บทว่า อุสฺมา ได้แก่ เตโชธาตุ. บทว่า วิญฺญาณํ ได้แก่ ปฏิสนธิวิญญาณ
จริงอยู่ ชื่อว่า ชีวิตสังขาร เพราะอายุ ไออุ่น และวิญญาณเหล่านี้ย่อม
ปรุงชีวิตสังขาร คือให้เป็นไปยิ่ง ๆ ขึ้น.
บทว่า สหชาตปจฺจยา โหนฺติ เป็นสหชาตปัจจัย พึงทราบว่า
อรูปชีวิตินทรีย์และปฏิสนธิวิญญาณเป็นอัญญมัญญปัจจัยและสหชาตปัจจัยของ
ขันธ์อันสัมปยุตกันเเละหทัยรูป เตโชธาตุเป็นอัญญมัญญปัจจัยและสหชาตปัจจัย
ของมหาภูตรูป ๓ และเป็นสหชาตปัจจัยของอุปาทารูป รูปชีวิตินทรีย์เป็นสห-
ชาตปัจจัยโดยปริยายของสหชาตรูป.
บทว่า อญฺญมญฺญปจฺจยา โหนฺติ นิสฺสยปจฺจยา โหนฺติ เป็น
อัญญมัญญปัจจัย เป็นนิสสยปัจจัย คือ อรูปชีวิตินทรีย์และปฏิสนธิวิญญาณ
ทั้ง ๒ เป็นอัญญมัญญปัจจัยของขันธ์อันสัมปยุตกัน. พึงทราบประกอบโดยนัยที่
ท่านกล่าวไว้ว่า อญฺญมญฺญนิสฺสยปจฺจยา โหนฺติ เป็นอัญญมัญญปัจจัย
และนิสสยปัจจัย.
บทว่า วิปฺปยุตฺตปจฺจยา โหนฺติ เป็นวิปปยุตตปัจจัย คือ อรูป-
ชีวิตินทรีย์และปฏิสนธิวิญญาณย่อมเป็นวิปปยุตตปัจจัยของปฏิสนธิรูป. ส่วน
รูปชีวิตินทรีย์ไม่เหมาะในความเป็นอัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัยและวิปปยุตต-
ปัจจัย เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวด้วยอำนาจตามที่มีได้ว่า ตโย ชีวิตสงฺขารา
เครื่องปรุงชีวิต ๓ ดังนี้. พึงประกอบนามและรูปในความเป็นปัจจัย ๔ โดยนัย
ดังกล่าวแล้วนั่นแล.
บทว่า จุทฺทส ธมฺมา คือธรรม ๑๔ ประการ โดยจำนวนอย่างนี้คือ
ขันธ์ ๕ มหาภูตรูป ๔ ชีวิตสังขาร ๓ นาม ๑ รูป ๑. ความเป็นปัจจัยมีสห-
ชาตปัจจัยเป็นต้นของธรรมเหล่านั้น และธรรมอื่นข้างหน้ามีนัยดังกล่าวแล้ว.