พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 285 (เล่ม 68)

ชื่อว่า สมฺมาอาชีโว เพราะเป็นอยู่ชอบ หรือเป็นอยู่ด้วยอาชีพ
นั้นชอบ, หรืออาชีพประเสริฐดี. บทนี้เป็นชื่อของการเว้นจากมิจฉาชีพ
บทว่า โวทานฏฺโฐ สภาพที่ผ่องแผ้ว ได้แก่ สภาพที่บริสุทธิ์.
ชื่อว่า สมฺมาวายาโม เพราะพยายามชอบ หรือพยายาม,
หรือพยายามชอบด้วยความพยายามนั้น, หรือพยายามประเสริฐดี.
ชื่อว่า สมฺมาสติ เพราะระลึกชอบ, หรือระลึกด้วยสตินั้น
ชอบ, หรือระลึกประเสริฐดี.
ชื่อว่า สมฺมาสมาธิ เพราะตั้งใจชอบ, หรือตั้งใจชอบด้วยสมาธิ
นั้น, หรือตั้งใจประเสริฐดี.
๓๖] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๑๐ ข้อ มี อินทรีย์
เป็นต้น ทำให้เป็นหมวดหมู่ตามลำดับ.
บทว่า อาธิปเตยฺยฏฺโฐ - สภาพที่เป็นใหญ่ ได้แก่ สภาพที่เป็น
อธิบดี ด้วยสามารถทำความเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน.
บทว่า อกมฺปิยฏฺโฐ - สภาพที่ไม่หวั่นไหว ได้แก่ ปฏิปักษ์
ไม่สามารถทำให้หวั่นไหวได้.
บทว่า นิยฺยานฏฺโฐ - สภาพที่นำออก ได้แก่ การออกไปจาก
ปฏิปักษ์ด้วยโลกิยะและโลกุตระ.
บทว่า เหตฏฺโฐ สภาพที่เป็นเหตุ. ชื่อว่า เหตฏฺโฐ เพราะ

285
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 286 (เล่ม 68)

สัมมาทิฏฐิเป็นต้น เป็นเหตุเพื่อละมิจฉาทิฏฐิเป็นต้น หรือเพราะสัมมา-
ทิฏฐิทั้งหมดเป็นเหตุให้เข้าถึงนิพพาน.
ชื่อว่า อุปัฏฐาน เพราะโลดแล่นไปในอารมณ์อันเป็นสติปัฏฐาน
แล้วตั้งมั่น, สตินั่นแลตั้งมั่น จึงชื่อว่า สติปัฏฐาน.
สตินั้นในกายเวทนาจิตธรรม ย่อมมีประเภท ๔ อย่าง ที่เป็น
ไปด้วยการยึดถืออาการ คือความไม่งาม ความทุกข์ ความไม่เที่ยง
และความไม่เป็นตัวตน และด้วยสำเร็จกิจคือการละ ความสำคัญว่า
เป็นของงาม เป็นความสุข เป็นของเที่ยง เป็นตัวตน.
จิตเหล่านี้ย่อมได้ในจิตต่าง ๆ ในส่วนเบื้องต้น, ส่วนสติอย่าง
เดียวเท่านั้น ย่อมได้ชื่อ ๔ อย่างในขณะของมรรค.
ชื่อว่า ปธาน เพราะเป็นเหตุเริ่มตั้งในสัมมัปธาน, การเริ่มตั้ง
ชอบ ชื่อว่า สัมมัปธาน, หรือเป็นเหตุเริ่มตั้งชอบ, อนึ่งการเริ่มตั้ง
นั้นชอบ ชื่อว่า ปธาน เพราะเว้นจากการผิดปกติของกิเลส, ชื่อว่า
สัมมัปธาน เพราะนำมาซึ่งความเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดด้วยให้สำเร็จ
ประโยชน์และความสุข หรือ เพราะทำความเริ่มตั้ง. บทนี้เป็นชื่อของ
วีริยะ. วีริยะนั้นมี ๔ ประเภทโดยให้สำเร็จ คือละอกุศลธรรมที่เกิดขึ้น
แล้ว ๑ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น ๑ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด
ให้เกิดขึ้น ๑ กุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วให้ตั้งอยู่ ๑. ปธาน เหล่านี้ ย่อม

286
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 287 (เล่ม 68)

