เกิดขึ้น เพราะยังถอนไม่ได้ด้วยอริยมรรค. ในที่นี้ท่านประสงค์เอาวิตกที่เกิดขึ้น
ยังถอนไม่ได้นั้น. บทว่า นาธิวาเสติ ไม่รับรองไว้ คือ ไม่ยกขึ้นสู่สันดาน
แล้วให้อยู่. บทว่า ปชหติ ย่อมละ. คือ ละด้วยตัดขาด. บทว่า วิโนเทติ
ย่อมบรรเทา คือ ย่อมซัดไป. บทว่า พฺยนฺตีกโรติ ย่อมทำให้สิ้นสุด คือ
ทำให้ปราศจากที่สุด. บทว่า อนภาวํ คเมติ ให้ถึงความไม่มีต่อไป ความว่า
ถึงอริยมรรความลำดับวิปัสสนาแล้วให้ถึงความไม่มีด้วยการตัดขาด.
วิตกประกอบด้วยกาม ชื่อว่า กามวิตก วิตกประกอบด้วยความตาย
ของผู้อื่น ชื่อว่า พยาบาทวิตก. วิตกประกอบด้วยความเบียดเบียนผู้อื่น
ชื่อว่า วิหิงสาวิตก. บทว่า ปาปเก คือ ลามก. บทว่า อกุสเล ธมฺเม
คือธรรมอันไม่เป็นความฉลาด. บทว่า นิพฺเพธิกปญฺญา ปัญญาเครื่องทำลาย
กิเลส คือ มรรคปัญญาอันเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มากด้วยความเบื่อหน่าย. บทว่า
อุพฺเพคพหุโล เป็นผู้มากด้วยความสะดุ้ง คือ เป็นผู้มากด้วยความหวาดกลัว
ภัยในเพราะญาณ. บทว่า อุตฺตาสพหุโล เป็นผู้มากไปด้วยความหวาดเสียว
คือมากไปด้วยความกลัวอย่างแรง. บทนี้ ขยายความบทก่อนนั่นเอง. บทว่า
อุกฺกณฺฐพหุโล คือเป็นผู้มากไปด้วยความเบื่อหน่าย เพราะมุ่งเฉพาะวิสังขาร
นอกเหนือไปจากสังขาร. บทว่า อนภิรติพหุโล เป็นผู้มากไปด้วยความไม่
พอใจ ท่านแสดงถึงความไม่มีความยินดียิ่งด้วยความเบื่อหน่าย. แม้บัดนี้
พระสารีบุตรเถระไขความนั้นด้วยคำทั้งสอง.
ในบทเหล่านั้น บทว่า พหิมุโข เบือนหน้าออก คือมุ่งหน้าเฉพาะ
นิพพานอันเป็นภายนอกจากสังขาร. บทว่า น รมติ ไม่ยินดี คือ ไม่ยินดียิ่ง.
บทว่า อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ ไม่เคยเบื่อหน่าย คือไม่เคยถึงที่สุดในสังสารอัน
ไม่รู้เบื้องต้นและที่สุดแล้วเบื่อหน่าย. บทว่า อปฺปทาลิตปุพฺพํ ไม่เคยทำลาย