หนึ่ง เทวดาสืบต่อของเทวดาทั้งหลาย ชื่อว่า ยังไม่ถึงจักรวาลบรรพตไม่มี.
ชื่อว่า ยามา เพราะไป ไปถึง ถึงพร้อมซึ่งสุขอันเป็นทิพย์. ชื่อว่า ตุสิตา
เพราะยินดีร่าเริง. ชื่อว่า นิมมานรตี เพราะนิรมิตยินดีสมบัติ ตามความ
ชอบใจในเวลาใคร่จะยินดีโดยส่วนพิเศษจากที่ตกแต่งไว้ตามปกติ. ชื่อว่า ปร-
นิมมิตวสวัตดี เพราะเมื่อผู้อื่นรู้วารจิตแล้วนิรมิตสมบัติให้ย่อมเป็นไปสู่อำนาจ.
ชื่อว่า พฺรหฺมกายิกา เพราะนับเนื่องในพรหมกาย. แม้พรหมกายิกาทั้งหมด
ท่านหมายถึงพรหมที่มีขันธ์ ๕ ด้วย.
ท่านกล่าวว่า เตน มุหุตฺเตน โดยครู่เดียว ท่านกล่าวให้แปลก
กับคำว่า เตน ขเณน โดยขณะนั้น โดยขณะก็ได้แก่ครู่ ท่านอธิบายว่า
มิใช่โดยขณะทางปรมัตถ์. บทว่า ยาว พฺรหฺมโลกา ตลอดพรหมโลก คือ
ทำพรหมโลกให้มีที่สุด. บทว่า สทฺโท คือเสียงสาธุการ. บทว่า ทสสหสฺสี
คือ มีหมื่นจักรวาล. บทว่า สงฺกมฺปิ หวั่นไหว คือ สะเทือนสะท้านหวั่นไหว
ในรูปข้างบนด้วยดี. บทว่า สมฺปกมฺปิ หวั่นไหวด้วยดี คือ สะเทือนสะท้าน
หวั่นไหวขึ้นข้างบน ลงเบื้องล่างด้วยดี. บทว่า สมฺปเวธิ สั่นสะเทือน คือ
สั่นสะเทือนไปทั่ว ๔ ทิศด้วยดี.
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงหยั่งลงสู่พระครรภ์พระมารดา เพื่อความเป็น
พระสัมพุทธเจ้าและเมื่อประสูติจากพระครรภ์พระมารดานั้น มหาปฐพีได้หวั่น
ไหวด้วยเดชแห่งบุญ ในคราวตรัสรู้ได้หวั่นไหวด้วยเดชแห่งญาณคือการแทง
ตลอด ในคราวประกาศพระธรรมจักร แผ่นดินได้หวั่นไหวดุจให้สาธุการด้วย
เดชแห่งญาณคือ เทศนา ได้หวั่นไหวด้วยเทวตานุภาพในคราวทรงปลงอายุสัง-
ขารและในคราวมหาปรินิพพาน แผ่นดินดุจไม่อดกลั้นความตื่นเต้นได้ด้วยความ
กรุณาได้หวั่นไหวด้วยเทวตานุภาพ. บทว่า อปฺปมาโณ หาประมาณมิได้ คือ