ได้ในจิตต่าง ๆ ในส่วนเบื้องต้น, ส่วน วีริยะ อย่างเดียวเท่านั้น ย่อม
ได้ ๔ ชื่อ ในขณะแห่งมรรค.
บทว่า ปทหนฏฺโฐ สภาพที่เริ่มตั้ง ได้แก่ สภาพที่อุตสาหะ.
ปาฐะว่า ปธานฏฺโฐ ดังนี้ก็มี, ความอย่างเดียวกัน. ในบทว่า อิทฺธิ-
ปาทานํ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ชื่อว่า อิทฺธิ เพราะบรรดา ฉันทะ
วีริยะ จิตตะ วีมังสา อย่างหนึ่ง ๆ ย่อมสำเร็จ, อธิบายว่า ย่อมสำเร็จ
เสมอ คือ ย่อมปรากฏชัด. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อิทฺธิ เพราะสัตว์
ทั้งหลายย่อมสำเร็จด้วยอิทธินั้น คือว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้สำเร็จ เจริญ
ดียิ่ง. โดยอรรถที่ ๑ ปาท - ธรรมเครื่องให้ถึง คือ อิทฺธิ - ความ
สำเร็จ ชื่อว่า อิทธิบาท, ความว่า ส่วนแห่งความสำเร็จ. โดย
อรรถที่สอง ชื่อว่า อิทธิบาท เพราะเป็นธรรมเครื่องให้ถึงความสำเร็จ.
บทว่า ปาโท - คือเป็นที่ตั้ง อธิบายว่า เป็นอุบายให้บรรลุ.
เพราะสัตว์ทั้งหลายย่อมถึง คือย่อมบรรลุความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย
อิทธิบาทนั้น, ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า ปาโท. อิทธิบาทมี ฉันทะ
เป็นต้นเหล่านั้น ย่อมได้ในจิตต่าง ๆ ด้วยความเป็นใหญ่ในส่วนเบื้อง
ต้น, แต่ในขณะแห่งมรรค ย่อมได้ร่วมกันโดยแท้.
บทว่า อิชฺฌนฏฺโฐ - สภาพที่สำเร็จ คือ สภาพที่ปรากฏ หรือ
สภาพเป็นที่ตั้ง.
บทว่า สจฺจานํ ได้แก่ อริยสัจ ๔.

287
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 288 (เล่ม 68)

บทว่า ตถฏฺโฐ - สภาพที่เที่ยงแท้ ได้แก่ สภาพตามที่เป็นจริง.
การวิสัชนา ๘ เหล่านี้เจือด้วยโลกิยะและโลกุตระ.
บทว่า ปโยคานํ - ปโยคะทั้งหลาย ได้แก่ ปโยคะของอริย-
มรรค ๔.
บทว่า ปฏิปสฺสทฺธฏฺโฐ - สภาพที่ระงับ ได้แก่ ระงับด้วย
อริยผล ๔. จริงอยู่มรรคปโยคะเป็นอันระงับในขณะแห่งผล เพราะ
หมดกิจแล้ว. หรือภาวะแห่งมรรคปโยคะระงับด้วยผลเกิดขึ้น.
บทว่า ผลานํ สจฺฉิกิริยฏฺโฐ - สภาพที่ทำให้แจ้งแห่งผล ได้แก่
สภาพที่ทำให้ประจักษ์ด้วยพิจารณาอริยผล. เป็นอันท่านกล่าวถึงการทำ
ให้แจ้งซึ่งอารมณ์. หรือการทำให้แจ้งซึ่งการได้ในขณะแห่งผล.
พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๕ ข้อ มีวิตกเป็นต้น ด้วย
องค์ฌาน. การตรึก ชื่อว่า วิตักกะ ท่านกล่าวว่า ได้แก่ การยกขึ้น
การตรอง ชื่อว่า วิจาร ท่านกล่าวว่า ได้แก่ การตามตรวจตรา. บทว่า
อุปวิจารฏฺโฐ - สภาพที่ตรวจตรา ได้แก่ สภาพที่ตามขัดสีชำระล้าง.
บทว่า อภิสนฺทนฏฺโฐ - สภาพที่ไหลมา ได้แก่ สภาพที่ชุ่มชื่น คือ
สภาพที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ด้วยอำนาจสมาธิ.
พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงกางวิสัชนา ๕ ข้อ มี อาวัชชนะ - การ
คำนึงเป็นต้น โดยเป็นข้อเบ็ดเตล็ด. สภาพที่คำนึงของจิต ๒ ดวง
น้อมไปสู่จิตสันดานในอารมณ์อื่นจากอารมณ์แห่งภวังคะ ในปัญจทวาร

