พระทัยแล้ว เสด็จไปอุตตรกุรุทวีป ทรงนำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีปนั้น
แล้วเสวยที่ริมสระอโนดาต ประทับกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ ครั้นล่วงราตรี
นั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นถึงแล้วได้ทูลคำนี้
ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ถึงเวลาแล้ว มหาสมณะภัตตาหารเสร็จแล้ว เพราะ
เหตุไรหนอ วานนี้ท่านจึงไม่มา เป็นความจริง พวกข้าพเจ้าระลึกถึงท่านว่า
เพราะเหตุไรหนอ พระมหาสมณะจึงไม่มา แต่ส่วนแห่งขาทนียาหาร ข้าพเจ้า
ได้จัดไว้เพื่อท่าน.
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสย้อนถามว่า ดูก่อนกัสสป ท่านได้ดำริอย่างนี้
มิใช่หรือว่า บัดนี้เราได้เตรียมการบูชายัญเป็นการใหญ่ และประชาชนชาว
อังคะและมคธทั้งสิ้นได้นำของเคี้ยวและของบริโภคเป็นอันมากบ่ายหน้ามุ่งมาหา
ถ้าพระมหาสมณะจักทำอิทธิปาฏิหาริย์ ในหมู่มหาชน ลาภสักการะจักเจริญยิ่ง
แก่พระมหาสมณะลาภสักการะของเราจักเสื่อม โอ ทำไฉน วันพรุ่งนี้ พระ-
มหาสมณะจึงจะไม่มาฉัน ดูก่อนกัสสป เรานั้นแลทราบความปริวิตกแห่งจิต
ของท่านด้วยใจของเรา จึงไปอุตตรกุรุทวีป นำบิณฑบาตมาจากอุตตรกุรุทวีป
นั้น มาฉันที่ริมสระอโนดาตแล้ว ได้พักกลางวันอยู่ ณ ที่นั้นแหละ.
ทีนั้น ชฎิลอุรุเวลกัสสปได้ดำริว่า พระมหาสมณะมีฤทธิ์มาก มี
อานุภาพมากแท้ จึงได้ทราบความคิดนึกแม้ด้วยใจได้ แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์
เหมือนเราแน่.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเสวยภัตตาหารของชฎิลอุรุเวลกัสสป แล้ว
ประทับอยู่ ณ ไพรสณฑ์ตำบลนั้นแล.
ปาฏิหาริย์ที่ ๕ จบ