่อมรุ่งโรจน์ล่วงหมู่ดาวทั้งหมดในโลก ด้วยรัศมี

418
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 419 (เล่ม 70)

ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์ ก็ฉันนั้น อันศิษย์
ทั้งหลายแวดล้อมแล้ว ย่อมรุ่งเรืองล้นเหล่าเทวดาและมนุษย์
ตลอดพุทธเขตในกาลทุกเมื่อ.
คลื่นตั้งขึ้นในน้ำลึก ย่อมล่วงเลยฝั่งไปไม่ได้ คลื่นเหล่า
นั้นกระทบทั่วฝั่ง ย่อมเป็นระลอกเล็กน้อยละลายหายไป
ฉันใด ชนในโลกเป็นส่วนมากที่เป็นเดียรถีย์ ก็ฉันนั้น มีทิฏฐิ
ต่าง ๆ กัน ต้องการจะข้ามธรรมของพระองค์ แต่ก็ไม่ล่วง
เลยพระองค์ผู้เป็นมุนีไปได้.
ข้าแต่พระองค์ผู้มีพระจักษุ ก็ถ้าชนเหล่านั้นมาถึงพระ-
องค์ด้วยความประสงค์จะคัดค้าน พากันเข้ามายังสำนักของ
พระองค์แล้ว ย่อมกลายเป็นจุณไฟ.
เปรียบเหมือนโกมุท บัวขมและบัวเผื่อนเป็นอันมาก ที่
เกิดในน้ำ ย่อมเอิบอาบอยู่ด้วยน้ำเปือกตมและโคลน ฉันใด
สัตว์เป็นอันมาก ก็ฉันนั้น เกิดแล้วในโลก อันราคะและโทสะ
เบียดเบียนแล้วงอกงามอยู่ เหมือนโกมุทงอกงามอยู่ใน
เปือกตมฉะนั้น.
ปทุมเกิดในน้ำ ย่อมไพโรจน์อยู่ในท่ามกลางน้ำ มันมี
เกสรบริสุทธิ์ ไม่ติดด้วยน้ำ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า
พระองค์ ก็ฉันนั้น เป็นมหามุนีเกิดในโลก แต่ไม่ติดโลก
เหมือนปทุมไม่ติดน้ำฉะนั้น.
ดอกไม้อันเกิดในน้ำเป็นอันมาก ย่อมบานในเดือนจิตร-
มาส ย่อมไม่ล่วงพ้นเดือนนั้น สมัยนั้นเป็นสมัยดอกไม้น้ำ

419
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 420 (เล่ม 70)

บาน ฉันใด ข้าแต่พระองค์ผู้ศากยบุตร พระองค์ ก็ฉันนั้น
เป็นผู้บานแล้วด้วยวิมุตติของพระองค์.
สัตว์ทั้งหลายไม่ล่วงเลยศาสนาของพระองค์ ดังดอกบัว
เกิดในน้ำ ย่อมบานไม่พ้นเดือนกัตติกาฉะนั้น.
พญาไม้รังดอกบานสะพรั่ง กลิ่นหอมตลบ อันไม้รังต้นอื่น
แวดล้อม ย่อมงามยิ่ง ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า พระองค์
ฉันนั้น บานแล้วด้วยพุทธญาณ อันภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้ว
ย่อมงาม เหมือนพญาไม้รังฉะนั้น.
ภูเขาหินชื่อว่าหิมวันต์เป็นที่เกิดโอสถของปวงสัตว์ เป็นที่
อยู่ของพวกนาค อสูร และเทวดาทั้งหลาย ฉันใด ข่าแต่
พระมหาวีรเจ้า พระองค์ก็ ฉันนั้น เป็นดังโอสถของมวลสัตว์.
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า บุคคลผู้บรรลุวิชชา ๓ และอภิญญา ๖
ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์ ผู้ที่พระองค์ทรงมีพระกรุณาพร่ำสอนแล้ว
ย่อมยินดีด้วยความยินดีในธรรม ย่อมอยู่ในศาสนาของ
พระองค์.
ราชสีห์ผู้เป็นพญาเนื้อ ออกจากถ้ำที่อยู่เหลียวดูทิศทั้ง ๔
แล้วบันลือสีหนาท ๓ ครั้ง เมื่อราชสีห์คำราม มฤคทั้งปวง
ย่อมสะดุ้งกลัว.
อันที่จริง ราชสีห์ผู้มีชาติกำเนิดนี้ ย่อมยังปศุสัตว์ให้
สะดุ้งกลัวทุกเมื่อ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า เมื่อพระองค์
ทรงบันลืออยู่ พสุธานี้ย่อมหวั่นไหว สัตว์ผู้ควรจะตรัสรู้ย่อม
ตื่น หมู่มารย่อมสะดุ้งกลัว ฉันนั้น.