288
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 289 (เล่ม 68)

และมโนทวาร, สภาพที่รู้แจ้งด้วยวิญญาณ สภาพที่รู้ชัดด้วยปัญญา
สภาพที่จำได้แห่งสัญญา. สภาพที่สมาธิเป็นธรรมเอกผุดขึ้น. เพราะ
สมาธิในทุติยฌานเป็นเอกผุดขึ้น ท่านจึงกล่าวว่า เอโกทิ อธิบายว่า
เป็นสมาธิเลิศประเสริฐ เกิดขึ้นเพราะวิตกวิจาร สงบเงียบ. เพราะ
สมาธิประเสริฐ ท่านจึงกล่าวว่า เป็นธรรมเอกในโลก. อีกอย่างหนึ่ง.
ท่านกล่าวว่า เป็นธรรมเอกไม่มีคู่ เว้นวิตกวิจารผุดขึ้นดังนี้บ้าง ย่อม
ควร. อีกอย่างหนึ่ง กุศลสมาธิแม้ทั้งหมดเป็นธรรมสงบเงียบจากวิตก
วิจารเหล่านั้น เพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อนิวรณ์เป็นต้น หรือต่ออุทธัจจะ
เท่านั้น ฉะนั้นจึงเป็นธรรมอันเลิศผุดขึ้น หรือเว้นจากวิตกวิจารเหล่านั้น
จึงเป็นธรรมไม่มีคู่ผุดขึ้น จึงชื่อว่า เอโกทิ เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ย่อม
ถูกต้อง.
๓๗] บทว่า อภิญาย ญาตฏฺโฐ - สภาพที่รู้แห่งปัญญา
ได้แก่ สภาพที่รู้สภาวธรรมด้วย ญาตปริญญา - กำหนดรู้ด้วยการรู้.
บทว่า ปริญฺญาย ตีรณฏฺโฐ - สภาพทั้งหมดพิจารณาด้วย
ปริญญา ได้แก่ สภาพที่กำหนดพิจารณาโดยเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น
ด้วย ตีรณปริญญา - กำหนดรู้ด้วยการพิจารณา.
บทว่า ปหานสฺส ปริจฺจาคฏฺโฐ ภาพที่สละแห่ง ปหาน
ได้แก่ สภาพที่สละธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อ ปหานปริญญา - กำหนด

289
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 290 (เล่ม 68)

รู้ด้วยการละเสีย. สภาพที่ภาวนาเป็นไปเสมอ มีกิจเป็นอย่างเดียวกัน
- ชื่อว่า ภาวนาย เอกรสฏฺโฐ.
บทว่า ผสฺสนฏฺโฐ - สภาพที่ถูกต้อง ได้แก่ สภาพที่ประสบ
ชื่อว่าสภาพที่เป็นขันธ์ - ขนฺธฏฺโฐ ด้วยการแบกภาระที่หนักต่อเป็น
ในรูป. ชื่อว่าสภาพที่ทรงไว้ - ธาตฏฺโฐ เพราะความว่างเปล่าเป็นต้น.
ชื่อว่าสภาพที่ต่อ - อายตนฏฺโฐ เพราะการต่อเขตแดนอันเป็นส่วน
ของตน ๆ. ชื่อว่าสภาพที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง - อสงฺขตฏฺใฐ เพราะทำร่วมกับ
ปัจจัยทั้งหลาย. ชื่อว่าสภาพที่ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง - อสงฺขตฏฺโฐ เพราะ
ตรงกันข้ามกับปัจจัยปรุงแต่งนั้น.
๓๘ ] พระสารีบุตรได้แจ้งถึงการวิสัชนา ๑๕ ข้อ มีบทว่า จิตฺ-
ตฏฺโฐ สภาพที่คิดเป็นต้น. พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า จิตฺตฏฺโฐ ดัง
ต่อไปนี้. ชื่อว่า จิตฺตํ เพราะคิดถึงอารมณ์, ความว่า ย่อมรู้แจ้ง.
ชวนจิต มีอยู่ในอารมณ์นี้ ย่อมสะสมสันดานของตน ด้วย ชวนวิถี
จิตฺตํ แม้ดังนี้ ก็ชื่อว่า จิตฺตํ. แม้วิบากอันกรรมกิเลส สะสมไว้ดังนี้
ก็ชื่อว่า จิตฺตํ. ทั้งหมด ชื่อว่า จิตฺตํ. เพราะสะสมไว้ตามสมควร, ชื่อว่า
จิตฺตํ เพราะทำให้วิจิตร, จิตอันเป็นปัจจัยแก่วัฏฏะ ย่อมสะสมสังสาร
ทุกข์แม้ดังนี้ ก็ชื่อว่า จิตฺตํ. สภาพที่คิดโดยมีการสะสมอารมณ์เป็นต้น
ด้วยประการฉะนี้. ชื่อว่า อนนฺตรํ เพราะจิตนั้นไม่มีระหว่างในการเกิด

