พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 275 (เล่ม 68)

[๕๑] สติสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าตั้งมั่น ธรรมวิจยสัมโพช-
ฌงค์ด้วยอรรถว่าเลือกเฟ้น วีริยสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าประคองไว้ ปีติ
สัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าแผ่ไป ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าสงบ
สมาธิสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถว่าไม่ฟุ้งซ่าน อุเบกขาสัมโพชฌงค์ด้วยอรรถ
ว่าพิจารณาหาทาง ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
[๕๒] สัมมาทิฏฐิด้วยความว่าเห็น สัมมาสังกัปปะด้วยความ
ว่าตรึก สัมมาวาจาด้วยความว่ากำหนดเอา สัมมากัมมันตะด้วยความว่า
ให้กุศลธรรมเกิด สัมมาอาชีวะด้วยความว่าขาวผ่อง สัมมาวายามะด้วย
ความว่าประคองไว้ สัมมาสติด้วยความว่าตั้งมั่น สัมมาสมาธิด้วยความ
ว่าไม่ฟุ้งซ่าน ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
[๕๓] อินทรีย์ด้วยความว่าเป็นใหญ่ พละด้วยความว่าไม่หวั่น
ไหว โพชฌงค์ด้วยความว่านำออก มรรคด้วยความว่าเป็นเหตุ สติ-
ปัฏฐานด้วยความว่าตั้งมั่น สัมมัปธานด้วยความว่าตั้งไว้ อิทธิบาทด้วย
ความว่าสำเร็จ สัจจะด้วยความว่าเที่ยงแท้ สมถะด้วยความว่าไม่ฟุ้งซ่าน
วิปัสสนาด้วยความว่าพิจารณา สมถะและวิปัสสนาด้วยความว่ามีกิจเสมอ
กัน ธรรมชาติที่เป็นคู่ด้วยความว่าไม่ล่วงเกินกัน ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
[๕๔] สีลวิสุทธิด้วยความว่าสำรวม จิตตวิสุทธิด้วยความว่า
ไม่ฟุ้งซ่าน ทิฏฐิวิสุทธิด้วยความว่าเห็น วิโมกข์ด้วยความว่าหลุดพ้น
วิชชาด้วยความว่าแทงตลอด วิมุตติด้วยความว่าสละ ญาณในความสิ้น

275
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 276 (เล่ม 68)

ไปด้วยความว่าตัดขาด ญาณในความไม่เกิดขึ้นด้วยความว่าระงับ ฉันทะ
ด้วยควานว่าเป็นมูลฐาน มนสิการด้วยความว่าเป็นสมุฏฐาน ผัสสะด้วย
ความว่าประมวลมา เวทนาด้วยความว่าประชุม สมาธิด้วยความว่าเป็น
ประธาน สติด้วยความว่าเป็นใหญ่ ปัญญาด้วยความว่าประเสริฐกว่า
กุศลธรรมนั้น ๆ วิมุตติด้วยความว่าเป็นแก่นสาร นิพพานอันหยั่งลง
ในอมตะด้วยความว่าเป็นที่สุด ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง.
[๕๕] ธรรมใด ๆ ที่รู้ยิ่งแล้ว ธรรมนั้น ๆ เป็นคุณที่รู้แล้ว
ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ทั่ว
เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมา คือ
เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง เป็น
สุตมยญาณ.
จบ ทุติยภาณวาร ฯ
อรรถกถาทุติยภาณวาร
๓๐] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๓๑ ข้อ มี ปริคฺค-
หฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ควรกำหนดถือเอา เป็นต้น ด้วยขณะแห่ง
อริยมรรค. จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตด้วยอริยมรรค ย่อม

276
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 277 (เล่ม 68)

กำหนดถือเอาเพื่อเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น เพราะเหตุนั้นจึงชื่อว่า ปริคฺคหา
- กำหนดถือเอา.
สภาพแห่งธรรมเหล่านั้น ชื่อว่า ปริคฺคหฏโฐ - สภาพแห่ง
ธรรมที่ควรกำหนดถือเอา.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปริวารฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่เป็น
บริวาร เพราะธรรมเหล่านั้นเป็นบริวารของกันและกัน.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปริปูรฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่เต็ม
รอบ โดยบริบูรณ์ด้วยภาวนา.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า เอกคฺคฏฺโฐ - สภาพแห่งสมาธิที่มี
อารมณ์อย่างเดียว เพราะเพ่งกำหนดถือเอาอารมณ์เดียว.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อวิกเขปฏฺโฐ - สภาพแห่งสมาธิ
ไม่มีความฟุ้งซ่าน เพราะเพ่งถึงความไม่ฟุ้งซ่านในอารมณ์ต่าง ๆ
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปคฺคหฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่
ประคองไว้ คือประคองไว้ด้วยความเพียร.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อวิสารฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ไม่
กระจายไป เพราะไม่กระจายไปด้วยอำนาจสมาธิ ดุจแป้งใช้ทาในการ
อาบน้ำ ไม่กระจายไปด้วยน้ำฉะนั้น.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนาวิลฏฺโฐ - สภาพแห่งจิตไม่ขุ่นมัว
เพราะไม่ขุ่นมัวด้วยการประกอบความเพียร.

