ธุวสุภสุขตฺตสุญฺญํ ปุริมทฺวยมตฺตสุญฺญมมตํ ปทํ
ธุวสุตฺตวิรหิโต มคฺโค อิติ สุญฺญตา เตสุ.
ความว่างในสัจจะ ๔ เหล่านั้น พึงทราบ
อย่างนี้ว่า สัจจะ ๒ บทแรกคือทุกข์สมุทัย ว่าง
จากความเที่ยง ความงาม ความสุข และอัตตา
อมตบท คือพระนิพพาน ว่างจากอัตตา มรรค
ว่างจากความยั่งยืน ความสุข และอัตตา ดังนี้.
อีกอย่างหนึ่ง สัจจะ ๓ อย่างสูญจากนิโรธ, และนิโรธก็สูญ
จากสัจจะ ๓ อย่างที่เหลือ. อีกอย่างหนึ่ง ในสัจจะ ๔ เหล่านี้ เหตุสูญ
จากผล เพราะไม่มีทุกข์ในสมุทัย, และไม่มีนิโรธในมรรค, เหตุไม่
ร่วมครรภ์กับผล ดุจปกติของลัทธิทั้งหลาย มีปกติวาทีเป็นต้น อนึ่ง
ผลก็สูญจากเหตุ เพราะทุกข์สมุทัย และนิโรธมรรคไม่ได้เสมอกัน,
ผลนั้นมิได้เป็นอย่างเดียวกับเหตุ แต่เป็นเหตุเป็นผล ดุจสองอณูของ
ลัทธิทั้งหลายมีสมวายวาทีเป็นต้น. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า
ตยมิธ นิโรธสุญฺญํ ตเยน เตนาปิ นิพฺพุตี สุญฺญา
สุญฺโญ ผเลน เหตุ ผลมฺปิ ตํเหตุนา สุญญํ.
ในที่นี้สัจจะ ๓ อย่าง สูญจากนิโรธ นิโรธ
ก็สูญจากสัจจะ ๓ อย่างแม้นั้น สัจจะที่เป็นเหตุ