290
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 291 (เล่ม 68)

ของจิต ในการเกิดของผล. ความเป็น อนันตระ ชื่อว่า อนันตริยะ
- ความไม่มีระหว่าง, ความที่จิตไม่มีระหว่าง ชื่อว่า จิตตานันตริยะ.
จิตตานันตริยะ นั้น คือสภาพแห่งจิตไม่มีระหว่าง. อธิบายว่า สมรรถ-
ภาพในจิตตุปบาท ในระหว่างของจิตดวงใดดวงหนึ่งดับในระหว่างเสมอ
เว้นจุติจิตของพระอรหันต์. มรรถภาพในการเกิดผลในระหว่างของ
มรรคจิต.
บทว่า จิตฺตสฺส วุฏฺฐานฏฺโฐ - สภาพที่ออกแห่งจิต ได้แก่
สภาพที่ออกโดยเป็นนิมิตแห่งโคตรภูจิต โดยความเป็นไปแห่งนิมิตของ
มรรคจิต.
บทว่า จิตฺตสฺส วิวฏฺฏนฏฺโฐ - สภาพที่หลีกไปแห่งจิต คือสภาพ
ที่หลีกไปในนิพพานของจิตสองดวงนั้นซึ่งตั้งขึ้นโดยที่กล่าวไว้แล้ว.
บทว่า จิตฺตสฺส เหตฏฺโฐ - สภาพที่เป็นเหตุแห่งจิต ได้แก่
สภาพที่เป็นเหตุของเหตุ ๙ อย่างที่เป็นปัจจัยของจิต.
บทว่า จิตฺตสฺส ปจฺจยฏฺโฐ - สภาพที่เป็นปัจจัยแห่งจิต ได้แก่
สภาพที่เป็นปัจจัย แห่งปัจจัยมากมายของจิต มี วัตถารัมมณะ เป็นต้น.
บทว่า จิตฺตสฺส วตฺถฏฺโฐ - สภาพเป็นที่ตั้งแห่งจิต ได้แก่
สภาพเป็นที่ตั้งแห่ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ (หทัย) อันเป็น
ที่ตั้งของจิต.

291
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 292 (เล่ม 68)

บทว่า จิตฺตสฺส ภูมฏฺโฐ - สภาพที่เป็นภูมิแห่งจิต ได้แก่
สภาพที่เป็นภูมิมีกามาวจรภูมิเป็นต้น ด้วยเป็นถิ่นที่เกิดของจิต.
บทว่า จิตฺตสฺส อารมฺมณฏฺโฐ - สภาพเป็นอารมณ์ของจิต ได้
แก่ อารมณ์มีรูปเป็นต้น.
ชื่อว่า โคจรฏฺโฐ - สภาพที่เป็นโคจร เพราะอรรถว่าเป็นที่สัญ-
จรของอารมณ์ที่สะสมไว้.
ชื่อว่า จริยฏโฐ - สภาพที่เที่ยวไป เพราะเที่ยวไปในวิญญาณ
ที่กล่าวไว้ในตอนต้น. อีกอย่างหนึ่ง สภาพที่ปรากฏแห่ง ปโยคะ
ชื่อว่า จริยัฏฐะ.
ชื่อว่า คตฏฺโฐ - สภาพที่ไปด้วยการยึดถืออารมณ์ใกล้และใกล้
แม้ในความที่จิตไม่ไป.
บทว่า อภินีหารฏฺโฐ - สภาพที่นำไปยิ่ง ได้แก่ สภาพที่นำไป
ยิ่งแห่งจิต เพื่อมนสิการถึงอารมณ์อื่นจากอารมณ์ที่ยึดถือไว้.
บทว่า จิตฺตสฺส นิสฺสยานฏฺโฐ - สภาพที่นำออกแห่งจิต ได้แก่
สภาพที่นำออกจากวัฏฏะแห่งมรรคจิต.
ชื่อว่า จิตฺตสฺส นิสฺสรณฏฺโฐ - สภาพที่สลัดออกแห่งจิต เพราะ
นัยมีอาทิว่า จิตของผู้ไม่เนกขัมมะเป็นอันสลัดออกจากกามฉันทะ๑.
๑ . ขุ. ป. ๓๑/๖๕.