277
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 278 (เล่ม 68)

สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนิญฺชนฏฺโฐ - สภาพแห่งจิตไม่
หวั่นไหว เพราะไม่กำเริบ.
บทว่า เอกตฺตุปฏฺฐานวเสน - ด้วยสามารถแห่งความปรากฏ
แห่งจิตมีอารมณ์เดียว ได้แก่ ด้วยการประกอบสมาธิ และด้วยสามารถ
แห่งการตั้งอยู่ในอารมณ์เดียวอย่างมั่นคง.
บทว่า  ิตฏฺโฐ - สภาพแห่งจิตตั้งอยู่ ได้แก่ ตั้งอยู่โดยไม่
หวั่นในอารมณ์.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อารมฺมณฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมเป็น
อารมณ์ เพราะยึดนิพพานเป็นอารมณ์.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า โคจรฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมเป็น
โคจร เพราะเที่ยวไปในความอยาก.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปหานฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ละ
เพราะความที่นิพพานเป็นสรณะประหาณ.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปริจฺจาคฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่
สละ ด้วยสามารถสละกิเลสด้วยอริยมรรค.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า วุฏฺฐานฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ออก
ด้วยสามารถการออกจากความชั่วร้าย.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า วิวตฺตนฏฺโฐ - สภาพธรรมที่หลีกไป
ด้วยสามารถหลีกไปจากนิมิตและความเป็นไป.

278
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 279 (เล่ม 68)

สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า สนฺตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ละ-
เอียด เพราะดับสนิท.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปณีตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่
ประณีต เพราะความเป็นธรรมไม่เดือดร้อน และเพราะความเป็นธรรม
สูงสุด.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า วิมุตฺตกฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่หลุด
พ้น เพราะหลุดพ้นจากกิเลส และน้อมไปในอารมณ์.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนาสวฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่ไม่
มีอาสวะ เพราะความที่บริสุทธิ์โดยไม่เป็นวิสัยแห่งอาสวะทั้งหลาย.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ตรณฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมเป็น
เครื่องข้าม เพราะก้าวล่วงจากกิเลสกันดาร และสังสารกันดาร.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนิมิตฺตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่ไม่มีเครื่องหมาย เพราะไม่มีสังขารนิมิต.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อปฺปณิหิตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่ไม่มีที่ตั้ง เพราะไม่มีที่ตั้ง คือตัณหา.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า สุญฺญตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่
ว่างเปล่า เพราะไม่มีสาระในตน.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า เอกรสฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่มี
กิจอย่างเดียวกัน เพราะมีรสอย่างเดียวกันด้วยวิมุตติรส หรือ เพราะ

279
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 280 (เล่ม 68)

ความที่สมถะและวิปัสสนามีรสอย่างเดียวกัน.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนติวตฺตนฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่ไม่ล่วงเลยกัน เพราะสมถะและวิปัสสนาอาศัยซึ่งกันและกัน.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ยุคนทฺธฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่เป็นคู่ เพราะสมถะและวิปัสสนานั่นแลเป็นคู่.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า นิยฺยานฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่นำออก เพราะออกไปจากสังขารด้วยอริยมรรค.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า เหตฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่เป็น
เหตุ เพราะเป็นเหตุให้ถึงนิพพาน.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ทสฺสนฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรมที่เห็น
เพราะทำนิพพานให้ประจักษ์.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อาธิปเตยฺยฏฺโฐ - สภาพแห่งธรรม
ที่เป็นอธิบดี เพราะความเป็นใหญ่ยิ่ง.
๓๑ ] พระสารีบุตรได้แจ้งถึงการวิสัชนา ๔ ข้อ มีสมถะเป็นต้น
ด้วยสามารถแห่งสมถะและวิปัสสนา. สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนุปสฺส-
นฏฺโฐ - สภาพที่พิจารณาเห็น เพราะพิจารณาเห็นด้วยอนิจลักษณะ
เป็นต้น.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อนติวตฺตนฏฺโฐ - สภาพที่มิได้ล่วง
กัน เพราะความที่สมถะและวิปัสสนาทั้งสองเป็นธรรมคู่กันโดยมีกิจ
อย่างเดียวกัน.

