ไม่มีกิเลสเกิดแล้วอย่างนี้ ผู้ไม่มีความหิวนั้นเป็นอย่างไร. พึงเห็นว่า ความ
หลุดพ้นโดยผูกพันกับวิโมกข์ ชื่อว่า โมกฺโข เพราะพ้น ชื่อว่า วิโมกฺโข
เพราะหลุดพ้น นี้เป็นบทมาติกา ๑. บทว่า วิชฺชาวิมุตฺติ คือวิชานั่นแหละ
คือวิมุตติ นี้เป็นมาติกาบท ๑. บทว่า ฌานวิโมกฺโข คือฌานนั่นแหละเป็น
วิโมกข์ นี้เป็นมาติกาบท ๑. มาติกาบทที่เหลือก็เป็นบทหนึ่ง ๆ เพราะเหตุนั้น
จึงเป็นมาติกาบท ๑๙ ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า เนกขมฺเมน กามจฺฉนฺทโต นิจฺฉาโต บุคคลผู้ไม่มีความหิว
ย่อมหลุดพ้นจากกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ คือพระโยคาวจรผู้ไม่มีกิเลส ย่อม
หลุดพ้นจากกามฉันทะ. เพราะปราศจากกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ แม้เนกขัมมะ
ที่พระโยคาวจรนั้นได้ก็หมดความหิว ไม่มีกิเลสเป็นความหลุดพ้น แม้ในบท
ที่เหลือก็อย่างนั้น.
บทว่า เนกฺขมฺเมน กามจฺฉนฺทโต มุจฺจตีติ วิโมกฺโข ชื่อว่า
วิโมกข์ เพราะพ้นจากกามฉันทะด้วยเนกขัมมะ คือพระโยคาวจรย่อมพ้นจาก
กามฉันทะด้วยเนกขัมมะ. เพราะเหตุนั้น เนกขัมมะนั้นจึงเป็นวิโมกข์ แม้ใน
บทที่เหลือก็อย่างนั้น.
บทว่า วิชฺชตีติ วิชฺชา เนกขัมมะชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่ามีอยู่
ความว่า เนกขัมมะชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า มีอยู่ถือเข้าไปได้โดยสภาพ.
อีกอย่างหนึ่ง เนกขัมมะชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า อันพระโยคาวจรผู้ปฏิบัติ
เพื่อรู้ความเป็นจริง ย่อมรู้สึก ย่อมรู้ความเป็นจริง.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า อันพระโยคาวจรผู้ปฏิบัติ
เพื่อได้คุณวิเศษ ย่อมรู้สึก ย่อมได้.
อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า พระโยคาวจรย่อมประสบ
ย่อมได้ภูมิที่ตนควรประสบ.