บทว่า ปสฺสนฺตานํ - ทรงพิจารณาเห็นอยู่ คือ ทรงตรวจตรา
อยู่ ด้วยญาณจักษุและด้วยพุทธจักษุ.
บทว่า โอกฺกมติ - ทรงแผ่ คือ ทรงหยั่งลง ทรงเข้าไป.
บทว่า อาทิตฺโต คือ อันไฟติดโชนแล้ว ด้วยสภาพความ
เร่าร้อนจากการถูกเบียดเบียนด้วยทุกขลักษณะ. พึงทราบว่า ท่าน
กล่าวว่า อาทิตฺโต ด้วยสามารถทุกขลักษณะแห่งสังขธรรมทั้งปวง
เพราะพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ยทนิจฺจํ ตํ ทุกขํ๑- สิ่งใดไม่
เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ และด้วยสามารถทุกขลักษณะครั้งแรก เพราะ
ถูกทุกข์บีบคั้น และเพราะพระกรุณาเป็นรากฐาน. จักกล่าวความเป็น
ของร้อนด้วยราคะเป็นต้นข้างหน้า.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อาทิตฺโต คือ ร้อนด้วยราคะเป็นต้น
นั่นแหละ, ส่วนข้างหน้า พึงทราบว่า ท่านกล่าวอีกด้วยสามารถการ
เพ่งเล็งถึงอรรถว่าไม่มีอะไร ๆ อื่นดับความร้อนคือราคะนั้นได้.
บทว่า โลกสนฺนิวาโส - โลกสันนิวาส ได้แก่ เบญจขันธ์
ชื่อว่า โลก ด้วยอรรถว่าสลายไป. ชื่อว่า สันนิวาส เพราะเป็นที่
อาศัยของสัตว์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจตัณหาและทิฏฐิ. ที่อาศัยคือโลกนั่น
แหละ. ชื่อว่า โลกสันนิวาส. แม้หมู่สัตว์ก็ชื่อว่า โลกสันนิวาส เพราะ
๑. สํ. ขนฺธ. ๑๗/๔๒.