[๓๓๕] ตัณหา ราคะ สาราคะ ฯ ล ฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล
ท่านกล่าวว่า ตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในอุเทศว่า ตเร โลเก
วิสตฺติกํ ตัณหาชื่อว่าวิสัตติกา เพราะอรรถว่ากระไร ฯ ล ฯ เพราะอรรถว่า
แผ่ไป ซ่านไป ฉะนั้น จึงชื่อว่า วิสัตติกา.
คำว่า ในโลก คือ ในอบายโลก มนุษยโลก เทวโลก ขันธโลก
ธาตุโลก อายตนโลก.
คำว่า พึงข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก ความว่า
พึงเป็นผู้มีสติข้าม คือ ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ก้าวล่วง ซึ่งตัณหาอันซ่านไป
ในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงข้ามตัณหาอันซ่าน
ไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก เพราะเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกล่าวว่า
ข้าแต่พระมุนี ขอพระองค์โปรดตรัสบอกธรรมเป็น
เครื่องกำจัดตัณหาที่บุคคลรู้แล้ว เป็นผู้มีสติเที่ยวไป พึง
ข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่าง ๆ ในโลก แก่ข้า-
พระองค์เถิด.
[๓๓๖] ดูก่อนเหมกะ บทนิพพานเป็นที่บรรเทาฉันทราคะใน
ปิยรูปทั้งหลาย ที่ได้เห็น ที่ได้ยินและที่ได้ทราบ (ที่รู้
แจ้ง) เป็นที่ไม่เคลื่อน.
[๓๓๗] คำว่า ทิฏฺฐํ ในอุเทศว่า อิธ ทิฏฺฐสุตมุตํ วิญฺญาเตสุ
ดังนี้ ความว่า ที่ได้เห็นด้วยจักษุ. คำว่า สุตํ ความว่า ที่ได้ยินด้วยหู.
คำว่า มุตํ ความว่า ที่ทราบ คือที่สูดด้วยจมูก ลิ้มด้วยลิ้น ถูกต้องด้วย