บทว่า สาทินาโม คือ มีพระนามเช่นเดียวกัน กับพระผู้มีพระภาคเจ้า
เหล่านั้น. บทว่า สทิสนาโม คือ มีพระนามแสดงคุณอย่างเดียวกัน. บทว่า
สทิสวฺหโย คือ มีพระนามเรียกชื่อโดยคุณเป็นอันเดียวกัน. บทว่า
สจฺจสทิสวฺหโย มีพระนามเหมือนนามจริง คือมีพระนามไม่วิปริต แสดง
ถึงพระคุณเป็นเอกแท้จริง. บทว่า อาสิโต นั่ง คือเข้าไปหา. บทว่า
อุปาสิโต เข้าไปนั่ง คือเข้าไปคบ. บทว่า ปยิรุปาสิโต นั่งใกล้ คือ
เข้าไปหาด้วยความภักดี.
บทว่า กุพฺพนกํ คือ ป่าเล็ก. บทว่า พหุปฺผลํ กานนมาวเสยฺย
อาศัยป่าใหญ่ที่มีผลไม้มาก คืออยู่อาศัยป่าที่เต็มไปด้วยผลไม้หลายชนิด.
บทว่า อปฺปทเส คือ ผู้มีปัญญาน้อยนับตั้งแต่พราหมณ์พาวรี. บทว่า
มโหทธึ มีน้ำมาก คือสระใหญ่มีสระอโนดาตเป็นต้น.
บทว่า อปฺปทสฺสา คือ เป็นผู้มีปัญญาอ่อน. บทว่า ปริตฺตทสฺสา คือ
เป็นผู้มีปัญญาอ่อนมาก. บทว่า โถกทสฺสา มีปัญญาเล็กน้อยคือมีปัญญาน้อย
ยิ่งกว่าน้อย. บทว่า โอมกทสฺสา คือ มีปัญญาต่ำช้า. บทว่า ลามกทสฺสา
มีปัญญาลามก คือโง่ถึงที่สุด. บทว่า ชตุกฺกทสฺสา มีปัญญาทราม
คือมีปัญญาต่ำ โง่ที่สุด. บทว่า อปฺปมาณทสฺสํ๑ เห็นพระนิพพาน
อันเป็นอัปปมาณธรรม๒ เพราะก้าวล่วงปมาณธรรม.๓ บทว่า อคฺคทสฺส
มีปัญญาเลิศ คือเห็นธรรมอันเลิศโดยนัยมีอาทิว่า อคฺคโต ปสนฺนานํ
คือเลื่อมใสแล้วโดยความเป็นเลิศ. บทว่า เสฏฺฐทสฺสํ มีปัญญาประเสริฐ
คือมีปัญญาประเสริฐโดยนัยมีอาทิว่า สมฺพุทฺโธ ทิปทํ เสฏฺโฐ พระ-
พุทธเจ้าประเสริฐกว่าสัตว์สองเท้า. สี่บทมีอาทิว่า วิเสฏฺฐทสฺสํ มีปัญญา
๑. คำนี้ไม่มีในบาลี ๒. ได้แก่โลกุตรธรรม ๓. ได้แก่โลกิยธรรม.