[๗๖]ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก อย่างไร ?
เมื่อพระโยคาวจรละกามฉันทะ ย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งเนก-
ขัมมะ เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก เมื่อ
ละพยาบาทย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งความไม่พยาบาท ฯลฯ เมื่อละกิเลส
ทั้งปวง ย่อมเสพเป็นอันมากซึ่งอรหัตมรรค เพราะฉะนั้น ชื่อว่าภาวนา
ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก ชื่อว่าภาวนา ด้วยอรรถว่าเสพเป็นอันมาก
อย่างนี้ ภาวนา ๙ ประการนี้.
พระโยคาวจรพิจารณาเห็นรูป ชื่อว่าเจริญภาวนา พิจารณา
เห็นเวทนา . . . พิจารณาเห็นสัญญา. . . พิจารณาเห็นสังขาร . . .พิจารณา
เห็นวิญญาณ . . .พิจารณาเห็นจักษุ ฯลฯ พิจารณาเห็นชราและมรณะ
. . . พิจารณาเห็นนิพพานอันหยั่งลงในอมตะด้วยอรรถว่าเป็นที่ ชื่อว่า
เจริญภาวนา ธรรมใด ๆ เป็นธรรมอันเจริญแล้ว ธรรมนั้น ๆ ย่อมมี
กิจเป็นอย่าเดียวกัน ชื่อว่าญาณ ด้วยอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ๆ ชื่อว่า
ปัญญา ด้วยอรรถว่ารู้ชัด เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาความ
ทรงจำธรรมที่ได้สดับมาแล้ว คือ เครื่องรู้ชัดซึ่งธรรมที่ได้สดับมาแล้ว
ว่า ธรรมเหล่านี้ควรเจริญ ชื่อว่าสุตมยญาณ.
จบ จตุตถภาณวาร