280
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 281 (เล่ม 68)

พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๙ ข้อ มีสิกขาเป็นต้น ด้วย
สามารถแห่งอริยมรรค เบื้องต้นท่ามกลางและที่สุด. ชื่อว่า สิกฺขา
เพราะต้องศึกษา.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า สมาทานฏฺโฐ - สภาพที่สมาทาน
เพราะต้องสมาทานสิกขานั้น.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า โคจรฏฺโฐ - สภาพที่โคจร เพราะ
เป็นที่ตั้งแห่งภาวนาและความเป็นไปของอารมณ์ที่ตั้งอยู่ในศีลแล้ว ถือ
เอาด้วยกรรมฐานและเพราะเป็นที่ตั้งแห่งโคจร.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปคฺคหฏฺโฐ - สภาพที่ประคองจิต
คือสภาพที่พยายามทำจิตที่หดหู่ด้วยความเกียจคร้าน ด้วยเจริญธรรม
วิจยสัมโพชฌงค์ วีริยสัมโพชฌงค์และปีติสัมโพชฌงค์.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า วินิคฺคหฏฺโฐ - สภาพที่ปราบจิต คือ
สภาพทำจิตที่ฟุ้งซ่านด้วยอุทจจะให้สงบ เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์.
บทว่า อุโภ วิสุทธานํ - จิตบริสุทธิ์จากทั้งสอง อธิบายว่า
คุมจิตอันบริสุทธิ์จากความหดสู่และฟุ้งซ่าน. พึงทราบว่า ท่านทำเป็น
พหุวจนะ ด้วยความสามารถแห่งจิตตั้งอยู่ในความเป็นกลาง เป็นไปด้วยอำนาจ
ของสันตติ.

281
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 282 (เล่ม 68)

สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อชฺฌุเปกฺขณฏฺโฐ - สภาพที่คุมจิต
คือไม่มีความขวนขวายในความพยายามและในการทำให้สงบ.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า วิเสสาธิคมนฏฺโฐ - สภาพที่จิต
บรรลุคุณวิเศษ คือการอบรมจิตให้เป็นไปสม่ำเสมอ.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า อุตฺตริปฏิเวธฏฺโฐ - สภาพที่แทง
ตลอดอริยมรรคอันประเสริฐ คือด้วยสามารถทำอริยมรรคให้ปรากฏ.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า สจฺจาภิสมยฏฺโฐ - สภาพที่ตรัสรู้
สัจจะ คือด้วยสามารถแทงตลอดอริยสัจ ๔ สำเร็จด้วยอริยมรรค.
สภาพแห่งธรรม ชื่อว่า ปติฏฐาปกฏฺโฐ - สภาพที่ทำจิตให้
ตั้งอยู่ คือให้ตั้งอยู่ในนิโรธด้วยอำนาจผลสมาบัติ. เพราะผลสมาบัติ
นั้น ยังบุคคลผู้มีความพร้อมให้ตั้งอยู่ในนิพพานอันได้แก่นิโรธ.
๓๒ ] พระสารีบุตรกล่าวถึงการวิสัชนา ๕ ข้อ มี สัทธินทรีย์
เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งสภาพธรรม คืออินทรีย์. บทว่า อธิโมกฺ-
ขฏฺโฐ - สภาพที่น้อมไป. บทว่า อุปฏฺฐานฏฺโฐ - สภาพที่ตั้งมั่น
คือ สภาพที่เข้าไปตั้งมั่นซึ่งอารมณ์. บทว่า ทสฺสนฏฺโฐ - สภาพที่เห็น
คือ สภาพที่เพ่งถึงความเป็นจริง.
๓๓] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๕ ข้อ มี สัทธาพละ
เป็นต้น ด้วยสามารถแห่งสภาพธรรม คือ พละ ชื่อว่า สทฺธาพลํ
เพราะสัทธานั่นแลเป็นกำลัง ด้วยอรรถว่าไม่หวั่นไหว. บทว่า อสฺ-

282
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 283 (เล่ม 68)

