แผลงได้ต่าง ๆ. พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงถึงฤทธิ์ที่แผลงได้ต่าง ๆ นั้น
จึงแสดงฤทธิ์ที่อธิฐานได้ยินเสียงเเห่งพันโลกธาตุ อันน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
ไม่เคยมีมาก่อนว่า พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี สถิตอยู่ในพรหมโลก ทรง
เปล่งเสียงให้พันโลกธาตุทราบชัด ดังนี้.
บัดนี้ เพื่อแสดงเรื่องราวนั้น ท่านจึงกล่าวข้อความนี้. ในกัป ๓๑ ถอย
ไปจากกัปนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี จุติจากสวรรค์ชั้นดุสิตในชาติ
เป็นลำดับ อุบัติในพระครรภ์ของพระมเหสีพระนามว่า ปภาวดี ของพระเจ้า
อรุณวดี ในอรุณวดีนคร มีพระญาณแก่กล้าเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ตรัสรู้
พระสัพพัญญุตญาณ ณ โพธิมณฑลทรงประกาศธรรมจักรอันประเสริฐ ทรง
อาศัยอรุณวดีนครประทับอยู่ วันหนึ่ง ตอนเช้าตรู่ทรงชำระพระวรกายแล้ว
แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ทรงดำริว่า จักเข้าไปอรุณวดีนครเพื่อบิณฑบาต
ประทับยืน ณ ที่ใกล้ซุ้มประตูพระวิหาร ตรัสเรียกพระอัครสาวกชื่อ อภิภู
มีพระพุทธดำรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เข้าไปอรุณวดีนครเพื่อบิณฑบาตกันเถิด
เราจักเข้าไปพรหมโลกชั้นใดชั้นหนึ่ง สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สิขี
เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสเรียกอภิภูภิกษุ มีพระพุทธดำรัสว่า
ดูก่อนพราหมณ์ มาเถิดเราจะเข้าไปพรหมโลกชั้นใดชั้นหนึ่ง จนกว่าจะถึงเวลา
ฉัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อภิภูภิกษุรับพระพุทธดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระนามว่าสิขี ผู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ลำดับนั้นแล พระผู้มี
พระภาคเจ้าพระนามว่า สิขี และพระอภิภูภิกษุได้เข้าไปยังพรหมโลกชั้นใด
ชั้นหนึ่ง.