มิจฉาทิฏฐิ เป็นเหตุแห่งทิฏฐิทั้งหลาย เพราะความเกิดแห่งทิฏฐิด้วยการฟัง
ธรรมที่กล่าวไม่ดีและเพราะบาลีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๒ อย่าง ปัจจัย
๒ อย่าง เหล่านี้คือเสียงแต่ที่อื่น และอโยนิโสมนสิการย่อมเป็นไปเพื่อให้เกิด
มิจฉาทิฏฐิ.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะไขความแห่งบทว่า ทิฏฺฐิฏฺฐานํ ที่
ตั้งแห่งทิฏฐิ จึงกล่าวคำมีอาทิว่าขันธ์ทั้งหลายเป็นเหตุ เป็นปัจจัยดังนี้. อธิบายว่า
ขันธ์ทั้งหลายเท่านั้นเป็นเหตุเกิดและเป็นปัจจัยอุปถัมภ์เพราะอาศัยทิฏฐิทั้งหลาย.
บทว่า สมุฏฺฐานตฺเถน (เพราะอรรถว่าตั้งขึ้น) ความว่า ชื่อว่า
สมุฏฐาน เพราะเป็นเหตุตั้งขึ้น คือ เกิดขึ้น. อธิบายว่า เป็นเหตุ เพราะ
อรรถว่าตั้งขึ้นนั้น คือเพราะความเป็นเหตุแห่งทิฏฐิ.
บัดนี้ พระสารีบุตรเถระ เมื่อจะแสดงถึงประเภทของทิฏฐิโดย
ประเภทแห่งกิจ จึงกล่าวคำเป็นอาทิว่า กตมานิ อฏฺฐารส ทิฏฺฐิปริยุฏฺ-
ฐานานิ ความกลุ้มรุมแห่งทิฏฐิ ๑๘ เป็นไฉน.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยา ทิฏฺฐิ เป็นบทต้นเหตุอันทั่วไปแก่บท
ทั้งหลาย ๑๘ บทซึ่งจะกล่าวในบัดนี้. พึงทำการเชื่อมด้วยบททั้งปวงว่า ทิฏฐิ
คือ ทิฏฐิคตะ ทิฏฐิรกชัฏ เป็นต้น. ชื่อว่าทิฏฐิ เพราะอรรถว่าไม่เห็นตามความ
เป็นจริง. การเห็นไปในทิฏฐิทั้งหลายนั้นนั่นแล ชื่อว่าทิฏฐิคตะ เพราะหยั่งลง
ภายในทิฏฐิ ๖๒. ท่านกล่าวความแห่งทิฏฐิคตะนั่นแล้วแม้ในหนหลัง แม้เพราะ
ที่สุดสองอย่างไปโดยส่วนเดียวก็เป็นทิฏฐิคตะ.
ทิฏฐินั้นชื่อว่า ทิฏฐิรกชัฏ เพราะอรรถว่าก้าวไปได้ยาก ดุจรกด้วย
หญ้า ป่าและภูเขา. ชื่อว่าทิฏฐิกันดาร เพราะอรรถว่า มีความรังเกียจ และ
มีภัยเฉพาะหน้า ดุจกันดารเพราะโจร เพราะสัตว์ร้าย เพราะไม่มีน้ำ เพราะ