292
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 293 (เล่ม 68)

๓๙] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๔๒ ข้อ มี เอกตฺเต
เป็นต้น. โดยเชื่อม เอกตฺต ศัพท์ทุกแห่ง.
บทว่า เอกตฺเต คือในความที่จิตมีอารมณ์อย่างเดียว, อธิบาย
ว่า ได้แก่ เอการัมมณะ.
ชื่อว่า ปกฺขนฺทนฏฺโฐ - สภาพที่แล่นไป เพราะอำนาจปฐม-
ฌาน.
ชื่อว่า ปสีทนฏฺโฐ - สภาพที่ผ่องใส เพราะอำนาจทุติยฌาน.
ชื่อว่า สนิติฏฺฐนฏฺโฐ - สภาพที่ตั้งมั่น เพราะอำนาจตติย-
ฌาน.
ชื่อว่า มุจฺจนฏฺโฐ - สภาพที่หลุดพ้น เพราะอำนาจจตุตถ-
ฌาน.
ชื่อว่า ปสฺสนฏฺโฐ - สภาพที่เห็นนี้ ละเอียดด้วยอำนาจการ
พิจารณา.
การวิสัชนา ๕ มี ยานีกตฏฺโฐ - สภาพที่ทำให้เป็นเช่นดังยาน
เป็นต้น เป็นความชำนาญอันวิเศษของสมาธิ.
บทว่า ยานีกตฏฺโฐ ได้แก่ สภาพที่ทำให้เป็นเช่นดังยานที่
เทียมแล้ว.
บทว่า วตฺถุกตฏฺโฐ - สภาพที่ทำให้เป็นที่ตั้ง ได้แก่ ภาพที่
ทำให้ตั้งไว้ดุจวัตถุ.

293
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 294 (เล่ม 68)

บทว่า อนุฏฺฐิตฏฺโฐ - สภาพที่ตั้งขึ้นเนือง ๆ ได้แก่ สภาพที่
เข้าไปตั้งไว้เฉพาะ.
บทว่า ปริจิตฏฺโฐ - สภาพที่อบรม ได้แก่ สภาพที่สะสมไว้โดย
รอบ.
บทว่า สุสมารทฺธฏฺโฐ - สภาพที่ปรารภพร้อมด้วยดีได้แก่ สภาพ
ที่เริ่มด้วยดี อธิบาย สภาพที่ทำไว้ดี. อีกอย่างหนึ่งควรประกอบบท ๕
บท ตามลำดับด้วยความเป็นผู้ชำนาญในอาวัชชนะ สมาปัชนะ อธิฏ-
ฐานะ วุฏฐานะ ปัจจเวกขณะ.
สภาพที่กำหนดถือเอา - สภาพที่เป็นบริวาร สภาพที่บริบูรณ์
แห่งจิตเจตสิกในเวลาที่ถึงยอดแห่งการภาวนาอารมณ์ มีกสิณเป็นต้น.
ชื่อว่า สโมธานฏฺโฐ - สภาพที่ประชุม เพราะเจตสิกเหล่านั้น
ตั้งไว้แล้วชอบ ด้วยการประชุมในอารมณ์เดียว.
ชื่อว่า อธิฏฺฐานฏฺโฐ - สภาพที่อธิษฐาน เพราะจิตเจตสิก
เหล่านั้น ครอบงำอารมณ์ด้วยการปลูกกำลัง แล้วตั้งมั่น.
ชื่อว่า อาเสวนฏฺโฐ - สภาพที่เสพ เพราะเสพอย่างเอาใจใส่
แห่งสมถะหรือวิปัสสนาตั้งแต่ต้น.
ชื่อว่า ภาวนฏฺโฐ - สภาพที่เจริญ เพราะสามารถทำให้เจริญ.
ชื่อว่า พหุลีกมฺมฏฺโฐ - สภาพที่ทำให้มาก เพราะการทำบ่อย ๆ.

294