420
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 421 (เล่ม 70)

ข้าแต่พระมหามุนี เมื่อพระองค์ทรงบันลืออยู่ ปวงเดียรถีย์
ย่อมสะดุ้งกลัว ดังฝูงกา เหยี่ยว และเนื้อ วิ่งกระเจิงเพราะ
ราชสีห์ฉะนั้น.
ผู้เป็นเจ้าคณะเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ชาวโลกเรียกกันว่าเป็น
ศาสดาในโลก ท่านเหล่านั้นย่อมแสดงธรรมอันนำกันสืบ ๆ มา
แก่บริษัท.
ข้าแต่พระมหาวีรเจ้า ส่วนพระองค์ไม่ทรงแสดงธรรมแก่
มวลสัตว์เหมือนอย่างนั้น พระองค์ตรัสรู้สัจจะและโพธิปัก-
ขิยธรรม ด้วยพระองค์เอง ทรงทราบอัธยาศัยกิเลส และ
อินทรีย์มีกำลังและไม่มีกำลัง ทรงทราบภัพพบุคคลและ
อภัพพบุคคล แล้วจึงทรงบันลือประดุจมหาเมฆ.
บริษัทจะพึงนั่งเต็มรอบจักรวาล เขาเหล่านั้นมีทิฏฐิต่างกัน
คิดต่างกัน เพื่อทรงตัดความสงสัยของสัตว์เหล่านั้น พระองค์
ผู้เป็นมุนี ผู้ฉลาดในข้ออุปมา ทรงทราบจิตของสัตว์ทั้งปวง
เมื่อได้ทรงแก้ปัญหาข้อเดียวเท่านั้น ก็ตัดความสงสัยของสัตว์
ทั้งหลายได้.
แผ่นดินพึงเต็มด้วยคนเช่นกับจอกแหนในน้ำ คนทั้งหมด
นั้นประนมอัญชลีสรรเสริญพระองค์ผู้เป็นนายกของโลก หรือ
ว่าคนเหล่านั้นสรรเสริญอยู่ตลอดกัป ฟังสรรเสริญพระคุณ
ต่าง ๆ ก็ไม่ทำพระคุณให้สิ้นสุดประมาณได้ พระตถาคตมี
พระคุณหาประมาณมิได้.

421
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 422 (เล่ม 70)

