อีกอย่างหนึ่ง เพราะน้อมไปสู่นิโรธ ญาณละความเกิดตั้งสติไว้
ในความดับ, ภังคานุปัสนาญาณย่อมเกิดขึ้นในที่นี้. บัดนี้ พึงทราบ
วินิจฉัยในนิทเทสแห่งญาณนั้น บทว่า รูปารมฺมณตา จิตฺตํ อุปฺ-
ปชฺชิตฺวา ภิชฺชติ ได้แก่ จิตมีรูปเป็นอารมณ์เกิดขึ้นแล้วดับไป. อีก
อย่างหนึ่ง อธิบายว่า จิตเกิดขึ้นในความมีรูปเป็นอารมณ์แล้วดับไป.
บทว่า ตํ อารมฺมณํ ปฏิสงฺขา - พิจารณาเห็นอารมณ์นั้น
ความว่า รู้อารมณ์นั้นด้วยการพิจารณา. เห็นโดยความสิ้นไป โดย
ความเสื่อมไป.
บทว่า ตสฺส จิตฺตสฺส ภงฺคํ อนุปสฺสติ - ย่อมพิจารณาเห็น
ความดับแห่งจิตนั้น ความว่า รูปอารมณ์นั้น อันจิตใดเห็นโดยความ
สิ้นไปและโดยความเสื่อมไป, พระโยคาวจรย่อมพิจารณาเห็นความดับ
แห่งจิตนั้น ด้วยจิตดวงอื่น. ด้วยเหตุนั้น พระโบราณาจารย์จึงกล่าว
ไว้ว่า ญาตญฺจ ญาณญฺจ อุโภ วิปสฺสติ - พระโยคาวจรย่อมพิจารณา
เห็นทั้งสองอย่าง คือจิตที่รู้แล้ว และญาณ.
อนึ่ง ในบทว่า จิตฺตํ นี้ ท่านประสงค์เอา สัมปยุตจิต.
บทว่า อนุปสฺสติ - ย่อมพิจารณาเห็น ความว่า ย่อมเห็นตาม ๆ
ไป, คือ เห็นบ่อย ๆ ด้วยอาการไม่น้อย. ด้วยเหตุนั้น พระสารีบุตร
จึงกล่าวว่า อนุปสฺสตีติ กถํ อนุปสฺสติ, อนิจฺจโต อนุปสฺสติ เป็น
อาทิ - ย่อมพิจารณาเห็นอย่างไร ชื่อว่า พิจารณาเห็น ย่อมพิจารณา
เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยง.