แสดง พึงบัญญัติคำเท็จเพราะเหตุอะไร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงพูด
เท็จเพราะเหตุอะไร เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า
ข้าพระองค์จักขับตามเพลงขับ พระผู้มีพระภาคเจ้า
ผู้ปราศจากมลทิน มีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน มิได้
มิกาม มิได้มีป่า เป็นนาค (ได้ทรงเห็นแล้วอย่างใด ตรัส
บอกแล้วอย่างนี้) บุคคลพึงพูดเท็จเพราะเหตุอะไร.
[๕๗๖] ผิฉะนั้น ข้าพระองค์จักระบุถ้อยคำอันประกอบด้วย
คุณ แถ่พระองค์ผู้ทรงละมลทินและความหลงแล้ว ผู้ทรง
ละความถือตัวและความลบหลู่.
[๕๗๗] คำว่า มลทิน ในอุเทศว่า ปหีนมลโมหสฺส ดังนี้ ความว่า
ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส ทุจริตทั้งปวงเป็นมลทิน.
คำว่า ความหลง ความว่า ความไม่รู้ในทุกข์ ฯ ล ฯ อวิชชาเป็น
ดังลิ่มสลัก โมหะ อกุศลมูล นี้ท่านกล่าวว่า โมหมลทินและความหลง
พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้
มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป
เป็นธรรมดา เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว จึงชื่อว่า
ทรงละมลทินและความหลงเสียแล้ว. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ทรงละ
มลทินและความหลงเสียแล้ว.
[๕๗๘] ความถือตัว ในคำว่า มานะ ในอุเทศว่า มานมกฺขปฺ-
ปหายีโน ดังนี้ โดยอาการอย่างหนึ่ง คือ ความพองแห่งจิต.