จึงชื่อว่า กิเลสเครื่องกังวล อย่าได้มีแล้วแก่ท่าน เพราะเหตุนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า
ท่านเห็นแล้วซึ่งเนกขัมมะโดยความเกษม จงกำจัด
ความกำหนัดในกามทั้งหลายเสีย กิเลสเครื่องกังวลที่ท่าน
ยึดไว้ ควรสลัดเสียอย่าได้มีแก่ท่านเลย.
[๔๐๔] กิเลสชาติใดในกาลก่อน ท่านจงเผากิเลสชาตินั้นให้
เหือดแห้งไป กิเลสเครื่องกังวลในภายหลัง อย่าได้มีแล้ว
แก่ท่าน ถ้าท่านจักไม่ถือ (รูปาทิสังขาร) ในท่ามกลาง
ท่านจักเป็นผู้สงบแล้วเที่ยวไป.
[๔๐๕] คำว่า กิเลสชาติใดในกาลก่อน ท่านจงเผากิเลสชาติ
นั้นให้เหือดแห้งไป ความว่า กิเลสเหล่าใดพึงเกิดขึ้นเพราะปรารภถึง
สังขารทั้งหลายในอดีตกาล ท่านจงเผากิเลสเหล่านั้นให้เหือดไป คือให้
แห้งไป ให้เกรียม ให้กรอบ จงทำให้ไม่มีพืช จงละ จงบรรเทา จง
ทำให้สิ้นสุด จงให้ถึงความไม่มี แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ดังนี้จึงชื่อว่า
กิเลสชาติใด ในกาลก่อน ท่านจงเผากิเลสชาตินั้นให้เหือดแห้งไป.
อนึ่ง กรรมาภิสังขารส่วนอดีตเหล่าใด อันให้ผลแล้ว ท่านจงเผา
กรรมาภิสังขารเหล่านั้นให้เหือดไป คือ ให้แห้งไป ให้เกรียม ให้กรอบ
จงทำให้ไม่มีพืช จงละ จงบรรเทา จงทำให้สิ้นสุด จงให้ถึงความไม่มี
แม้เพราะเหตุอย่างนี้ ดังนี้จึงชื่อว่า กิเลสชาติใดในกาลก่อน ท่านจงเผา
กิเลสชาตินั้นให้เหือดแห้งไป.