บทว่า ตปฺปจฺจยา คือ ความสงบแห่งฉันทะนั้น มีวิตกสัญญา
ไม่สงบเป็นปัจจัย ชื่อว่า ตปฺปจฺจโย. เพราะฉะนั้น ชื่อว่า ตปฺปจฺจยา
เพราะวิตกและสัญญานั้น เป็นธรรมไม่สงบเป็นปัจจัย. เวทนานั้น เป็น
เวทนา ในปฐมฌาน. หากว่า ฉันทะและวิตกเป็นธรรมสงบ สัญญา
เป็นธรรมไม่สงบ.
บทว่า ตปฺปจฺจยา คือ ความสงบแห่งฉันทะและวิตกนั้น
มีสัญญาไม่สงบเป็นปัจจัย ชื่อว่า ตปฺปจฺจโย. เพราะฉะนั้น ชื่อว่า
ตปฺปจฺจยา เพราะสัญญาเป็นธรรมไม่สงบเป็นปัจจัย. เวทนานั้น เป็น
เวทนาในทุติยฌาน. หากว่า ฉันทะ วิตกและสัญญาเป็นธรรมสงบ.
บทว่า ตปฺปจฺจยา คือ ฉันทะ วิตก สัญญา เป็นธรรมสงบ
เป็นปัจจัย ชื่อว่า ตปฺปจฺจโย. เพราะฉะนั้น ชื่อว่า ตปฺปจฺจยา
เพราะฉันทะ วิตกและสัญญานั้น เป็นธรรมสงบเป็นปัจจัย เวทนา
นั้น เป็นเวทนาในเนวสัญญานาสัญญายตนะแท้. แต่อาจารย์บางพวก
พรรณนาไว้อย่างนี้ว่า " ความพอใจธรรมในส่วนเบื้องต้นด้วยคิดว่า เรา
จักบรรลุถึงอัปปนา ดังนี้ ชื่อว่า ฉันทะ ความพอใจของผู้บรรลุอัปปนา
เป็นความสงบ. วิตกย่อมมีในปฐมฌาน วิตกของผู้บรรลุทุติยฌานเป็น
อันสงบ. สัญญาย่อมมีในสมาบัติ ๗. สัญญาของผู้เข้าถึงเนวสัญญานา-
สัญญายตนะ และเข้าถึงนิโรธเป็นอันสงบไป " ดังนี้ แต่ในที่นี้ นิโรธ-
สมาบัติย่อมไม่ประกอบ.