มีอาทิว่า อิทฺธิ สมิทฺธิ พึงทราบว่า ท่านกล่าวถึงธรรมโดยอาการ
คือ ความสำเร็จ.
บทว่า ภาเวติ - ย่อมเจริญ คือ ย่อมเสพ. แม้ในบทนี้ การ
เจริญอิทธิบาทเป็นโลกิยะ ดุจในสุตตันตภาชนีย์๑ เพราะฉะนั้น
พระโยคาวจรผู้ประสงค์จะยังอิทธิบาทให้สมบูรณ์ก่อนเจริญอิทธิบาท อัน
เป็นโลกิยะ เป็นผู้เข้าสมาบัติ ๘ ถึงความชำนาญบรรลุแล้วในกสิณ ๘
มีปฐวีกสิณเป็นต้น ฝึกจิตโดยอาการ ๑ เหล่านี้ คือ โดยอนุโลม
กสิณ ๑ โดยปฏิโลมกสิณ ๑ โดยอนุโลมและปฏิโลมกสิณ ๑, โดย
อนุโลมฌาน ๑ โดยปฏิโลมฌาน ๑ โดยอนุโลมปฏิโลมฌาน ๑, โดย
ก้าวไปสู่ฌาน ๑ โดยก้าวไปสู่กสิณ ๑ โดยก้าวไปสู่ฌานและกสิณ ๑,
โดยเคลื่อนไปสู่องค์ ๑ โดยเคลื่อนไปสู่อารมณ์ โดยเคลื่อนไปสู่
องค์และอารมณ์ ๑, โดยกำหนดองค์ ๑ โดยกำหนดอารมณ์ ๑
แล้วจึงเข้าฌานบ่อย ๆ ด้วยสามารถฉันทะ วีริยะ จิตตะ วีมังสาเป็น
ประธาน. อาจารย์บางพวกปรารถนา แม้การกำหนดองค์และอารมณ์.
ผู้ถึงพร้อมด้วยเหตุเบื้องต้น สะสมความชำนาญในเหตุเพียงฌาน ๔
หมวด ในกสิณทั้งหลายกระทำ ย่อมสมควร เพราะเหตุนั้น พระ-
โยคาวจรเจริญอิทธิบาทสมาธินั้น ๆ ย่อมอธิฏฐานวีริยะ ๔ ประการ
มีอาทิว่า เพื่อมิให้เกิดอกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิด ให้เกิดขึ้น๒ ครั้น
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๕๑๘. ๒. ภิ. วิ. ๓๕/๕๐๙.