ด้วยว่าพระมหาชินเจ้า เป็นผู้อันเราสรรเสริญแล้วตาม
กำลังของตนเท่านั้นฉันใด คนทั้งหลายก็ฉันนั้น เมื่อสรรเสริญ
อยู่ถึงโกฏิกัป ก็จะพึงสรรเสริญอย่างนี้ ๆ.
ก็ถ้าใคร ๆ จะเป็นเทพหรือมนุษย์ก็ตาม ผู้ศึกษามาดีแล้ว
จะสรรเสริญคุณให้สุดประมาณได้
ผู้นั้นก็จะได้แต่ความลำบากเท่านั้น. ข้าแต่พระองค์ผู้
ศากยบุตร มีพระยศมาก ข้าพระองค์ดำรงอยู่ในศาสนาของ
พระองค์ ถึงที่สุดแห่งปัญญาแล้ว เป็นผู้หาอาสวะมิได้อยู่.
ข้าพระองค์จะย่ำยีพวกเดียรถีย์ ยังศาสนาของพระชินเจ้า
ให้เป็นไป จะเป็นธรรมเสนาบดีในศาสนาของพระศากยบุตร
ในวันนี้ไป.
กรรมที่ข้าพระองค์กระทำแล้ว ในกาลอันหาประมาณมิได้
แสดงผลแก่ข้าพระองค์ ณ ที่นี้ ข้าพระองค์เผากิเลสแล้ว ดุจ
ลูกศรอันหมดกำลังแล้ว.
มนุษย์คนใดคนหนึ่งทูนของหนักไว้บนศีรษะทุกเวลา ต้อง
ลำบากด้วยภาระ ฉันใด อันภาระที่เราแบกอยู่ ก็ฉันนั้น. เรา
ถูกไฟ ๓ กองเผาอยู่ เป็นผู้แบกภาระคือภพ เหมือนถอน
เขาสิเนรุวางไว้บนศีรษะ ท่องเที่ยวไปในภพ.
บัดนี้ เราปลงภาระแล้ว เพิกภพทั้งหลายเสียแล้ว กิจที่
ควรทำ ทุกอย่างในศาสนาของพระศากยบุตร เราทำเสร็จแล้ว.
ในกำหนดพุทธเขต เว้นพระศากยบุตร เราเป็นเลิศด้วย
ปัญญา ไม่มีใครเหมือนเรา.

422
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน เล่ม ๘ ภาค ๑ – หน้าที่ 423 (เล่ม 70)

เราเป็นผู้ฉลาดดีในสมาธิ ถึงที่สุดแห่งฤทธิ์วันนี้ เรา
ปรารถนาจะนิรมิตคนสักพันก็ได้.
พระมหามุนีทรงเป็นผู้ชำนาญในอนุปุพพวิหารธรรม ตรัส
คำสอนแก่เรา นิโรธเป็นที่อยู่ของเรา.
ทิพยจักษุของเราหมดจด เราเป็นผู้ฉลาดในสมาธิ หมั่น
ประกอบในสัมมัปปธาน ยินดีในการเจริญโพชฌงค์.
ก็กิจทุกอย่างที่สาวกจะพึงทำ เราทำเสร็จแล้ว เว้นพระ-
โลกนาถ ไม่มีใครเสมอเรา.
เราเป็นผู้ฉลาดในสมาบัติ ได้ฌานและวิโมกข์รวดเร็ว
ยินดีในการเจริญโพชฌงค์ ถึงที่สุดแห่งสาวกคุณ.
เราทั้งหลายเป็นผู้เคารพในบุรุษผู้สูงสุด ด้วยการสัมผัส
สาวกคุณ และด้วยปัญญาจิตของเรา สงเคราะห์เพื่อน
พรหมจรรย์ด้วยศรัทธาทุกเมื่อ.
เรามีความเย่อหยิ่งด้วยมานะอันวางแล้ว ดุจงูถูกถอนเขี้ยว
และเหมือนโคเขาหักฉะนั้น เข้าไปหาหมู่คณะด้วยความ
เคารพหนัก.
ถ้าปัญญาของเราจะมีรูปร่าง ก็จะเสมอด้วยพระเจ้า-
แผ่นดินทั้งหลาย นี้เป็นผลแห่งการชมเชยพระญาณของ
พระผู้มีพระภาคเจ้าอโนมทัสสี.
เราย่อมยังพระธรรมจักร อันพระผู้มีพระภาคศากยบุตร
ผู้คงที่ให้เป็นไปแล้ว ให้เป็นไปตามได้โดยชอบ นี้เป็นผล
แห่งการชมเชยพระญาณ.

423