อีกอย่างหนึ่ง บทว่า น โส ชาโต นาโหสิ คือ อัตตานั้น
ไม่เกิด มิได้มีแล้วแม้ในอดีต เพราะเกิดทุกเมื่อ. แม้ในอนาคตไม่เกิด
จักไม่มี. อนุสัยทั้งหลายมีอรรถดังได้กล่าวแล้ว.
บทว่า สตฺตหิ สญฺโญชเนหิ - ถูกสังโยชน์ ๗ คล้องไว้ ท่าน
กล่าวไว้แล้วในสัตตกนิบาต. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์ ๗ เหล่านี้.
สังโยชน์ ๗ เป็นไฉน ? อนุนยสังโยขน์ ๑ ปฏิฆ-
สังโยชน์ ๑ ทิฏฐิสังโยชน์ ๑ วิจิกิจฉาสังโยชน์
มานสังโยชน์ ๑ ภวราคสังโยชน์ ๑ อวิชชาสัง-
โยชน์ ๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังโยชน์ ๗
เหล่านี้แล.๑
ในบทเหล่านั้น บทว่า อนุนยสญฺโญชนํ ได้แก่ กามราค-
สังโยชน์. สังโยชน์เหล่านี้ทั้งหมดเรียกว่า สัญโญชน์ เพราะเป็นกิเลส
เครื่องผูก.
บทว่า สตฺตหิ มาเนหิ โลกสันนิวาสฟูขึ้นเพราะมานะ ๗
ท่านกล่าวไว้แล้วในขุททกวัตถุวิภังค์. จริงอยู่ ในวิภังค์นั้นพระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
๑. องฺ. สตฺตก. ๒๓/๘.