วัย. อนึ่งใน ๓ วัย คนมีอายุ ๑๐๐ ปี ในวัยหนึ่ง ๆ มีอายุ ๓๓ ปี
๔ เดือน.
๗๒ - ๗๖] พึงทราบวินิจฉัยในตติยภาวนาจตุกะ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ อนติวตฺตนฏฺเฐน-ภาวนาด้วย
อรรถว่าไม่ก้าวล่วงกันและกัน แห่งธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นในภาวนานั้น
คือ ด้วยความไม่ก้าวล่วงกันและกัน แห่งธรรมคู่กัน ได้แก่ สมาธิ
และปัญญาที่เกิดขึ้นในภาวนาวิเศษ มีเนกขัมมะเป็นต้นนั้น.
บทว่า อินฺทฺริยานํ เอกรสฏฺเฐน - ภาวนาด้วยอรรถว่าอินทรีย์
ทั้งหลายมีรสอย่างเดียวกัน คือ ด้วยความที่อินทรีย์ทั้งหลายมีศรัทธา
เป็นต้นมีรสอย่างเดียวกัน ด้วยวิมุตติรสเพราะพ้นจากกิเลสต่าง ๆ.
บทว่า ตทุปควีริยวาหนฏฺเฐน - ภาวนาด้วยอรรถว่า นำไปซึ่ง
ความเพียรอันเข้าถึงธรรมนั้น ๆ คือ ด้วยการนำไปซึ่งความเพียรอัน
สมควรแก่ความที่ธรรมนั้น มีรสเป็นอันเดียวกันไม่ก้าวล่วงกัน.
บทว่า อาเสวนฏฺเฐน - ภาวนาด้วยอรรถว่า เสพเป็นอันมาก
คือ ด้วยการเสพเป็นอันมากของการเสพที่เป็นไปในสมัยนั้น ๆ.
บทว่า รูปสญฺญํ ได้แก่ รูปสัญญา กล่าวคือ รูปาวจรฌาน
๑๕ อย่าง ด้วยอำนาจกุศลวิบากกิริยา. แม้รูปาวจรฌานท่านก็กล่าวว่า
รูป ในบทมีอาทิว่า รูปี รูปานิ ปสฺสติ - ผู้มีรูปย่อมเห็นรูป,๑ แม้
๑. ที. มหา. ๑๐/๑๐๑.