ในบทมีอาทิว่า เนกฺขมฺเมน กามฉนฺโท สมุจฺฉินฺโน เจว สุญฺโญ
จ กามฉันทะอันเนกขัมมะตัดแล้วและสูญไป พึงทราบอรรถ ในบทนี้โดยนัย
ดังกล่าวแล้วในวิกขัมภนะ (การข่ม) นั้นแล. ท่านกล่าวถึงสมุจเฉทะ (การตัด)
โดยปริยายนี้ว่านิวรณ์ทั้งหลาย แม้ละแล้วด้วยตทังคะ และวิกขัมภนะ ก็ชื่อว่า
ตัดขาดแล้ว เพราะไม่มีความปรากฏขึ้น พึงทราบว่าท่านกล่าวด้วยสามารถให้
สำเร็จในการตัดกามฉันทะนั้น ๆ หรือด้วยสามารถเนกขัมมะอันสัมยุตด้วยมรรค
เป็นต้น.
อนึ่ง ในปฏิปัสสัทธิสูญ (สูญเพราะระงับ) และนิสสรณสูญ (สูญ
เพราะสลัดออก) พึงทราบอรรถตามนัยดังกล่าวแล้วในบทนี้นั้นแหละ. ส่วนใน
ตทังคปหานะ วิกขัมภนปหานะ และสมุจเฉทปหานะท่านกล่าวถือเอาเพียงความ
สลัดออก เพราะเพียงระงับในบทนี้. ในสุญญะ ๕ เหล่านี้ เนกขัมมะเป็นต้น
ท่านกล่าวโดยชื่อว่า วิกขัมภนสูญ ตทังคสูญ สมุจเฉทสูญ ปฏิปัสสัทธิสูญ
และนิสสรณสูญ. บทว่า อชฺฌตฺตํ คือมีในภายใน. บทว่า พหิทฺธา คือ
มีในภายนอก. บทว่า ทุภโต สุญฺญํ คือ สูญทั้งภายในและภายนอกทั้งสอง.
คำว่า โต ย่อมมีแม้ในปัจจัตตะ (ปฐมาวิภัตติ) เป็นต้น.
อายตนะภายใน ๖ เป็นต้น เป็นส่วนเสมอกันโดยความเป็นอายตนะ
ภายใน ๖ เป็นต้น เป็นส่วนไม่เสมอกันด้วยอายตนะทั้งหลายอื่น. อนึ่ง ใน
บทมีอาทิว่า วิญฺญาณกายา ด้วยหมวดวิญญาณในที่นี้ท่านกล่าวถึงวิญญาณ
เป็นต้นด้วยคำว่า กายะ. ใน เนกฺขมฺเมสนา (การแสวงหาเนกขัมมะ)
เป็นต้น พึงทราบความดังต่อไปนี้. ชื่อว่า เอสนา เพราะอันวิญญูชนทั้งหลาย
ผู้มีความต้องการเนกขัมมะนั้นย่อมแสวงหาเนกขัมมะนั่นแหละ.
อีกอย่างหนึ่ง แม้การแสวงหาเนกขัมมะเป็นต้น ในส่วนเบื้องต้นก็
สูญไปจากกามฉันทะเป็นต้น. ท่านอธิบายว่า แม้เนกขัมมะเป็นต้น ก็ไม่ต้อง