ในบทมีอาทิว่า กามราคานุสโย มีความดังต่อไปนี้ ชื่อว่า
กามราคานุสัย เพราะกามราคะนั้นเป็นอนุสัยโดยสภาพที่ละไม่ได้.
แม้ในบทที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน. อนึ่ง กามราคานุสัย ในที่นี้
เป็นโลภะเกิดขึ้นด้วยสามารถอารมณ์ในกามาวจรธรรมที่เหลือ น่าพอ
ใจด้วยเกิดร่วมกันในจิตสหรคตด้วยโลภะและด้วยอารมณ์.
อนึ่ง ปฏิฆานุสัย เป็นโทสะเกิดขึ้น ด้วยสามารถแห่งธรรมที่
เกิดร่วมกันในจิตที่สหรคต ด้วยโทมนัส ด้วยอำนาจอารมณ์ และด้วย
สามารถแห่งอารมณ์ในธรรมเป็นกามาวจรที่เหลืออันไม่น่าพอใจ.
มานานุสัย เป็นมานะเกิดขึ้น ด้วยสามารถเกิดร่วมกันในจิต
สหรคต ด้วยโลภะอันปราศจากทิฏฐิ ด้วยอำนาจอารมณ์ และอำนาจ
อารมณ์ในธรรมเป็นกามาวจรที่เหลือ และในธรรมเป็นรูปาวจรอรูปา-
วจรอันเว้นทุกขเวทนา.
ทิฎฐานุสัย เกิดในจิตสัมปยุต ด้วยทิฏฐิ ๔.
วิจิกิจฉานุสัย เกิดในจิตสหรคต ด้วยวิจิกิจฉา.
อวิชชานุสัย เกิดด้วยสามารถแห่งสหชาตธรรมในอกุศลจิต ๑๒
ด้วยอำนาจอารมณ์ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา โมหะ แม้ ๓ อย่างเกิดขึ้น ด้วย
สามารถอารมณ์ในเตภูมิกธรรมที่เหลือนั่นแหละ.
ภวราคานุสัย แม้เกิดในจิตปราศจากทิฏฐิ ๔ ท่านก็ไม่กล่าว