อนึ่ง ในอธิการนี้พระสารีบุตรกล่าวว่า
อุเบกขา ๑๐ โดยพิสดาร คือ มัชฌัตตุเบกขา
พรหมวิหารุเบกขา โพชฌังคุเบกขา ฉฬังคุเบกขา
ฌานุเบกขา ปาริสุทธุเบกขา วิปัสสนุเบกขา
สังขารุเบกขา เวทนุเบกขา และวิริยุเบกขา, จาก
นั้นมีมัชฌัตตุเบกขาเป็นต้น ๖ จากปัญญุเบกขา
อย่างละ ๒ รวมเป็น ๔.
ในอุเบกขาเหล่านั้น ในที่นี้ท่านประสงค์เอาฌานุเบกขา. ฌานุ-
เบกขานั้นมีลักษณะเป็นกลาง. ในอธิการนี้พระสารีบุตรกล่าวว่า อุเบก-
ขานี้โดยอรรถย่อมเป็นตัตรมัชฌัตตุเบกขามิใช่หรือ. อนึ่ง อุเบกขานั้น
อยู่แม้ในปฐมฌานและทุติยฌาน. เพราะเหตุนั้นแม้ในฌานนั้นก็ควร
กล่าวถึงอุเบกขาอย่างนี้ว่า อุเปกฺขโก จ วิหรติ, เพราะเหตุไรท่าน
จึงไม่กล่าวถึงอุเบกขานั้นเล่า ? เพราะความไม่เฉียบแหลมเป็นกิจ. กิจ
ในฌานเป็นของภิกษุนั้นชื่อว่า ความไม่เฉียบแหลม เพราะถูกวิตก
เป็นนั้น ครอบงำ, แต่ในอธิการนี้ อุเบกขานี้ มีความเฉียบแหลมเป็น
กิจ เพราะไม่ถูกวิตก วิจาร ปีติครอบงำ ดุจเงยศีรษะขึ้น, เพราะฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวไว้.