ผล เพราะมรรคเป็นกุศล เป็นนิยยานิกะ และเป็นอปจยคามี. บท
มีอาทิว่า อิติ เป็นบทสรูป มีประการดังกล่าวแล้ว.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อฏฺฐฏฺฐกานิ - อินทรีย์ ๘ หมวด คือ
หมวด ๘ แห่งอินทรีย์ อย่างละ ๘ ด้วยสามารถหมวด ๘ หมวด
หนึ่ง ๆ ในมรรคและผล ๘.
บทว่า จตุสฏฺฐี โหนฺติ คือ รวมเป็นอาการ ๖๔.
บทมีอาทิว่า อาสวา มีความดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ.
ในที่นี้ พึงทราบว่า ท่านมิได้กล่าวถึงอาสวะอันทำลายด้วย
อรหัตมรรคเท่านั้น กล่าวถึงการทำลายด้วยมรรค ๓ หมวดที่เหลือ โดย
เพียงเป็นคำกล่าวธรรมดาถึงความสิ้นอาสวะ. เพราะท่านกล่าวถึงอรหัต-
มรรคญาณว่า ขเย ญาณํ - ญาณในความสิ้นไป เพราะสิ้นอาสวะไม่
มีอาสวะไร ๆ เหลือเลย. ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า พระอรหันต์ขีณาสพ
ด้วยประการฉะนี้.
จบ อรรถกถาอาสวักขยญาณนิทเทส
สัจญาณจตุกทวยนิทเทส
[๒๖๔] ปัญญาในอรรถว่าเป็นสิ่งควรกำหนดรู้ เป็นทุกขญาณ
ปัญญาในอรรถว่าเป็นสิ่งควรละ เป็นสมุทยญาณ ปัญญาในอรรถว่า