แล้ว แต่ภายหลังจึงมี๑ ดังนี้เป็นต้น.
อีกอย่างหนึ่ง ธรรมชาติใดย่อมไปคือย่อมไหลไปสู่สังสารทุกข์
ต่อไป แม้เพราะเหตุนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่า อาสวะ, อาสวะ
ทั้งหลายย่อมขาดสูญไปด้วยมรรคนั้น ฉะนั้น มรรคนั้นจึงชื่อว่า สมุจ-
เฉทะ - เป็นเครื่องตัดอาสวะขาด.
คำว่า ปญฺญา ได้แก่ ปัญญาในการตัดอาสวะ ๔ มีกามาสวะ
เป็นต้นได้ขาด.
คำว่า อานนฺตริกสมาธิมฺหิ ญาณํ - ญาณในสมาธิอันให้ผล
ในลำดับ ความว่า สมาธิในมรรคได้ชื่อว่า อานันตริกะ เพราะ
ให้ผลโดยแน่นอนทีเดียวในลำดับแห่งความเป็นไปของตน. เพราะเมื่อ
มรรคสมาธิเกิดขึ้นแล้ว อันตรายอะไร ๆ ที่จะขัดขวางการเกิดขึ้นแห่ง
ผลของมรรคสมาธินั้น ย่อมไม่มี. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิ
ว่า
บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
โสดาปัตติผล และเวลาที่กัปไหม้จะพึงมี กัปก็
ไม่พึงไหม้ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่ง
โสดาปัตติผล บุคคลนี้เรียกว่า ฐิตกัปปี. บุคคล
๑. องฺ. ทสก. ๒๔/๖๑.