๔. ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นพึงแสดงธรรมแก่หม่อมฉัน นี้
เป็นความปรารถนาของหม่อมฉันประการที่ ๔ บัดนี้ความปรารถนานั้น ของ
หม่อมฉันสำเร็จแล้ว พระพุทธเจ้าข้า.
๕. ขอหม่อมฉัน พึงรู้ตัวถึงธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
นี้เป็นความปรารถนาของหม่อนฉันประการที่ ๕ บัดนี้ ความปรารถนานั้น
ของหม่อมฉันสำเร็จแล้ว พระพุทธเจ้าข้า.
พระพุทธเจ้าข้า ครั้งก่อนหม่อมฉันยังเป็นราชกุมาร ได้มีความ
ปรารถนา ๕ อย่างนี้ บัดนี้ความปรารถนา ๕ อย่างนั้น ของหม่อมฉันสำเร็จแล้ว
ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก. ภาษิตของพระองค์ไพเราะนัก พระพุทธเจ้าข้า
พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายอย่างนี้ เปรียบเหมือนบุคคลหงาย
ของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วย
ตั้งใจว่า คนมีจักษุจักเห็นรูป ดังนี้ หม่อมฉันนี้ ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า
พระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอพระองค์จงทรงจำหม่อมฉัน
ว่า เป็นอุบายสกผู้มอบชีวิตถึงสรณะ จำเติมแต่วันนี้เป็นต้นไป และขอพระผู้-
มีพระภาคเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จงทรงรับภัตตาหารของหม่อมฉัน ในวันพรุ่ง
นี้ .
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับด้วยดุษณีภาพ ครั้นพระเจ้าพิมพิสารจอม-
เสนามาคธราชทรงทราบการรับนิมนต์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วเสด็จลุกจาก
ทีประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทำประทักษิณแล้วเสด็จกลับไป.
[๖๐] หลังจากนั้น พระเจ้าพิมพิสารจอมเสนามาคธราช รับสั่งให้ตก.
แต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีตโดยผ่านราตรีนั้น แล้วให้เจ้าพนักงานไปกราบ
ทูลภัตกาลแด่พระผู้มีพระเจ้าว่า ถึงเวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหารเสร็จ