อยู่แล้ว. บทว่า เต โลเก วิชิตาโน พระขีณาสพเหล่านั้นเป็นผู้ชนะ
แล้วในโลก คือ พระขีณาสพดังกล่าวแล้วนั้น ชื่อว่า เป็นผู้ชนะแล้วใน
สัตวโลก. บทว่า ยสฺสนฺทฺริยานิ ภาวิตานิ พระขีณาสพเป็นผู้เจริญ
อินทรีย์แล้ว คือ พระขีณาสพเจริญอินทรีย์ ๕ มีสัทธินทรีย์เป็นต้นให้
บรรลุถึงอรหัตผล. บทว่า อชฺฌติตญฺจ พหิทฺธา จ อายตนะภายใน
อายตนะภายนอก คือ ทำอายตนะภายในมีจักขวายตนะเป็นต้น และ
อายตนะภายนอกมีรูปายตนะเป็นต้น ให้หมดพยศ. บทว่า สพฺพโลเก
ในโลกทั้งปวง คือ ในโลกมีธาตุ ๓ ทั้งสิ้น. บทว่า นิพฺพิชฺฌ อิมญฺจ
ปรญฺจ โลกํ พระขีณาสพนั้นล่วงแล้วซึ่งโลกนี้และโลกอื่น คือ พระ-
ขีณาสพล่วงอัตภาพนี้และอัตภาพในโลกอื่นตั้งอยู่แล้ว. บทว่า กาลํ
กงฺขติ ภาวิโต สุทนฺโต มีธรรมอันให้เจริญแล้ว ฝึกแล้วย่อมหวังมรณ-
กาล คือ พระขีณาสพนั้น ฝึกแล้วตั้งต้นแต่จักขวายตนะ มีจิตเจริญแล้ว
ย่อมปรารถนามรณกาล.
บทว่า เยสํ ธมฺมานํ อาทิโต สมุทาคมนํ ปญฺญายติ ธรรมเหล่า
ใด มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นปรากฏ คือธรรมมีขันธ์เป็นต้นเหล่าใด มี
ความเกิดขึ้นปรากฏ. บทว่า อตฺถงฺคมโต นิโรโธ คือ ความไม่มีธรรม
เหล่านั้น ด้วยอำนาจแห่งการดับปรากฏ. บทว่า ธมฺมสนฺนิสฺสิโต วิปาโก
วิบากอาศัยกรรม คือวิบากอาศัยกุศลกรรมและอกุศลกรรม ชื่อว่าวิบาก
อาศัยกรรม เพราะไม่ปล่อยกรรมเป็นไป. บทว่า นามสนฺนิสฺสิตํ รูปํ
รูปอาศัยนาม คือ รูปทั้งหมดชื่อว่าอาศัยนาม เพราะยึดถือนามเป็นไป.
บทว่า ชาติยา อนุคตํ นามรูปไปตามชาติ คือ นามรูปมีกรรมเป็นต้น