สทฺธิเย เพราะความไม่มีสัทธา. อนึ่งบทว่า อสฺสทฺธิยํ ได้แก่ จิต-
ตุปบาทอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสัทธา. บทว่า อกมฺปิยฏฺโฐ ได้แก่ ภาพที่ไม่
ควรหวั่นไหว อธิบายว่า ไม่สามารถให้หวั่นไหวได้. บทว่า โกสชฺเช-
เพราะความเกียจคร้าน ได้แก่ เพราะถีนมิทธะอันเป็นความเกียจคร้าน.
บทว่า ปมาเท - เพราะความประมาท ได้แก่ เพราะจิตตุปบาทอันเป็น
ปฏิปักษ์ต่อสติ. บทว่า อุทฺธจฺเจ คือ เพราะความฟุ้งซ่าน กล่าวคือ
ความไม่สงบ. บทว่า อวิชฺชาย เพราะอวิชชา ได้แก่ เพราะโมหะ.
๓๔] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๗ ข้อ มีสติสัมโพช-
ฌงค์เป็นต้น ด้วยสามารถแห้งสภาพธรรมคือโพชฌงค์. องค์แห่งธรรม
เครื่องตรัสรู้ ชื่อว่า โพชฌงค์. โพชฌงค์เป็นธรรมประเสริฐ และ
เป็นธรรมดี ชื่อว่า สัมโพชฌงค์. สตินั่นแลเป็นสัมโพชฌงค์ จึง
ชื่อว่า สติสัมโพชฌงค์. ชื่อว่า ธรรมวิจยะ เพราะเลือกเฟ้นธรรม.
บทนี้เป็นชื่อของปัญญา. บทว่า ปวิจยฏฺโฐ - สภาพที่เลือกเฟ้น ได้แก่
สภาพที่ไตร่ตรอง. ชื่อว่า ปีติ เพราะเอิบอิ่มใจ. บทว่า ผรณฏฺโฐ-
สภาพที่แผ่ไป ได้แก่ สภาพที่ซ่านไป. ความสงบ ชื่อว่า ปสฺสทฺธิ.
บทว่า อุปสมฏฺโฐ - สภาพที่สงบ ได้แก่ ภาพที่ไม่มีความกระวนกระ-
วาย. ชื่อว่า อุเปกฺขา เพราะเห็นโดยอุบัติ. อธิบายว่า เพ่งสม่ำเสมอ
คือ เพ่งไม่ตกไปในฝ่ายใด. อุเบกขานั้นในที่นี้ ได้แก่ ตตฺรมชฺฌตฺตุ-
เปกฺขา คือ วางเฉยด้วยความเป็นกลางในอารมณ์นั้น ๆ. เรียกว่า

283
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ – หน้าที่ 284 (เล่ม 68)

โพชฺฌงฺคุเปกฺขา บ้าง. บทนี้เป็นชื่อของอุเบกขานั้น. ชื่อว่า ปฏีสงฺขา-
นฏฺโฐ - สภาพที่พิจารณาหาทาง เพราะมีลักษณะนำไปเสมอ.
๓๕] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๘ ข้อ มีสัมมาทิฏฐิ
เป็นต้น ด้วยมรรค. ชื่อว่า สมฺมาทิฏฺฐิ เพราะเห็นชอบ หรือเห็น
ชอบด้วยทิฏฐินั้น หรือการเห็นประเสริฐดี. แห่งสัมมาทิฏฐินั้น
ชื่อว่า สมฺมาสงฺกปฺโป เพราะดำริชอบ, หรือดำริชอบด้วย
ความดำรินั้น, หรือความดำริประเสริฐดี.
บทว่า อภิโรปนฏฺโฐ - สภาพที่ตรึก ได้แก่ สภาพที่ตรึกอารมณ์
ของจิต. ปาฐะว่า อารมฺมณาภินิโรปนฏฺโฐ - สภาพที่ตรึกอารมณ์บ้าง.
บทว่า สมฺมาวาจา เพราะพูดชอบ, หรือพูดด้วยวาจานั้นชอบ,
หรือวาจาประเสริฐดี บทนี้เป็นชื่อของการเว้นจากมิจฉาวาจา.
บทว่า ปริคฺคหฏฺโฐ สภาพที่กำหนด ได้แก่ กำหนดสำรวม
วาจา ๔ อย่าง.
ชื่อว่า สมฺมากมฺมํ เพราะทำชอบ, หรือทำชอบด้วยการงาน
นั้น หรือการงานประเสริฐดี, การงานชอบนั่นแล ชื่อว่า สมฺมากมฺ-
มนฺโต. บทนี้เป็นชื่อการเว้นจากมิจฉากัมมันตะ.
บทว่า สมุฏฺฐานฏฺโฐ สภาพที่ตั้งขึ้น ได้แก่ สภาพที่ตั้งขึ้น
ด้วยการสำรวมกาย ๓ อย่าง.

284